บท
ตั้งค่า

บทที่6 พรากจาก

เสียงแผ่วเบาราวกระซิบถูกกลืนหายไปในความเงียบงันของค่ำคืน

ไม่มีเสียงตอบรับ

ไม่มีอ้อมกอดอันอบอุ่น

เหลือเพียงความเงียบเย็นชืด ที่โอบล้อมหัวใจน้อยๆ ไว้อย่างไร้ความปรานี

"พี่หญิงอย่าร้องไห้ เฉิงเฉิงจะดูแลและปกป้องพี่หญิงเอง"

เสียงปลอบโยนแผ่วเบาดังขึ้นจากเด็กชายตัวน้อย ใบหน้าเล็กเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ทั้งยังไหลลงมาไม่หยุด แม้เจ้าตัวจะพยายามฝืนกลั้นไว้แค่ไหนก็ตาม

อวี้หลันกอดน้องชายแน่นขึ้น สะอื้นอยู่เงียบๆ ข้างเตียงของมารดา หัวใจที่ยังไร้เดียงสาเต็มไปด้วยความสับสน หวาดกลัว และเจ็บปวด

แต่หลังจากพิธีศพของมารดาจบลง โลกของนางกลับยิ่งเงียบเหงา เมื่อน้องชายฝาแฝด ผู้ที่บอกว่าจะปกป้องนาง กลับถูกชายหนุ่มแปลกหน้าผู้หนึ่งอุ้มเขาจากไป

อวี้หลันไม่อาจขัดขืนหรือช่วยเหลืออีกฝ่ายได้ ทำได้เพียงยืนมองแผ่นหลังสูงใหญ่ตั้งตระหง่านของชายผู้นั้นที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป พร้อมกับน้องชายเพียงคนเดียวที่เป็นโลกทั้งใบของนาง

ใบหน้าเล็กๆ ของเฉิงเฉิงยังคงหันมามองนาง น้ำตาไหลอาบแก้ม ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยคำสัญญาที่ไม่ต้องเปล่งเสียง

ว่าเขาจะกลับมาปกป้องนาง

แม้เขาจะไม่พูดออกมา แต่แววตานั้นก็ชัดเจนเกินกว่าคำพูด

นับแต่นั้น อวี้หลันก็ไม่เคยเห็นน้องชายฝาแฝดอีกเลย...

."หลันเอ๋อร์เป็นอะไรไป ร้องไห้ทำไมกัน บอกพ่อเร็วเข้า"

เสียงทุ้มของอวี้จิ้งดังขึ้นอย่างร้อนใจ และเต็มไปด้วยความกังวล ปลุกสติของนางให้กลับคืนมาสู่ปัจจุบัน

อวี้หลันกะพริบตา มึนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกปลายนิ้วแตะไปที่แก้มอย่างเงียบงัน

ปลายนิ้วเปียกชื้นไปด้วยน้ำใสๆ

นาง... ร้องไห้

หญิงสาวมองหยดน้ำตาบนปลายนิ้วราวกับเป็นสิ่งประหลาด

น้ำตา สิ่งที่นางไม่ได้สัมผัสมานานหลายปี จนแทบลืมไปแล้วว่ามันรู้สึกอย่างไร

หัวใจที่ด้านชามานานกลับสั่นสะเทือนเพียงเพราะความทรงจำของเจ้าของร่าง

ไม่คิดเลยว่า แค่ได้มาอยู่ในร่างนี้เพียงไม่นาน นางจะอ่อนแอถึงเพียงนี้

อวี้หลันเบือนหน้าเล็กน้อย หยาดน้ำตาบนขนตายังคงไม่แห้งดี

"ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ ข้าคงเหนื่อยเกินไป"

เสียงของนางแผ่วเบา พยายามควบคุมให้นิ่งที่สุด

"หากเจ้าเหนื่อยเช่นนั้นก็พักผ่อนเสีย พ่อไม่รบกวนเจ้าแล้ว"

อวี้จิ้งไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงหันไปกำชับให้ท่านหมอตู้ดูแลนางให้ดี เขาอนุญาตให้อีกฝ่ายเป็นผู้รักษานาง

หลังจากส่งบิดาของเจ้าของร่างกลับไปแล้ว ท่าทางอ่อนแรงที่แสดงออกก่อนหน้านี้ก็จางหายไป ราวกับไม่เคยมีอยู่จริง แม้ร่างกายนี้จะยังอ่อนแอจากการต้องพิษ แต่จิตใจของอวี้หลันใช่จะอ่อนแอตาม

นางพาตัวเองมานั่งเงียบอยู่ตรงโต๊ะชาข้างหน้าต่าง แผ่นหลังตั้งตรง แววตานิ่งลึก ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ มือเรียวกุมถ้วยชาไว้แน่น น้ำชาในถ้วยเย็นชืดไปนานแล้ว แต่เรื่องราวที่ได้รับรู้ก่อนหน้านี้ยังคงวนเวียนในความคิด

อวี้หลันเจ้าของร่างเดิมเป็นหญิงสาวผู้แบกรับความโดดเดี่ยวมาตลอดชีวิต ช่างคล้ายคลึงกับตนเองอยู่ไม่น้อย

แม้อีกฝ่ายจะมีชาติกำเนิดสูงส่ง แต่นับตั้งแต่มารดาจากไป อำนาจในจวนก็ตกอยู่ในมือของเซิ่งซื่อ ฮูหยินรองผู้ฉลาดเป็นกรด

ไม่แน่ว่าผู้ที่วางยานางก็เป็นฝีมือของเซิ่งซื่อผู้นี้

ในจวนแห่งนี้ แม้รองเสนาบดีอวี้จะยืนอยู่ตรงศูนย์กลางของตระกูล แต่เงาที่ทอดยาวใต้เสาเรือนนั้น เป็นของเซิ่งซื่อผู้นั้นต่างหาก

ชายผู้ทะนงตนว่าฉลาดหลักแหลม คิดแต่จะแสวงหาอำนาจ หลงคิดว่าตัวเองคือผู้วางหมากในกระดาน

แต่หารู้ไม่ ว่าเขาเองก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมของคนอื่นไม่ต่างกัน

การใช้ชีวิตในยุคที่เต็มไปด้วยเล่ห์เพทุบาย ผู้หญิงคือเครื่องมือทางการเมือง บุตรีขุนนางคือหมากตัวหนึ่งในกระดานอำนาจ และตอนนี้ อวี้หลัน อดีตหญิงสาวยุคใหม่ที่เคยใช้ชีวิตอย่างมีเหตุผลและวิทยาศาสตร์ ต้องเผชิญกับโลกที่คำว่า "อำนาจ" สำคัญยิ่งกว่าความถูกต้อง

หญิงสาวเอนกายพิงหมอนอิงพลางมองท้องฟ้ายามค่ำคืนผ่านม่านโปร่งบาง สายลมอ่อนๆ ไล้ผ่านปลายผมของนาง ทว่าในแววตานั้นเปี่ยมไปด้วยความสงบนิ่งที่ไม่อาจเห็นได้จากหญิงสาววัยสิบห้าทั่วไป

โลกนี้ไม่ได้มีเพียงชนชั้นที่แบ่งแค่ คนรวย กับ คนจน อย่างในยุคที่นางจากมา แต่แบ่งแยกด้วยศักดินา ยิ่งสูง ยิ่งห่างไกลชีวิตธรรมดา

แม้เจ้าของร่างเดิมจะอ่อนแอ หัวอ่อน และไม่เคยมีความทะเยอทะยาน แต่ความจำในหัวกลับละเอียดลึกซึ้งพอจะบอกนางได้ว่า ที่นี่คือโลกที่กฎเกณฑ์สังคมคือทุกสิ่ง โลกที่ผู้คนไม่เท่ากันตั้งแต่เกิด

ฮ่องเต้ คือจุดสูงสุดของพีระมิด ไม่มีผู้ใดตั้งคำถาม

ถัดลงมา คือเชื้อพระวงศ์ ที่ถือสายเลือดสูงศักดิ์ องค์ชายทุกพระองค์แม้ไม่ได้เป็นรัชทายาท ก็ถือสิทธิ์สูงกว่าขุนนางทั้งหลาย

ขุนนางฝ่ายบุ๋น เช่น อัครเสนาบดี เจ้าเมือง และตำแหน่งในหกกรม ล้วนมีอำนาจในทางบริหารบ้านเมือง

ขุนนางฝ่ายบู๊ เช่น แม่ทัพใหญ่ หัวหน้ากองกำลัง รักษาพรมแดน หรือควบคุมราชองครักษ์

ต่ำลงมา คือ พ่อค้า นักวิชาการ ช่างฝีมือ และสามัญชน ซึ่งนับว่ามีค่าแค่เพียง จำนวน ไม่ใช่ สิทธิ

แม้นางจะเป็นธิดาของรองเสนาบดี แต่หากไร้การหนุนหลัง ไร้อำนาจต่อรอง สตรีเช่นนางก็ไม่ต่างอะไรกับหมากตัวหนึ่ง

อวี้หลันย้อนนึกถึงตนเองในอดีตที่เกิดในโลกซึ่งสิทธิ ความสามารถ และเหตุผล เป็นตัวกำหนดคุณค่าของชีวิต แต่ในโลกนี้ ชาติกำเนิดเพียงอย่างเดียว กลับมีอำนาจยิ่งกว่าสิ่งใด

จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม อวี้หลันได้เรียนรู้ว่า

ผู้หญิงไม่ได้มีสิทธิ์ครองทรัพย์สินของตนเอง ทั้งหมดตกอยู่ในมือสามี หรือผู้เป็นหัวหน้าตระกูล

การแต่งงานคือเครื่องมือทางการเมือง ตำแหน่งชายา พระสนม หรือแม้แต่ภรรยารองล้วนขึ้นอยู่กับสถานะและจุดยืนทางการเมืองของแต่ละฝ่าย

คำว่า คุณหนู หรือ ฮูหยิน แม้จะฟังดูสูงศักดิ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีสิทธิเหนือชีวิตตนเอง

เพียงเพราะนางเกิดในตระกูลขุนนาง ใช่ว่าชีวิตจะปลอดภัยจากเงื้อมมือของเกมการเมือง

อวี้หลันรู้ดีว่าหากยังยอมผู้อื่นเหมือนเช่นเจ้าของร่างเดิม ก็คงไม่ต่างอะไรจากการเดินเข้าสู่สุสาน

ในเมื่อฟ้าส่งนางมายังยุคนี้ นางก็จะไม่ยอมถูกบีบให้เดินตามเส้นทางที่ใครวางไว้

บางทีการที่สวรรค์ส่งนางมาอยู่ที่นี่ ก็อาจจะให้นางทำความดีชดใช้บาปก็ได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel