บทที่ 2 พิญดา
กลิ่นหอมอ่อนจากกายสาวมันทำให้ร่างกายของเขาเกร็งเครียดไปทั้งร่างเป้ากางเกงของเขามันแทบปริแตกความปวดร้าวกลางร่างเริ่มทำงาน ใบหน้าหล่อก้มกระซิบชิดแก้มนวลใส
“ไหนเธอลองพูดอีกครั้งสิเพราะฉันไม่ค่อยได้ยิน”
ดวงตากลมโตลืมขึ้นก่อนจะเบิกกว้างใบหน้างามที่ว่าแดงแล้วตอนนี้มันมีสีก่ำเสียยิ่งกว่าลูกตำลึงสุกเพราะใบหน้าหล่อของเขาอยู่ใกล้ชนิดที่เส้นด้ายเท่านั้นที่ลอดผ่าน หล่อนรีบหลับตาลงทันทีหัวใจสาวเต้นระทึก
“พูดสิพิญดาฉันรอฟังอยู่”
พันกรลอบมองใบหน้าสวยหวานของคนใต้ร่างที่หลับตาปี๋อย่างเอ็นดู
“พิมพ์ขอโทษค่ะ พิมพ์จะไม่ว่าคุณพันกรอีกพิมพ์ขอโทษค่ะ”
คนตัวโตเห็นปฏิกิริยาของหล่อนแล้วอดที่จะอมยิ้มไม่ได้ก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าให้กลับไปเรียบเฉยดังเดิม
“ก็เท่านี้”
เขาลุกออกจากร่างบางปล่อยให้หล่อนเป็นอิสระหล่อนยอมรับว่าแอบรู้สึกเสียดายที่เขาไม่จูบหล่อนอย่างที่คาดคิดเอาไว้
“ทีหลังอย่าเถียงฉันอีกเข้าใจไหมพิญดา”
“ค่ะคุณพันกร”
เสียงโทรศัพท์มือถือของหล่อนดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อนมือบางกดรับสายก่อนจะกรอกเสียงลงไป
“ว่าไงเอซาวา”
เมื่อรู้ว่าปลายสายที่โทรมาคือใครหัวใจหนุ่มกลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกเขาไม่ชอบเพื่อนของหล่อนที่ชื่อ เอซาวาเลยสักนิดหรือจะบอกว่าไม่ชอบเพื่อนผู้ชายของ พิญดาสักคนเลยก็ว่าได้
“วันพรุ่งนี้หรอ อ่อได้สิ ได้ๆ โอเคแล้วเจอกันนะ”
หล่อนวางสายไปเรียบร้อยแล้วก่อนจะรู้สึกได้ถึงกระแสอะไรบางอย่างจากพันกรซึ่งหล่อนไม่เข้าใจสักนิดเมื่อสักครู่เขายังไม่ได้มีใบหน้าที่เคร่งขรึมขนาดนี้เลยสักนิดถึงแม้ใบหน้าหล่อของเขาจะเรียบเฉยในยามปกติก็ตาม มันทำให้หล่อนรู้สึกหวาดกลัวไม่น้อย
“ผู้ชายนัดไปเที่ยวใช่ไหมพิญดา”
“เอ่อ...เพื่อน น่ะค่ะ”
หล่อนรับรู้ถึงกระแสน้ำเสียงแห่งความไม่พึงพอใจในนั้นแต่ไม่ยักเข้าใจว่าทำไมเขาต้องดูบึ้งตึงขนาดนี้ใบหน้าเรียบเฉยของเขาที่ปกติแทบจะไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ยามนี้มันเยือกเย็นเสียจนหล่อนหวาดกลัว
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหล่อนเห็นเขาปรายตามองดอกไม้สวยในแจกันบนโต๊ะก่อนจะหันกลับมามองหล่อนด้วยสายตาดำมืด
“เธอคิดว่าดอกไม้ที่เธอได้จากงานแต่งมันจะช่วยให้เธอสมหวังกับผู้ชายรวยๆ ได้อย่างนั้นหรือพิญดา”
หล่อนส่ายหน้าทั้งน้ำตาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้ชายตรงหน้าถึงได้แต่คอยยัดเยียดคำพูดร้ายกาจให้หล่อนตลอดเวลา
“เพราะเธอจะไม่มีทางได้สมหวัง”
มือหนาปัดแจกันบนโต๊ะของหล่อนจนมันตกลงมาบนพื้นแตกเป็นเสี่ยงๆ เขาจงใจเหยียบดอกไม้ที่มันกระเด็นเพราะการตกกระทบก่อนจะเดินออกไปจากห้องของหล่อนด้วยท่าที่ที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
หัวใจสาวร้าวระบมหล่อนได้แต่มองแผ่นหลังกว้างของคนใจร้ายที่ก้าวเดินจากไปอย่างไม่ใยดี
น้ำตาสาวไหลทะลักทลายออกมาอย่างสุดกลั้นดวงตากลมโตที่มีหยาดน้ำตาคลอหน่วงจ้องมองดอกไม้สวยที่ได้รับจากพันกรอย่างหวงแหนตอนนี้สภาพของมันไม่น่ามองนัก
มือบางที่สั่นเทาเล็กน้อยเพราะแรงสะอื้นไห้เอื้อมหยิบดอกไม้สวยที่ตอนนี้มันชอกช้ำไม่ต่างจากหัวใจหล่อนเลยสักนิดขึ้นมากอดเอาไว้ด้วยความหวงแหนก่อนจะร่ำไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น
“บ้าชิบ”
พันกรที่ตอนนี้อยู่เพียงลำพังในห้องนอนกว้างขวาง สถบออกมาด้วยความหงุดหงิดที่ไม่สามารถควบคุมโทสะของตนเองได้ทั้งที่ยามปกติเขาสามารถทำมันได้เป็นอย่างดี
แม้กระทั่งตอนทำงานปฏิบัติหน้าที่เขาสามารถควบคุมโทสะร้ายให้มันเยือกเย็นได้เพราะกระทำงานใหญ่ใจต้องนิ่งแต่กลับพิญดาหล่อนทำให้ระบบการควบคุมตนเองของเขามันรวนไปหมดไม่ใช่เพียงแค่อารมณ์ร้ายเท่านั้นแต่เจ้าท่อนเอ็นของเขามันตั้งชูชันพร้อมทำงานอย่างน่าละอาย
ความรู้สึกที่เขามีต่อหล่อนมันคืออะไรกันแน่เขาไม่เข้าใจตนเองนักรู้เพียงแต่รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากที่หล่อนทำท่าทางหวาดกลัวเขาราวกลับลูกนกต่างจากผู้หญิงอื่นที่แทบจะกระโจนเข้าหา โมโหทุกครั้งที่รู้ว่าหล่อนมีผู้ชายมาติดพันเขาอดไม่ได้ที่จะสาดวาจาร้ายกาจออกไปเหมือนเช่นวันนี้
แผนร้ายกาจผุดขึ้นในหัวเมื่อนึกถึงบทสนทนาของพิญดาและปลายสายอย่างเอซาวา
“อย่าคิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอได้ไปพลอดรักกับไอ้หน้าจืดได้ง่ายๆ นะพิญดา”
มือหนาโยนไม้พยุงทิ้งก่อนจะนั่งลงกับโซฟาตัวนุ่มพร้อมกับแกะเผือกอ่อนที่ขาออกแล้วเฟี้ยงมันลงกับพื้นด้วยความหงุดหงิดก่อนจะลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างกระฉับกระเฉง
“ให้ป้าจัดอาหารเลยไหมคะคุณพันกร”
“แล้วคนอื่นล่ะครับ”
พันกรที่ใส่เผือกอ่อนแล้วใช้ไม้ช่วยพยุงเดินอย่างคล่องแคล่วมาที่โต๊ะอาหารจนป้าทิพย์อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้
“คุณพันกรไม่เจ็บขาแล้วหรือคะ”
คนถูกทักชะงักเล็กน้อยก่อนจะแสดงสีหน้าให้คนสูงวัยเห็นว่าตนเองยังคงเจ็บขาอยู่
“เจ็บสิครับป้า แล้วนี่ทำไมไม่มีคนมาช่วยป้าเลย”
“อ่อ พอดีพิมพ์มันไปหาหมอน่ะค่ะ”
“พิญดาไปหาหมอ เธอเป็นอะไรครับ”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตกใจระคนเป็นห่วงจนป้าทิพย์ที่ยืนอยู่รู้สึกตกใจไม่น้อยเพราะปกติแล้วสีหน้าเรียบเฉยเท่านั้นที่จะอยู่บนใบหน้าหล่อของพันกรแต่ตอนนี้ชายหนุ่มดูร้อนรน
“เอ่อ ไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะเห็นว่าไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนเอซาวาน่ะค่ะ”
ความรู้สึกห่วงใยที่มีมันมลายหายวับไปกับตาแต่ทว่าความรู้สึกหึงหวงจนแน่นอกมันกลับเข้ามาแทนที่จนเต็มทุกพื้นที่ของความรู้สึก
ดวงตาคมกริบที่มีแต่ความมืดดำนั้นยามนี้มันให้ความรู้สึกที่มืดลึกยิ่งกว่าเดิม
“ผมไม่หิวป้าไม่ต้องตั้งโต๊ะนะครับ อ่อถ้าพิญดากลับมาแล้วรบกวนให้เธอเอานมสดมาให้ผมด้วยนะครับ”
“ให้ป้าเอาให้...”
ป้าทิพย์ยังไม่ทันได้พูดจบพันกรก็พูดแทรกด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแต่แฝงไปด้วยความแข็งกร้าว
“ให้พิญดาเป็นคนเอามาครับ”
คนตัวโตพูดจบก็เดินดุ่มๆ ขึ้นบันไดกลับขึ้นห้องไปทันทีราวกลับที่ขาของเขาไม่ได้ใส่เผือก
ร่างอรชรของพิญดายืนชะงักงันอยู่หน้าห้องของพันกรอยู่พักใหญ่เพราะรู้ดีว่าเขาคงไม่ต้องการเห็นหน้าหล่อนแต่ทว่าทำไมป้าทิพย์ถึงบอกหล่อนว่าเขาต้องการให้หล่อนเอานมสดมาให้ ภายในมือมีแก้วทรงสวย ก่อนที่จะกลั้นใจเคาะประตูแล้วเปิดมันเข้าไป
“ขออนุญาตนะคะ”
หล่อนตั้งใจจะวางมันเอาไว้แล้วรีบเผ่นออกมาเพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มหงุดหงิดใส่เหมือนทุกครั้ง มือบางวางแก้วทรงสวยที่บรรจุของเหลวสีขาวก่อนจะรีบเผ่นออกจากห้องแต่แล้วเสียงกระด้างของพันกรมันดังขึ้นเสียก่อน
“จะรีบไปไหนพิญดา”
หล่อนสะดุ้งด้วยความตกใจเพราะคิดว่าชายหนุ่มน่าจะอยู่ในห้องน้ำแต่เขากลับนั่งอยู่บนเตียงกว้าง
“เอ่อ พิมพ์จะไปช่วยป้าทิพย์ร้อยพวงมาลัยค่ะ”
เนื้อตัวสาวสั่นเทาเพราะความหวาดกลัวคนตรงหน้ามันเป็นความรู้สึกที่หล่อนไม่สามารถควบคุมได้เลยยิ่งนึกหวนคิดถึงริมฝีปากหนาหนักของเขาที่บดเคล้าคลึงร่างสาวยิ่งร้อนฉ่าปวดหนึบกลางร่างอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“มาช่วยฉันอาบน้ำก่อน”
“คะ !!”
หล่อนตกใจกำลังคิดว่าหูฝาด
“ฉันอยากอาบน้ำ เร็วเข้ามาพยุงฉันหน่อย”
หน้าสาวแดงก่ำพันกรจะให้หล่อนช่วยเขาอาบน้ำเลือดในกายสาวสูบฉีดรุนแรงหล่อนทำไม่ได้หรอกแค่อยู่ใกล้กับเขาหล่อนยังแทบจะเป็นลมแล้วนี่จะให้ช่วยอาบน้ำ
“เดี๋ยวพิมพ์ตามนายยศมาช่วยนะคะ”
ทำไมหล่อนถึงต้องคอยปฏิเสธหนีออกห่างเขาทุกครั้งมันสร้างความหงุดหงิดให้ชายหนุ่มไม่น้อยมีบรรดาผู้หญิงมากมายที่อยากใกล้ชิดกับเขาแต่ดูเจ้าหล่อนทำเข้าสิพยายามวิ่งหนีเขาตลอดเวลา
