บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 ฤทธิ์ของไวน์

ท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืนที่มีเพียงเสียงเม็ดฝนโปรยปรายกระทบหน้าต่างเบาๆ บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นมีเพียงแสงไฟนีออนเพียงไม่กี่ดวง

ปกรณ์ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ พลางทอดสายตาคมกริบมองร่างอรชรของลูกน้องสาว แววตาของเขาแฝงความนัยที่เต็มไปด้วยความกระหายหื่น มันแผดเผาจนคนถูกมองรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว ก่อนที่เจ้านายหนุ่มจะเอ่ยทำลายความอึดอัดของเลขาฯ สาว

“สามีคุณกลับบ้านบ่อยไหมครับ” รินลดาโล่งใจที่เขาเอ่ยถาม แต่ความขมขื่นจางๆ กลับผุดขึ้นในใจก่อนจะถูกข่มให้ลึก

“ก็... ประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ถึงจะกลับทีค่ะ บ้านแม่เค้าอยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอกค่ะ ปกติเขาจะกลับไปนอนที่นั่นมากกว่า” เธอเว้นจังหวะครู่หนึ่ง พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น

“แสดงว่าคุณสองคนแยกกันอยู่งั้นเหรอครับ”

“ใช่ค่ะ เราแยกกันอยู่ ถ้าเขาจะกลับมาก็แค่แวะมาเอาของ หรือเอาเงินเดือนมาให้หลินไว้จ่ายค่าผ่อนบ้านเท่านั้น”

“แปลกดีนะครับ” ปกรณ์ทิ้งค้างประโยคไว้คล้ายจงใจหยั่งเชิง สายตาของเขาไล้ต่ำลงมาหยุดที่เนินอกอวบอิ่มที่ดันเนื้อผ้าซาตินออกมาอย่างเย้ายวน

“ค่ะ เราเป็นสามีภรรยากันแค่ในนามเท่านั้น” หญิงสาวสารภาพออกมาอย่างหมดเปลือก ฤทธิ์แอลกอฮอล์สีแดงก่ำเริ่มทำให้กำแพงความเข้มแข็งในใจพังทลาย

“หลินไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับเขาหรอกค่ะ แม่สามีไม่ค่อยชอบหลินเท่าไหร่ เพราะหลินเคยมีครอบครัวและมีลูกมาก่อน ท่านคงกลัวว่าหลินจะมาเกาะลูกชายท่านกิน”

“ผมเห็นใจและก็เข้าใจคุณนะครับ” ปกรณ์ขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด

“แล้วคุณจะปล่อยให้มันแบบนี้เหรอครับ” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเห็นใจ แต่แววตาที่จดจ้องเรือนร่างของเธอกลับฉายชัดถึงความปรารถนาอันร้อนแรงอย่างไม่คิดจะปิดบัง

“ทำไงได้ล่ะคะ บ้านหลังนี้ก็ยังผ่อนไม่หมด ก็ได้เขานี่แหละค่ะที่ช่วย” เธอจงใจบอกไม่หมด ความจริงเขาแค่ดาวน์ให้ ส่วนค่างวดเธอเป็นคนหามาจ่ายเองหลังขดหลังแข็ง แต่เธอไม่อยากเอาความร้าวรานในครอบครัวมาป่าวประกาศให้คนนอกฟัง มันเหมือนการสาวไส้ให้กากิน

“เขาอยู่ต่างจังหวัดแบบนั้น คุณไม่กลัวเขาแอบมีคนอื่นบ้างหรือครับ ผู้ชายอยู่ห่างเมีย อารมณ์มันเปลี่ยวนะครับ” เขาหยั่งเชิงในฐานะผู้ชายด้วยกัน พลางสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาวที่ลอยมาแตะจมูก

“หลินคิดว่าถ้าเขาจะมี ก็คงมีไปนานแล้วค่ะ”

“เขาอาจจะแอบกินเงียบๆ โดยไม่บอกคุณก็ได้นะครับ” ปกรณ์รุกไล่ด้วยคำพูด สายตาคมเริ่มโลมเลียไปทั่วใบหน้าหวาน

“ถ้าเขาจะมีนอกลู่นอกทางบ้าง ก็คงแค่ซื้อกินชั่วครั้งชั่วคราว ซึ่งหลินเองก็ไม่ได้ใส่ใจแล้ว” เธอตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่หัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวเมื่อเห็นปกรณ์ขยับกายเข้ามาประชิดจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากกายแกร่งและกลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศที่ผสมผสานกับกลิ่นไวน์ชั้นดี

“คุณหลินอยู่คนเดียวแบบนี้... ไม่เหงาบ้างหรือครับ” คำถามนั้นทุ้มนุ่มทว่าแหบพร่า บาดลึกเข้าไปปลุกปั่นความรู้สึกส่วนลึกที่ถูกเก็บกดมานาน

“ก็ไม่นะคะ วันหยุดหลินก็แวะไปหาแม่บ้าง ลูกสาวหลินก็อยู่ที่นั่น”

“ลูกสาวอายุเท่าไหร่แล้วครับ”

“อยู่ ม.5 แล้วค่ะ”

ปกรณ์กระดกไวน์แดงที่เหลือจนหมดแก้วอย่างรวดเร็ว แววตาของเขาเริ่มฉ่ำปรือและแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ความยับยั้งชั่งใจเริ่มลดต่ำลงตามระดับน้ำเมา

“หลินว่าบอสดื่มแค่นี้ก่อนดีไหมคะ” เธอเตือนด้วยความหวังดี เมื่อเห็นสายตาที่มองมาเริ่มเปลี่ยนไปเป็นความหิวกระหาย

“ผมยังไหวครับ เคยดื่มหนักกว่านี้อีก” เขาตอบอย่างดื้อรั้น พลางขยับกายเข้ามาชิดจนหัวไหล่กว้างเกยทับกับไหล่บางของเธอ

ในนาทีนั้น รินลดาเพิ่งตระหนักว่าชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีเนื้อที่เธอสวมอยู่นั้นมันอันตรายเพียงใด เนื้อผ้าลื่นบางเบาแนบสนิทไปกับเรือนร่าง เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้ง หน้าอกหน้าใจที่อวบอัดเกินตัวดันรั้งเนื้อผ้าจนเห็นรอยนูนเด่นชัด ช่างเป็นภาพที่ปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนของชายหนุ่มให้พรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจควบคุม คำถามถัดมาของเขาทำให้เธอถึงกับหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลามเลีย

“คุณ... นอนกับสามีครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ครับ”

“หลินขอไม่ตอบ บอสจะอยากรู้ไปทำไมเหรอคะ” เธอพยายามเบี่ยงประเด็นและขยับตัวหนี ทว่าหัวใจกลับเต้นโครมครามจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก เลือดลมในกายสูบฉีดอย่างรุนแรง

“ผมก็แค่อยากรู้ว่า... คนสวยๆ หุ่นน่าฟัดอย่างคุณหลิน เวลาที่สามีคุณอยู่ใกล้ๆ เขาห้ามใจไม่ให้กลืนกินคุณได้อย่างไรกัน” เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ข้างขมับ ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดพวงแก้มใส

“เราอยู่กันมานานจนความรักกลายเป็นความผูกพันไปแล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องมีเรื่องอย่างว่าหรอกค่ะ” รินลดาพยายามกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ตัดบทด้วยเสียงสั่นๆ

“หลินว่าบอสกลับบ้านก่อนดีกว่าค่ะ ดึกๆ แบบนี้ด่านตรวจแอลกอฮอล์เยอะนะคะ”

ทว่าปกรณ์ไม่ฟังคำเตือนของเธอแม้แต่น้อย เขาเอื้อมมือหนาที่ร้อนผ่าวมาโอบรั้งไหล่บาง ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาโอบกระชับที่เอวคอดกิ่ว ดึงร่างอรชรให้เข้ามาแนบชิดกับอกแกร่ง รินลดาตัวแข็งทื่อ ความรู้สึกวาบหวามและอันตรายเริ่มก่อตัวขึ้นมวนท้องน้อย เธอพยายามเรียกสติเขา

“คุณปกรณ์คะ...” เธอเรียกชื่อจริงของเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง หวังจะให้เขาหยุด ทว่าเขากลับยิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนหน้าอกอวบหยุ่นเบียดชิดกับแผงอกกว้าง

ริมฝีปากหนาร้อนรุ่มประทับลงบนแก้มเนียนใสอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง รินลดาพยายามผลักไสแผงอกเขาแต่กลับไร้ผล ปกรณ์เลื่อนริมฝีปากมาบดเบียดที่เรียวปากอิ่มของเธออย่างดุดัน เขาขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ ก่อนจะสอดแทรกเรียวลิ้นร้อนชื้นเข้ามาในโพรงปากหวานอย่างหิวกระหาย กวาดต้อนตักตวงความหอมหวานอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่มือหนาเริ่มซุกซน เลื้อยไล้ไปตามหน้าขาเนียนนุ่ม ลูบไล้บีบเค้นจนชุดนอนตัวสั้นเลิกขึ้นสูง เผยให้เห็นโคนขาอ่อนขาวเนียน

“อื้อ... คุณปกรณ์ พอเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี” เธอประท้วงเสียงสั่นพร่าเมื่อเขายอมถอนจุมพิตออกชั่วครู่

“เรียกผมว่าบอสเหมือนเดิมเถอะครับ” เขาครางกระเส่าเพ้อออกมาอย่างคนไร้สติ ซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น

“ผมขอโทษครับคุณหลิน แต่คุณสวยและหอมเหลือเกิน ผมอดใจไม่ไหวจริงๆ ขอผมเถอะนะ”

คำขอโทษของเขาสวนทางกับการกระทำโดยสิ้นเชิง ปกรณ์ซุกไซร้สูดดมความหอมจากซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มจนเกิดรอยรักสีจาง ลากปลายลิ้นร้อนผ่าวตวัดเลียที่ติ่งหูไวต่อความรู้สึก จนรินลดาเผลอครางกระเส่าออกมาด้วยความเสียวซ่านที่แล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย ฤทธิ์ไวน์และความโหยหาสัมผัสที่ขาดหายไปนานเริ่มทำให้เธอสูญเสียการควบคุม ร่างกายบิดเร่าตอบรับสัมผัสของเขาอย่างลืมตัว

“คุณปกรณ์คะ... อ๊ะ... หลินมีครอบครัวแล้วนะคะ หลินทำแบบนี้ไม่ได้” เธอพยายามอ้อนวอนเป็นครั้งสุดท้าย ทว่าร่างกายกลับทรยศต่อคำพูด แอ่นอกรับสัมผัสจากมือหนาที่กอบกุมฟอนเฟ้นทรวงอกอวบผ่านเนื้อผ้า เลือดในกายสูบฉีดจนหน้าร้อนผ่าว ความปรารถนาที่ซุกซ่อนอยู่ถูกจุดติดขึ้นมาอย่างง่ายดาย

เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมหยุดและตัวเองก็เริ่มจะต้านทานไม่ไหว รินลดาจึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักเขาออกสุดแรง แล้วหันหลังวิ่งหนีตรงไปยังห้องนอน หวังจะล็อคประตูขังตัวเองไว้ แต่ปกรณ์ที่ช่วงขายาวกว่าและพละกำลังมากกว่ากลับตามมาประชิดตัวติดๆ ก่อนที่มือหนาของเขาจะคว้าลูกบิดประตูไว้ได้ทัน พร้อมๆ กับสอดท่อนแขนแกร่งรวบเอวบางของเธอจากด้านหลัง แล้วตวัดอุ้มร่างบางลอยละลิ่วขึ้นสู่อ้อมแขน เดินตรงไปวางร่างของเธอลงบนเตียงนุ่มอย่างรวดเร็ว

“ว้าย! ปล่อยหลินเถอะค่ะ หลินยังไม่พร้อม!” เธอร้องอุทาน พยายามตะเกียกตะกายหนี

ปกรณ์ในยามนี้เปรียบเสมือนราชสีห์หนุ่มที่กำลังหิวโหยและได้กลิ่นเหยื่ออันโอชะ เขาไม่รับฟังคำทัดทานใดๆ โถมกายแกร่งลงมาทาบทับร่างบางไว้ทั้งตัว ริมฝีปากและเรียวลิ้นสากระคายระดมพรมจูบ ซุกไซร้ไปทั่วซอกคอและเนินอกอวบที่โผล่พ้นร่มผ้าอย่างบ้าคลั่ง รินลดาใจสั่นสะท้าน หอบหายใจถี่กระชั้น ความหวาดกลัวเริ่มปะปนไปกับความรัญจวนใจที่พุ่งสูงขึ้นจนแทบทะลัก

“คุณปกรณ์... อื้ม... ปล่อยหลินเถอะค่ะ หลินกลัวท้อง” เธออ้อนวอนด้วยเสียงที่ขาดห้วง เมื่อมือหนาเริ่มปลดเปลื้องปราการชิ้นบางของเธอออก

“คุณมีถุงยางไหมคะ” เธอถามออกไปเผื่อว่าเขาจะหยุดคิดและดึงสติกลับมาได้ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากชายหนุ่มที่กำลังมัวเมากับเรือนร่างของเธอ

“ถ้าไม่มี... ให้หลินช่วยคุณด้วยวิธีอื่นก่อนได้ไหมคะ หลินขอร้อง” เธอพยายามหาทางออกสุดท้าย เพื่อป้องกันผลพวงที่อาจตามมาทำลายชีวิตเธอ

ปกรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาคมกริบที่แดงก่ำและเปี่ยมไปด้วยไฟราคะของเขาในยามนี้บอกชัดเจนว่า เขาต้องการครอบครองเธอทั้งตัวและหัวใจ และดูเหมือนว่า... ค่ำคืนนี้เธอคงไม่อาจต้านทานพายุอารมณ์อันเร่าร้อนของเขาได้อีกต่อไปแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel