ตอนที่ 2 อย่าท้าทายฉัน...เลขา
ตอนที่ 2
อย่าท้าทายฉัน...เลขา
บรรยากาศอันร้อนแรงจากค่ำคืนในห้องลับยังคงตามติดลลิตามาในทุกลมหายใจ แม้จะพยายามสลัดมันทิ้งไปเท่าไหร่ แต่กลิ่นหอมของธาม สัมผัสร้อนแรงที่กรีดกรายไปทั่วกาย และความรู้สึกอันวาบหวามที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด ความพยายามที่จะ วางตัวให้เหมือนทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ยากเย็นเหลือเกินสำหรับเธอ แม้ภายในจะร้อนรุ่มราวกับถูกไฟสุมจนแทบบ้าตาย
ลลิตาก้าวเข้ามาในอาณาบริเวณของสำนักงานใหญ่ในเช้าวันใหม่ ด้วยท่าทางสง่างามและมั่นใจ เธอสวมสูทเข้ารูปสีเบจอ่อนที่ขับผิวเนียนขาวให้ดูโดดเด่นตัดกับชุดสีเข้มของพนักงานคนอื่น ๆ กระโปรงทรงดินสอเนื้อผ้าดีที่ยาวคลุมเข่าถูกผ่าข้างเล็กน้อย เผยให้เห็นเรียวขาอันเพรียวบางยามก้าวเดิน ริมฝีปากอิ่มสีชมพูอ่อนที่ทาลิปสติกบาง ๆ อย่างตั้งใจนั้น ไม่เพียงแต่เพิ่มความสดใสให้กับใบหน้า แต่ยังแฝงไว้ด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนเกินห้ามใจอย่างไม่รู้ตัว
ทว่า ทันทีที่เธอเดินผ่านประตูกระจกบานใหญ่เข้ามา สายตาคมกริบของบอส ก็จับจ้องมาที่เธออย่างไม่คลาดสายตา ราวกับเขาเป็นเหยี่ยวที่เฝ้ารอเหยื่อ
ธามเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ จ้องมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แววตาที่เย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนระอุอย่างรวดเร็ว
“อย่าท้าทายฉันด้วยการแต่งตัวแบบนั้น แล้วทำหน้าเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น”
เสียงทุ้มต่ำของธามดุดันและกร้าวกร้าว จนพนักงานคนอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงถึงกับต้องก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเงียบเชียบ ราวกับไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ตึงเครียดนี้
ลลิตาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามควบคุมสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
“ดิฉันก็แค่แต่งตัวทำงานค่ะบอส” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เรียบเฉยที่สุด แต่ภายในใจกลับสั่นไหวระริก ดวงตาคู่สวยฉายแวววูบไหว แม้จะพยายามเก็บซ่อนเอาไว้
ธามกัดฟันกรอด เสียงดังเสียจนลลิตาได้ยินชัดเจน ความร้อนเริ่มแผ่ซ่านขึ้นมาทั่วใบหน้าและลำคอของเขา ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างอันตราย ก่อนที่เขาจะพูดช้า ๆ ด้วยเสียงต่ำที่กดลึก จนฟังดูราวกับคำขู่
“เข้าห้องฉันเดี๋ยวนี้”
ประตูกระจกฝ้าบานใหญ่ของห้องทำงานท่านประธานเลื่อนปิดลงอย่างเงียบงัน เสียง “ฟุ่บ” เบา ๆ ของกลไกที่ทำงานอัตโนมัติ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องดีขึ้นเลยแม้แต่น้อยเสียงเครื่องปรับอากาศยังคงพ่นลมเย็นออกมาอย่างสม่ำเสมอ แต่ภายในห้องกลับ ร้อนระอุราวกับไฟนรก ความตึงเครียดแผ่ปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว
ธามไม่รอช้า เขาก้าวเท้าเดินเข้าประชิดตัวลลิตาอย่างช้า ๆ แต่ทุกย่างก้าวกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่น ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดต้นคอของเธอ สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของบอสที่คุ้นเคย ยิ่งทำให้สัญชาตญาณบางอย่างในตัวลลิตาตื่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
“เธอกำลังท้าทายฉัน…”
เสียงของธามพร่าต่ำ คล้ายเสียงคำรามในลำคอ มือหนาของเขาเลื่อนไปวางบน สะโพก ของเธออย่างแนบแน่น สัมผัสร้อนแรงที่ทะลุผ่านเนื้อผ้าสูทบาง ๆ เข้าไปปลุกเร้าความรู้สึกให้วาบหวามไปทั่วร่าง
“ที่มาทำเป็นเฉยชา ทั้งที่ตัวเธอกำลังสั่น และตรงนี้…”
เขากดปลายนิ้วเบา ๆ ลงบนหน้าท้องแบนราบของลลิตา สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่เกร็งตัว ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปอีกเล็กน้อย… เลื่อนไปสู่จุดที่บัดนี้กำลังเต้นระรัวราวกับจังหวะชีวิต
ลลิตาสะดุ้งเฮือกเมื่อนิ้วร้อนของธามรูดผ่าน ขอบชุดชั้นในลูกไม้สีดำ เนื้อบางเบาอย่างตั้งใจ สัมผัสเพียงเสี้ยววินาทีนั้นก็ทำให้สติของเธอเลือนหายไปชั่วขณะ เพียงพริบตาเดียว ชุดชั้นในตัวจิ๋วก็หลุดจากสะโพกบางอย่างง่ายดาย พร้อมกับเสียง กดล็อกประตู ที่ดัง กริ๊ก อีกครั้งอย่างอัตโนมัติ เพื่อยืนยันว่าไม่มีใครจะสามารถเข้ามาขัดจังหวะพวกเขาได้
“บอส… อย่าค่ะ เดี๋ยวคนได้ยิน…” ลลิตาร้องห้ามเสียงพร่า เธอได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวเร็วเสียจนกลัวว่าธามจะได้ยินมัน
“ก็ให้เขาได้ยินสิ จะได้รู้ว่าใครเป็นของใคร”
ธามตอบกลับอย่างไม่แยแส คำพูดนั้นเต็มไปด้วยอำนาจและความท้าทาย เขาไม่รอให้เธอได้ห้ามปรามอีก มือหนาผลักร่างเธอให้ นั่งลงบนโต๊ะทำงาน ทันที กระโปรงสูทถูกรูดขึ้นไปเหนือสะโพก เผยให้เห็นเรียวขาขาวนวลที่บัดนี้สั่นเทาด้วยความรู้สึกหลากหลาย
ธามจับขาเรียวของเธอให้ แยกออกกว้าง อย่างไม่ปรานี พร้อมกับเสียงลมหายใจแรงกล้าของเขาที่โน้มหน้าลงมาจนชิดแนบกับช่องทางที่บัดนี้เต็มไปด้วยความเปียกชื้น
“อ๊า… บอส…” ลลิตากัดริมฝีปากตัวเองแน่น พยายามสะกดกลั้นเสียงครางที่กำลังจะหลุดออกมา เมื่อปลายลิ้นร้อนของธามลากไล้ไปจนทั่วความเปียกชื้นบริเวณกลีบกุหลาบ สัมผัสที่ช่ำชองและเชี่ยวชาญของเขาทำให้เธอสะท้านไหวไปทั้งร่าง
เขาไม่หยุดเพียงเท่านั้น แต่กลับเร่งจังหวะการเลียไล้ให้เร็วขึ้น รุนแรงขึ้น สอดรับกับทุกการสะท้านไหวของลลิตา จนร่างของเธอแทบจะยกตัวลอยจากโต๊ะทำงาน
เสียงครางต่ำ ๆ ดังก้องอยู่ในห้องกระจกแห่งนั้น ที่ซึ่งภายนอกมองออกไปเห็นวิวตึกสูงเบื้องล่างสุดลูกหูลูกตา แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องอย่างอ่อนโยน แต่ใครจะรู้เล่าว่า ณ อีกฟากของกระจกใส ไม่มีใครรู้เลยว่าโต๊ะทำงานหรูหราที่เต็มไปด้วยเอกสารสำคัญกำลังกลายเป็น สนามรักอันเร่าร้อน ของเจ้านายผู้ทรงอำนาจกับเลขาสาวผู้โชคร้าย
ธามผละออกจากตัวเธอ ลุกขึ้นยืน ดึงเข็มขัดของตัวเองออกในจังหวะเดียวกับที่กางเกงสแล็กสีเข้มหลุดจากสะโพกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแก่นกายที่บัดนี้ผงาดพร้อมแล้วสำหรับเธอ
“จำไว้ว่าเธอเป็นของฉัน...ในทุกความคิดและทุกจังหวะลมหายใจ” เขาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องมองลลิตาอย่างไม่วางตา ราวกับจะสะกดให้เธอตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา
แล้วเขาก็กระแทกตัวเข้าหาเธอทันที! รุนแรง หนักหน่วง แต่กลับแม่นยำทุกจังหวะ! เสียงสะท้อนของเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้อง เสียงหอบหายใจหนัก ๆ และเสียงครางที่พยายามเก็บกลืนถูกกลืนหายไปในผนังห้องที่หรูหรา เก็บซ่อนความลับอันเร่าร้อนนี้เอาไว้เป็นอย่างดี
“อ๊า… บอสคะ มัน… ลึก… ลึกเกินไป…!”
ลลิตาร้องครางอย่างทรมานปนเสียวซ่าน ความรู้สึกเจ็บปวดระคนกับความสุขที่แล่นเข้าสู่ทุกเซลล์ประสาท
“จะลึกกว่านี้อีก ถ้าเธอยังร้องแบบนั้น…”
ธามตอบกลับอย่างดุดัน มือหนาจับเอวบางให้ แอ่นรับแรงกระแทก ที่มาจากเบื้องล่าง โต๊ะทำงานตัวหรูสั่นคลอนเอนรับแรงรักที่บ้าคลั่งราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหวงของและแสดงความเป็นเจ้าของ
ลลิตาสะท้านไปทั้งร่างทุกจังหวะที่เขากระแทกเข้ามา หัวใจเต้นรัวเหมือนจะระเบิดออกมา แก่นกายของเขาทะลวงเข้าไปจนสุด ดันทุกขอบเขตของร่างกายเธอให้ยอมจำนนต่อความปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้
เขาโน้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากที่บัดนี้บวมเจ่อของเธอ “เธอเป็นของฉันแล้ว จำไว้… และจะเป็นตลอดไป”
