บทที่ 1: หวานกว่าขนมไทย ก็เจ้านายหน้ามึนนี่แหละ!
แสงแดดยามสายสาดส่องลงมาตกกระทบกับคฤหาสน์หลังงามสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกใจกลางเมืองที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ‘น้ำหนาว’ หญิงสาวในวัยยี่สิบสี่ปีสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจให้กับตัวเองมือเล็กประคองตะกร้าสานใบสวยที่ภายในบรรจุกล่องขนมไทยจัดเรียงอย่างประณีตสวยงาม ทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และลูกชุบสีสันสดใสที่ ‘แม่วาด’ ตั้งใจทำสุดฝีมือ ปกติแล้วหน้าที่ส่งขนมตามบ้านลูกค้าวีไอพีจะเป็นของแม่วาด แต่วันนี้แม่เกิดป่วยกะทันหันจนลุกไม่ขึ้น น้ำหนาวที่เพิ่งว่างจากการเตรียมตัวเริ่มงานใหม่ในวันจันทร์ที่จะถึง จึงต้องรับอาสามาส่งขนมแทน
"มาส่งขนมจากร้านแม่วาดค่ะ"
หญิงสาวแจ้งกับแม่บ้านที่ออกมารับหน้า ก่อนจะถูกเชิญให้เข้ามานั่งรอในห้องรับแขกที่ตกแต่งอย่างหรูหราเพียงไม่นาน หญิงสูงวัยท่าทางใจดีและดูสง่างามก็เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม ‘คุณหญิงปภา’ มารดาของซีอีโอหนุ่มแห่งเครือโรงแรมระดับประเทศนั่นเอง
"หนูน้ำหนาวใช่ไหมลูก? แม่วาดเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆ ตัวจริงน่ารักกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะเนี่ย"
คุณหญิงปภากล่าวทักทายอย่างเป็นกันเองจนน้ำหนาวที่แอบเกร็งในตอนแรกเผลอยิ้มออกมา
"ขอบคุณค่ะคุณผู้หญิง!... พอดีวันนี้แม่วาดไม่สบายนิดหน่อย หนาวเลยเอาขนมมาส่งให้แทนค่ะ หวังว่าจะถูกปากนะคะ"
"เรียกคุณป้าเถอะลูก น่ารักดี" คุณหญิงปภาเปิดกล่องขนม หยิบลูกชุบขึ้นมาทานแล้วพยักหน้าพอใจ
"อร่อยเหมือนเดิมเลย หนูเนี่ยฝีมือไม่มีใครเทียบจริงๆ... พูดแล้วป้าก็เหนื่อยใจ หันไปดูตา ‘กร’ ลูกชายป้านะ วันๆ เอาแต่ทำงาน ไม่ก็ไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูง อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ แต่ไม่ยอมหาเมียเป็นตัวเป็นตนสักที ป้าล่ะอยากจะอุ้มหลานจริงๆ ไม่รู้ว่าจะมีบุญกับเขาไหมละนะ" น้ำหนาวได้แต่ยิ้มรับจางๆ ไม่กล้าออกความเห็นเรื่องเจ้านายระดับมหาเศรษฐี เพราะลูกชายของคุณหญิงปภาเป็นใคร หน้าตาเป็นยังไงเธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำ สิ่งที่พอจะทำได้แบบมีมารยาทที่สุดก็คือก่รส่งยิ้มอ่น
"ว่าแต่หนูน้ำหนาวมีแฟนหรือยังลูก?"คำถามตรงไปตรงมาของคุณหญิงทำเอาน้ำหนาวชะงัก
"เอ่อ... ยังค่ะ หนาวเพิ่งเรียนจบมาไม่นาน ตอนนี้อยากโฟกัสเรื่องงานกับหาเงินมารักษาแม่มากกว่าค่ะ" เธอตอบตามความจริง บาดแผลในอดีตของแม่วาดที่เคยถูกครอบครัวคนรวยกีดกัน ทำให้เธอตั้งปณิธานไว้เลยว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายฐานะต่างกันฟ้ากับเหวเด็ดขาด สายตาของคุณหญิง ปภาเปล่งประกายขึ้นมาทันที
"ดีเลยลูก! เอาอย่างนี้นะ เช้าวันอาทิตย์นี้ประมาณเก้าโมง ป้าอยากให้หนูเอาขนมมงคลชุดใหญ่มาส่งที่นี่อีกรอบได้ไหม ป้าจะเอาไปทำบุญน่ะ คิดค่าใช้จ่ายมาได้เลย ป้าจ่ายไม่อั้น"
"ได้ค่ะคุณป้า วันอาทิตย์เก้าโมงตรง หนาวจะเอามาส่งให้ถึงมือเลยค่ะ"
น้ำหนาวรับคำอย่างแข็งขัน โดยไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มของคุณหญิงปภานั้น... มีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่! เช้าวันอาทิตย์
น้ำหนาวหิ้วตะกร้าขนมชุดใหญ่มาถึงคฤหาสน์ตรงเวลาเป๊ะ แต่สิ่งที่ผิดคาดคือแม่บ้านกลับบอกว่าคุณหญิงปภาไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน และสั่งให้เธอนั่งรอในห้องนั่งเล่นไปก่อน หญิงสาวนั่งกะพริบตาปริบๆ มองซ้ายมองขวาในห้องนั่งเล่นที่เงียบสงบ แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากบันไดเวียนกลางบ้าน น้ำหนาวหันไปมอง ก่อนที่ลมหายใจจะสะดุดวูบ
ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ กำลังเดินลงบันไดมาด้วยสภาพที่ทำให้คนมองต้องรีบเบือนหน้าหนี เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำที่ไม่ได้ติดกระดุมสักเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและกล้ามหน้าท้องเป็นลอนสวยแบบคนที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงนิดๆ กับใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักที่ยังดูงัวเงีย ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ จนน่าใจหาย คิรากรขมวดคิ้วเมื่อเห็นผู้หญิงแปลกหน้ายืนอยู่ในห้องนั่งเล่น ปกติแม่ของเขามักจะหาเรื่องส่งลูกสาวเพื่อนไฮโซมาให้ดูตัวเสมอ แต่ผู้หญิงคนนี้ดูต่างออกไป เธอใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ทะมัดทะแมง หน้าตาจิ้มลิ้มสไตล์ธรรมชาติไม่ได้แต่งแต้มอะไรมาก แต่ดวงตากลมโตที่มองมาแวบหนึ่งแล้วรีบหันหนีนั่น... ดูหยิ่งพยศไม่เบา
"เด็กรับใช้คนใหม่เหรอ? ไปชงกาแฟดำมาให้ฉันแก้วนึง ขอเข้มๆ" เสียงทุ้มต่ำและติดจะแหบพร่าเอ่ยสั่งอย่างเคยตัว น้ำหนาวหันขวับทันที
"ขอโทษนะคะ ฉันไม่ใช่เด็กรับใช้ ฉันเป็นแม่ค้า เอาขนมมาส่งให้คุณหญิงปภาค่ะ!" คิรากรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เดินล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็กซ์เข้ามาใกล้ จนน้ำหนาวต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมกับกลิ่นอายบุรุษเพศลอยมากระทบจมูกจนเธอแอบใจสั่น
"แม่ค้าขนมไทย?" เขากวาดสายตามองร่างเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหยุดที่ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ
"แม่ฉันเปลี่ยนรสนิยมตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้ส่งเด็กกะโปโลมาให้ถึงบ้าน... หรือนี่เป็นมุกใหม่ในการอ่อย?”
"คุณ!" น้ำหนาวตาโต เบิกตากว้างด้วยความโมโห
"ฉันมาส่งขนมจริงๆ ค่ะ ไม่ได้มาอ่อยใคร และกรุณาช่วยติดกระดุมเสื้อให้เรียบร้อยด้วยค่ะ มันอุจาดตา!" คำด่านั้นไม่ได้ทำให้คิรากรโกรธ กลับกัน เขากลับรู้สึกสนุก
มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้จนชิดโต๊ะกระจกที่กั้นกลาง
เขาก้มหน้าลงมาจนระดับสายตาแทบจะเสมอกับเธอ
