บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 24 น้ำลดตอผุด

เรื่องราวที่สะใภ้สี่สั่งฆ่าแม่สามีโดยมีลูกชายที่เป็นถึงนายอำเภอ โดนขุดคุ้ยขึ้นมา รวมถึงเรื่องที่รับสินบนต่าง ๆ ด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องในอดีตที่เขาเคยทำเอาไว้กับอดีตภรรยา ก็ถูกเอามาเปิดโปงเช่นเดียวกัน หลังจากที่ส่งสารไปขอความช่วยเหลือจากพ่อตาที่เมืองหลวงแล้ว จึงสามารถจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างเรียบร้อย เพราะมีเรื่องเช่นนี้ปูดขึ้นมาทำให้ซ่งเหอซีถูกย้ายไปเป็นนายอำเภอทางชายแดนภาคเหนือที่ตอนนี้กำลังประสบกับปัญหาภัยแล้ง ถึงแม้ว่าพ่อตาจะยื่นมือออกมาช่วยเหลือลูกสาวกับลูกเขยแต่ขุนนางขั้นห้าตัวเล็ก ๆ จะสามารถยื่นมือออกไปได้ไกลเพียงใดกัน เพียงแค่ถูกย้ายไปก็ดีเท่าไหร่แล้ว หากไม่ไหวก็แค่ลาออกจากตำแหน่งแล้วค่อยหาทางอื่นเพื่อกลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ตราบใดที่ยังมีเงินในมือมากพอย่อมสามารถทำได้ ดังคำกล่าวที่ว่ามีเงินจ้างผีโม่แป้งยังได้

ภายในเรือนซ่งเหอซีกับภรรยากำลังปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียด ด้วยเพราะยังไม่สามารถสืบหาต้นตอของมือมืดที่คอยเล่นงานพวกเขาอยู่ในตอนนี้ได้ ทำให้ทั้งสองคนไม่วางใจเป็นอย่างมาก ต่างสั่งบ่าว รับใช้ให้รีบเก็บข้าวของเพื่อเตรียมย้ายไปที่เมืองชายแดน ซ่งเหอซีไม่สนใจแม้กระทั่งบอกลาพี่ชายทั้งสองคน

“ท่านพี่ท่านคิดว่าผู้ใดเป็นผู้ที่จ้องจะเล่นงานพวกเราเจ้าคะ”

“ข้าเองก็ไม่รู้”

“หรือว่าจะเป็นพี่ชายทั้งสองคนของท่านกันเจ้าคะ”

“ข้าไม่คิดว่าจะเป็นพี่ใหญ่กับพี่รอง เจ้าอย่าลืมว่าพี่สะใภ้ทั้งสอง มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของท่านแม่ด้วย ตอนที่เจ้าจัดการ เจ้าแน่ใจหรือไม่ว่าเก็บกวาดเรื่องนี้ดีแล้ว”

“แน่ใจสิเจ้าคะ เหตุใดข้าจะไม่แน่ใจกัน เพียงแต่ข้าไม่รู้ว่าผู้ใดกันแน่ที่กำลังเล่นงานพวกเราอยู่ในตอนนี้”

“ช่างเถอะ ตอนนี้เราควรหลบไปก่อน เจ้าไปดูบ่าวไพร่ให้เตรียมเก็บข้าวของ ผู้ใดเต็มใจไปก็พาไปผู้ใดไม่เต็มใจก็ขายออกไปเสีย”

“เจ้าค่ะท่านพี่”

หลังจากสองสามีภรรยาตกลงกันได้และต่างคนต่างไปทำหน้าที่ของตัวเอง ซ่งเหอซีไม่ได้รู้เลยว่ามือมืดที่พวกเขาคาดไม่ถึงจะเป็นคนใกล้ตัวของพวกเขาเองและเป็นคนที่พวกเขาสองสามีภรรยาคาดไม่ถึงเลยทีเดียว หากทั้งสองคนรู้ว่าเป็นผู้ใดแล้วละก็คงได้โมโหจนกระอักเลือดเป็นแน่

“หึ คนเลวยังไงมันก็ยังเป็นคนเลวทรามต่ำช้าอยู่วันยังค่ำ ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะไปทำชั่วอันใดอีก และข้าจะไม่ยอมให้เจ้าได้ทำสำเร็จเป็นแน่ พวกเจ้าจะได้รู้เสียบ้างว่าคนอื่นเขารู้สึกเช่นไรในเวลานั้น”

มือมืดที่คอยชักใยและกวนน้ำให้ขุ่นในตอนนี้ได้หมายมั่นปั้นมือว่าจะขัดขวางสองสามีภรรยาผู้ชั่วร้ายให้จงได้ เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทั้งสองคนได้รับบทลงโทษให้สาสมกับความผิดที่ทั้งคู่ได้ร่วมมือกันทำมา

“คุณชายขอรับ ท่านทำเช่นนี้จะดีหรือขอรับ”

“มีอะไรไม่ดีกัน แต่ถึงอย่างไรทั้งสองท่านก็เป็น...”

“เจ้าหุบปาก หากยังปากมากอยู่ข้าจะขายเจ้าไปใช้แรงงานที่เหมือง” ยังไม่ทันที่บ่าวจะได้พูดอันใดต่อ ผู้เป็นนายก็ตะคอกขึ้นมาทันที ส่วนคน เป็นบ่าวก็ต้องรีบหุบปากทันทีเช่นกัน ใครกันจะอยากไปใช้แรงงานในเหมืองกันเล่า อยู่กับคุณชายดี ๆ ยังดีกว่าถึงแม้ว่าคุณชายจะแปลก ๆ ไปบ้างก็ตามที

ทางด้านหมู่บ้านเจียชุนกำลังเตรียมรับมือกับภัยแล้งอย่างเต็มที่ซ่งเหอซีก็เตรียมตัวออกเดินทางเพื่อไปรับตำแหน่งใหม่ที่เมืองชายแดนทางภาคเหนือเช่นเดียวกัน หลังจากซ่งเหอซีออกเดินทางได้สามวัน นายอำเภอคนใหม่ที่เข้ามารับตำแหน่งแทนก็เดินทางมาถึงเช่นเดียวกัน

ซ่งเหอจือกับซ่งเหอเจาสองพี่น้องไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้องชายของตัวเองได้ย้ายไปรับตำแหน่งทางภาคเหนือแล้ว จนกระทั่งลูกชายของทั้งสองคนกลับมาจากสำนักศึกษา ถึงได้บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับอาสี่และสาเหตุที่ถูกโยกย้ายไปแถบชายแดนทางเหนือ เมื่อได้ฟังสิ่งที่ลูกชายทั้งสองบอกเล่ามา คนทั้งคู่ก็ได้แต่ถอนหายใจ

“ท่านพ่อ ต่อไปนี้ท่านบอกท่านแม่กับอาสะใภ้อย่าได้ติดต่อกับครอบครัวอาสี่อีก ไม่แน่ว่าจะนำพาความเดือดร้อนอันใดมาให้พวกเรา หาไม่แล้วแม้กระทั่งชีวิตก็จะรักษาเอาไว้ไม่ได้” ซ่งซีซวน

“ท่านลุงใหญ่ เดิมทีท่านอาสี่มิได้ไปไกลถึงเพียงนี้แต่เหตุใดตอนนี้ถึงได้เปลี่ยนไปเช่นนี้เล่าขอรับ” ซ่งเฟยฉีบุตรชายคนโตของซ่งเหอเจา

“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าครอบครัวของพวกเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร จุดที่น้องสะใภ้สังหารมารดาแต่พวกเราไม่สามารถทำอันใดได้เลย ด้วยพวกเรา หาได้มีอำนาจในมือ แต่ต่อไปนี้พวกเราไม่ต้องตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของผู้ใดพวกเจ้าทุกคนใช้ชีวิตให้ดีก็พอ”

“ท่านพ่อ พวกเราตกลงกันแล้ว หลังจากเรียนจบที่สถาบันการศึกษา หากลงสอบซิ่วไฉ จะมีหรือไม่มีรายชื่อพวกเราหาได้สนใจไม่ ข้ากับน้อง ๆ จะออกไปหางานทำเพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเอง ในอนาคตข้าจะหาเงินแต่งภรรยาด้วยตัวเองกับคนที่ข้าชอบพอเท่านั้น ข้าไม่อยากให้เกิดปัญหาแม่สามีกับลูกสะใภ้อีก” ซ่งซีซวน

“เรื่องนี้ข้าจะคุยกับท่านแม่ของพวกเจ้าเอง เอาละพวกเจ้าเพิ่งกลับมา แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ เฟยฉีในตอนที่เจ้ากลับถึงเรือนแล้ว บอกพ่อเจ้ามาพบข้าสักเดี๋ยว”

“ได้ขอรับท่านลุงใหญ่ เช่นนั้นข้ากับน้องขอตัวกลับเรือนก่อน”

หลังจากหลานชายทั้งสองกลับไปไม่นานซ่งเหอเจาก็วิ่งหน้าตื่นมาที่บ้านของพี่ชาย พร้อมกับสะใภ้รองที่หน้าตาตื่นไม่ต่างกัน ตอนนี้ทั้งสองคนรู้สึกว่าเรื่องนี้จะร้ายแรงเป็นอย่างมาก ยังดีที่เกิดเรื่องในครั้งนี้สะใภ้สี่สามารถจัดการให้เรื่องเงียบลงได้ แต่สำหรับครอบครัวพวกเขาแล้ว ถ้าจะอยู่ที่นี่ต่อไปย่อมไม่เป็นผลดี เพราะไม่แน่ว่าวันข้างหน้าจะมีใครปูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกหรือไม่

“พี่ใหญ่เช่นนี้เราจะทำเช่นไรดีขอรับ”

“ข้าคิดว่าจะชวนพวกเจ้าย้ายไปอยู่ที่อื่น”

“ที่ไหนหรือขอรับ”

“ถัดไปจากอำเภอนี้ไม่ไกล ที่นั่นนับว่าดีกว่าที่นี่มาก แต่ว่าที่ดินทำกินก็แพงมากเช่นเดียวกัน พวกเจ้าสองคนไตร่ตรองดูให้ดี พวกเราไม่มีคน หนุนหลังแล้วทำได้แค่เพียงอยู่อย่างสงบและเจียมตัวเข้าไว้”

“เฮ้อ ข้าคิดถึงบ้านเกิดเสียแล้ว ข้านึกอิจฉาน้องสามนัก เพราะ ท่านแม่ชิงชังน้องสามและครอบครัวทำให้ไม่ต้องย้ายมากับพวกเรา แต่ตอนนี้ข้าคิดว่าน้องสามและครอบครัวคงจะมีความสุขมาก ตลอดเวลาน้องสาม ก็ทำงานมากมายหาใช่คนขี้เกียจ ข้าเชื่อว่าพอไม่มีพวกเราและท่านแม่ กดขี่ข่มเหงแล้ว ตอนนี้ครอบครัวน้องสามคงจะมีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย” ซ่งเหอเจาได้แต่ระบายความในใจออกมา

“มาพูดเอาตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา มีเพียงทางเลือกให้เจ้าสองทางเท่านั้นคือจะอยู่ที่นี่ต่อหรือย้ายออกไป”

“ก็ต้องย้ายสิพี่ใหญ่ ท่านไปแล้วข้าจะทำเช่นไรเล่า”

“เช่นนั้นพวกเราก็ค่อยรอให้เด็ก ๆ เรียนจบจากสถานศึกษาก่อน อีกไม่นานแล้วเดือนนี้ก็จะสำเร็จการศึกษาแล้ว ส่วนเจ้ากับข้าก็ไปหาดูที่ทางที่จะปลูกเรือนและซื้อที่ทำกินก่อนพอถึงเวลาย้ายไปจะได้มีที่ทางทำกินและอยู่อาศัย”

“ตกลงขอรับพี่ใหญ่”

เมื่อตกลงกันได้แล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อไปหารือกับคนในครอบครัว ทางด้านหมู่บ้านเจียชุนเองก็กำลังเตรียมตัวรับมือกับภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หลินตงหยางเองไม่ได้รับรู้เลยว่าบิดาที่เขาชิงชังตอนนี้ได้ถูกโยกย้ายให้ไปอยู่ที่เมืองชายแดนทางด้านเหนือซึ่งห่างจากหมู่บ้านเจียชุนไม่ไกลมากนัก ใช้เวลาเดินทาง 20 กว่าวันก็ถึงแล้ว

“พี่ใหญ่ ท่านวาดอันใดกันเจ้าคะ วาดแล้วใช้ไม่ได้เลยเหรอ ท่านทิ้งกระดาษพวกนี้มากไปแล้วนะเจ้าคะ ข้าว่าหากท่านไม่แน่ใจควรซื้อกระดาษราคาถูกมาวาดดีหรือไม่ ท่านดูสิกระดาษที่ท่านวาดแล้วใช้ไม่ได้หมดไปมากมายเท่าไหร่กัน ช่างน่าเสียดายนัก” หลินเหมยหลิงที่กลับมาจาก ต้อนแพะไปเล็มหญ้า

“น้องเล็กเจ้ากลับมาจากเลี้ยงแพะแล้วหรือ”

“ก็กลับมาแล้วสิเจ้าคะ แล้วนี่ท่านวาดอันใดกันหน้าตาดูชอบกล จะทำอันใดหรือเจ้าคะ”

“กังหันวิดน้ำน่ะ”

“อันใดคือกังหันวิดน้ำหรือเจ้าคะ แล้วมันมีประโยชน์อันใดบ้าง”

“กังหันวิดน้ำจะช่วยดึงน้ำจากแม่น้ำลำธารเข้าสู่ไร่นาของชาวบ้านน่ะ”

“ถ้าหากพี่ทำได้สำเร็จหมู่บ้านของพวกเราจะต้องมีน้ำกินน้ำใช้ ไม่ขาดแน่เจ้าค่ะ ข้าเอาใจช่วยนะเจ้าคะ แต่ว่าท่านช่วยใช้กระดาษให้มันน้อยหน่อยจะได้หรือไม่ แล้วเยี่ยงนี้ข้าจะเอาที่ไหนคัดอักษรกัน”

“ถ้าหมดประเดี๋ยวพี่จะซื้อมาให้ใหม่”

“เจ้าค่ะเช่นนั้นข้าไปช่วยท่านแม่ดูแลแปลงผักก่อน อ้อ จริงสิพี่ใหญ่หากท่านเข้าไปในตัวอำเภอท่านช่วยซื้อไหขนาดใหญ่มาให้ข้าสัก 10 ใบนะเจ้าคะ ข้ากับท่านแม่จะทำผักดองเอาไว้กิน”

“ได้สิ เอาไว้พรุ่งนี้พี่จะไปซื้อมาให้นะ”

“ขอบคุณพี่ใหญ่เจ้าค่ะ”

หลังจากน้องสาวจากไปไม่นานหลินตงหยางก็วาดแบบกังหันวิดน้ำออกมาได้สำเร็จ ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เขาคิดว่าจะหาช่างไม้มาทำ เพื่อทดลองใช้ดูก่อนเริ่มจากขนาดเล็ก ถ้าทำสำเร็จชาวบ้านในหมู่บ้านจะใช้ชีวิตง่ายขึ้น เขาเองไม่อยากที่จะย้ายไปอยู่ที่อื่น สำหรับหลินตงหยางแล้ว หมู่บ้านเจียชุนเป็นหมู่บ้านที่ดี มีทิวทัศน์สวยงาม มีภูเขาล้อมรอบมีสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการใช้ชีวิตเรียบง่ายที่สุด

“แต่จะว่าไปข้าก็อยากออกไปท่องยุทธภพเช่นกัน แต่ว่า ท่านแม่กับน้องสาวเล่าใครจะดูแล เฮ้อ” หลินตงหยางนั่งบ่นพึมพำ ตาก็มองวาดภาพของกังหันวิดน้ำไปด้วย

เพราะมัวแต่นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยระหว่างที่ดูภาพวาดกังหันวิดน้ำไปด้วย จึงไม่ทันเห็นว่าซ่งลี่ฉุนเดินเข้ามาในบ้าน และยืนมองหลินตงหยางพูดอะไรสักอย่างที่เขาได้ยินไม่ชัดอยู่นานสองนาน

“เจ้าตงหยาง พูดคนเดียวอีกแล้ว เจ้านี่อาการน่าเป็นห่วงขึ้นทุกวัน หรือว่าจะแบกรับภาระตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เกิดแรงกดดันจนรับไม่ไหว ตอนนี้ถึงได้กลายมาเป็นเช่นนี้แล้ว” ซ่งลี่ฉุนว่าพลางส่ายหน้า

“ข้าได้ยินนะ ข้าหาได้เป็นบ้าไม่ เพียงแต่ข้าแค่พูดไปเท่านั้น ท่านมาหาข้าแต่ไม่เข้ามาทักทาย ท่านช่างเป็นพี่ชายที่แย่มากเสียจริง”

“เอาละ ๆ ข้าผิดเอง ข้าขอโทษ แล้วนี่เจ้ากำลังทำอันใดอยู่รึ”

“ดูภาพวาดน่ะ ท่านมาก็ดีแล้วไปบ้านช่างไม้กับข้าหน่อยสิ”

“ไปสิ ว่าแต่ช่างไม้คนไหนรึ”

“ในเมืองน่ะสิ”

“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel