บทย่อ
บอดี้การ์ดคลั่งสวาท เป็นภาคต่อจากเรื่อง ซ่อนกลสวาท แต่ถ้าไม่เคยอ่านซ่อนกลสวาทมาก่อนก็สามารถอ่านเข้าใจได้ค่ะ แต่จะฟินมากกว่าเดิมถ้าได้อ่านซ่อนกลสวาทด้วย บอดี้การ์ดคลั่งสวาทจะเป็นเรื่องราวของพันกร และ พิญดา เด็กสาวรับใช้ที่แอบรักบอดี้การ์ดหนุ่มที่มีศักดิ์เป็นถึงน้องชายของเจ้าของคฤหาสน์หากจะมองหาฉากบู๊ยิงระห่ำในเรื่องนี้ไม่มีนะคะมีแต่กระแทกกระทั้นบ้าคลั่งรุนแรงเท่านั้น อิอิ **************** “จะรีบไปไหนพิญดา” หล่อนสะดุ้งด้วยความตกใจเพราะคิดว่าชายหนุ่มน่าจะอยู่ในห้องน้ำแต่เขากลับนั่งอยู่บนเตียงกว้าง “เอ่อ พิมพ์จะไปช่วยป้าทิพย์ร้อยพวงมาลัยค่ะ” เนื้อตัวสาวสั่นเทาเพราะความหวาดกลัวคนตรงหน้ามันเป็นความรู้สึกที่หล่อนไม่สามารถควบคุมได้เลยยิ่งนึกหวนคิดถึงริมฝีปากหนาหนักของเขาที่บดเคล้าคลึงร่างสาวยิ่งร้อนฉ่าปวดหนึบกลางร่างอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “มาช่วยฉันอาบน้ำก่อน” “คะ !!” หล่อนตกใจกำลังคิดว่าตนเองหูฝาด “ฉันอยากอาบน้ำ เร็วเข้ามาพยุงฉันหน่อย” หน้าสาวแดงก่ำ พันกรจะให้หล่อนช่วยเขาอาบน้ำเลือดในกายสาวสูบฉีดรุนแรงหล่อนทำไม่ได้หรอกแค่อยู่ใกล้กับเขาหล่อนยังแทบจะเป็นลม แล้วนี่จะให้ช่วยอาบน้ำ “เดี๋ยวพิมพ์ตามนายยศมาช่วยนะคะ” ทำไมหล่อนถึงต้องคอยปฏิเสธหนีออกห่างเขาทุกครั้งมันสร้างความหงุดหงิดให้ชายหนุ่มไม่น้อย มีบรรดาผู้หญิงมากมายที่อยากใกล้ชิดกับเขาแต่ดูเจ้าหล่อนทำเข้าสิพยายามวิ่งหนีเขาตลอดเวลา “ไม่ต้องเธอนั่นแหละมาช่วยฉัน” น้ำเสียงกระด้างของเขาถือเป็นสิทธิขาดทำให้หล่อนไม่สามารถปฏิเสธได้อีก เขาอ้าแขนข้างหนึ่งรอให้หล่อนเข้ามาพยุงหล่อนไม่มีทางเลือกจึงต้องเป็นไม้เท้าชั่วคราวให้กับปากร้ายอย่างเขา ร่างเล็กพยุงร่างแข็งแกร่งบึกบึนด้วยความทุลักทุเลเข้ามาภายในห้องน้ำ ก่อนจะหน้าแทบไหม้เมื่อเห็นพันกรถอดเสื้อยืดคอกลมสีขาวออกจากร่าง กล้ามเนื้อหนุ่มแน่นหนัน เป็นลอนสวยยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับบุรุษ สีผิวแทนของเขามันยิ่งทำให้หล่อนใจสั่นถึงกับต้องก้มมองที่พื้นแทน
บทที่ 1 พันกร
ตระกูลซาโนะร่ำรวยจากการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตอนนี้การควบคุมธุรกิจทั้งหมดอยู่ในการดูแลของ ซาโนะ เคนอิจิ และมีมือขวาอย่าง พันกร สวัสดิพักตร์ ผู้เป็นน้องชายต่างมารดาคอยช่วยดูแลในขณะที่ผู้เป็นบิดา ซาโนะ ทาคาฮาชิ ได้ปลงระวางการทำธุรกิจแล้วเลือกที่จะใช้ชีวิตที่เหลืออย่างเรียบง่ายที่คฤหาสน์ชานเมือง
เป็นที่รู้กันหลายต่อหลายครั้งที่ผู้เป็นพี่ชายอย่าง ซาโนะ เคนอิจิ พยายามให้น้องชายอย่าง พันกร สวัสดิพักตร์ รับในสิ่งที่เขาหยิบยื่นให้ไม่ว่าจะเป็นส่วนแบ่งจากธุรกิจหรือแม้กระทั่งเรียกเขาว่าพี่ชายแต่ทว่าคนเป็นน้องกลับไม่ยอมรับเพราะความถ่อมตัว
“เป็นยังไงบ้างครับคืนเข้าหอ”
พันกร สวัสดิพักตร์ หรือ กร หนุ่มวัย 34 ปี ผู้เป็นทั้งน้องชายและบอดี้การ์ดประจำตัวซาโนะ เคนอิจิ เอ่ยทักคนที่เพิ่งลงมาจากด้านบนชั้นสอง
“ก็ดีว่าแต่นายเถอะเมื่อไหร่จะมีคนรักกับเขาเสียที”
ซาโนะ เคนอิจิ วัย 38 ปี ก้าวเท้าเข้ามาในห้องอาหารก่อนจะทรุดตัวลงนั่งก่อนจะหันไปพยักพะเยิดส่งสัญญาณให้แม่บ้านอย่างป้าทิพย์ที่ยืนรออยู่มุมห้องตักข้าว
“ผมยังไม่พร้อมมีใคร”
น้ำเสียงของพันกรเมื่อพูดประโยคนี้มันแปร่งจนคนฟังรับรู้ได้
“ถ้านายยังไม่เลือกใครสักคนสงสัยคุณพ่อคงจะต้องจับคู่นายให้กับโยชิเอะอย่างแน่นอน”
ซากาโมโต้ โยชิเอะ สาวญี่ปุ่นหล่อนสวยราวกลับตุ๊กกะตากระเบื้องเคลือบ หล่อนเป็นบุตรสาวของตระกูล ซากาโมโต้ผู้ครอบครองธุรกิจโรงแรมในโตเกียว
เคนอิจิ เห็นน้องชายเงียบขรึมกว่าปกติจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องคุยแทน
“ขาของนายดีขึ้นหรือยัง”
“ก็เรื่อยๆ ครับ”
พันกร ยังคงก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อยเมื่อมีคนถามถึงอาการเจ็บขา
“นายยังไม่ต้องไปทำงานนะรอจนกว่าขาจะหายดีแล้วค่อยไป”
“ไม่เป็นไรครับผมไปไหว”
คนเป็นพี่ชายอย่างเขาจ้องหน้าน้องชายตาไม่กะพริบพร้อมกับอมยิ้มมุมปาก
“แปลกดีนะอุบัติเหตุเล็กๆ กลับทำให้คนที่แข็งแกร่งราวกับหินผาอย่างนายเจ็บสาหัสได้นานขนาดนี้”
พันกรเห็นสีหน้าของพี่ชายที่มองมาเขาพยายามปรับสีหน้าจากเดิมที่เรียบเฉยให้มันไร้ความรู้สึกเข้าไปอีก
“อ่อแล้วคุณหวานใจละครับ”
เคนอิจิมองพันกรปราดเดียวก็รู้แล้วว่ากำลังทำอะไรอยู่เขาเป็นพี่ชายทำไมจะอ่านคนเป็นน้องไม่ออก
“ยังไม่ตื่นน่ะ”
แล้วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันอยู่พักใหญ่จนกระทั่งเคนอิจิหันไปพูดคุยกับป้าทิพย์
“ป้าทิพย์แล้วพิญดาไปไหนเสียล่ะ”
ปกติแล้วในห้องอาหารจะต้องมีป้าทิพย์และพิญดาคอยดูแลอยู่เป็นประจำ
“พิมพ์มันไม่ค่อยสบายค่ะ”
สิ่งที่ป้าทิพย์พูดทำให้คนที่นั่งทานอาหารอยู่เงียบๆ ถึงกับชะงักมือทันที
“อ้าวแล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่ามะวานผมยังเห็นพิมพ์ได้ช่อดอกไม้อยู่เลยแบบนี้ป้าทิพย์ต้องเตรียมตัวต้อนรับลูกเขยได้แล้วนะครับ”
“เจ็บขาแล้วมีไข้นิดหน่อยค่ะ”
ป้าทิพย์ยิ้มแย้มให้กับคนเป็นเจ้านายในขณะที่พันกรที่กำลังตักอาหารเข้าปากแทบกินไม่ลงเมื่อได้ยินสิ่งที่พี่ชายพูด
“ป้าครับแล้วพิญดามีแฟนหรือยังครับ”
เคนอิจิยังคงชวนป้าทิพย์พูดคุยไม่เลิก
“ป้าก็ไม่มั่นใจค่ะไม่เคยถามมันแต่เห็นอยู่นะคะว่ามีเพื่อนผู้ชายชอบโทรหาบ่อยๆ”
“อ่อ...ครับ”
ซาโนะ เคนอิจิแอบเหลือบสายตามองคนเป็นน้องชายที่นั่งทานอาหารอย่างเงียบขรึมราวกลับไม่ได้ยินสิ่งที่เขาและป้าทิพย์กำลังพูดคุย
“ผมขอเริ่มงานวันพรุ่งนี้นะครับวันนี้ขอตัวพักผ่อนก่อน”
“ได้เลยไอ้น้องชาย”
ซาโนะ เคนอิจิยิ้มให้กับคนเป็นน้องชายที่ดูท่าทางไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่
พิญดา ประกายมุข หรือ พิมพ์ วัย 20 ปี หล่อนเป็นหลานสาวของป้าทิพย์แม่บ้านเก่าแก่ประจำตระกูล ซาโนะ ป้าของหล่อนรับใช้คนตระกูลนี้มาเนินนานตั้งแต่สมัยรุ่นแม่ยันรุ่นลูก
แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาผ่านรอยแยกของผ้าม่านสีสวยไม่ได้ทำให้หล่อนรู้สึกตัวตื่นขึ้นจากนิทราหากไม่มีเสียงของนาฬิกาปลุกหัวเตียง
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
มือบางเอื้อมมือมาปิดด้วยความรำคาญก่อนจะเหยียดแขนทั้งสองข้างขึ้นเพื่อขับไล่ความเมื่อยขบของร่างกายดวงตากลมโตที่ปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นก่อนจะพบว่ามันสายมากแล้ว
“เจ็ดโมงกว่าแล้ว”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นเวลาบนผนังห้องที่ติดอยู่ เมื่อคืนเหมือนหล่อนมีอาการไข้อาจเป็นเพราะอาการเกี่ยวเนื่องจากขาที่แพลง จึงกินยาแก้ไข้จำนวนสองเม็ดมันคงเป็นเพราะฤทธิ์ยาถึงทำให้หล่อนไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกตั้งแต่หนแรกที่มันร้อง
ร่างบางออกจากห้องน้ำก่อนจะมายืนส่องกระจกเพื่อเช็คความเรียบร้อยของตนเองก่อนจะรีบออกไปช่วยงาน ป้าทิพย์ ยาเมื่อวานมันช่วยหล่อนเอาไว้ได้มากเลยทีเดียวไม่มีไข้แล้วแต่ขายังคงเจ็บอยู่เล็กน้อย
ดวงตากลมโตจ้องตนเองในกระจกเงาก่อนจะนึกหวนถึงเรื่องเมื่อคืน งานแต่งของซาโนะ เคนอิจิ และหวานใจ พิศาลสิน หล่อนไปยืนรอรับช่อดอกไม้จากเจ้าสาวโดยไม่ได้คาดหวังจะแย่งชิงกับใคร เพราะออกไปร่วมสนุกตามคำเชิญของผู้ที่จะมาเป็นนายหญิงของคฤหาสน์
เหตุการณ์ค่อนข้างชุลมุนหล่อนตั้งใจยืนด้านหลังกลุ่มคนก่อนจะเสียหลักล้มเพราะคนด้านหน้าถอยหลังมา
แต่ทว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คนขาเจ็บใส่เผือกอ่อนอย่างพันกรกลับเข้ามารับหล่อนเอาไว้ได้ทันพร้อมๆ กับการที่เขารับช่อดอกไม้จากเจ้าสาวได้อย่างง่ายดายราวกลับเขาเป็นเจ้าของช่อดอกไม้ช่อนี้
เขามอบมันให้กับหล่อนก่อนจะพูดจาร้ายกาจเป็นของแถมที่หล่อนไม่เคยอยากได้มันเลยแม้แต่นิดเดียว คำพูดของเขามันติดอยู่ในหัวสวยๆ ตลอดเวลาจนไม่สามารถแกะออกได้เลยสักนาทีเดียว
“เธอคงไม่ได้อยากได้ดอกไม้หรอกใช่ไหมพิญดา”เพราะเธอน่าจะอยากได้ผัวเสียมากกว่า”
ถึงแม้หล่อนจะเจ็บปวดกับสิ่งที่เขาพูดสักแค่ไหนแต่หล่อนกลับไม่สามารถหยุดรักเขาได้เลยแม้แต่นาทีเดียว
พิญดาก้มลงดมกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ตอนนี้ถูกจัดใส่แจกันกลางเก่ากลางใหม่ของตนเองอย่างมีความสุขเล็กๆ ของหล่อนคงเป็นช่อดอกไม้ช่อนี้กระมังที่ทำให้สามารถโมเมไปเองว่าได้รับมันจากพันกร
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
เสียงเคาะประตูทำให้หล่อนรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะขานรับออกไป
“มาแล้วค่ะแป๊บนึงนะคะ”
มือบางเปิดประตูออกเพียงแค่ครึ่งเดียวก็แทบอย่างจะปิดล็อกมันกลับที่เดิมเพราะคนที่ยืนอยู่หน้าห้องกลับไม่ใช่ป้าทิพย์อย่างที่เข้าใจแต่กลับกลายเป็นพันกร
“มีอะไรหรือคะคุณพันกร”
หล่อนแง้มประตูเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นก่อนจะ เสหลบสายตาคมกริบของเขาอีกเช่นเคย
หล่อนเห็นเขายังคงใส่เผือกอ่อนอยู่แขนข้างหนึ่งยังมีไม้พยุงสำหรับช่วยทรงตัว
“เห็นว่าเธอไม่สบายฉันเลยอยากมาดู...”
คราแรกหัวใจสาวกำลังพองโตเพราะคิดว่าเขาเป็นห่วงแต่ประโยคต่อมามันกลับทำให้ความรู้สึกของหล่อนติดลบเลยทีเดียว
“ว่าป่วยจริงหรือว่าแสร้งป่วยเพราะอยากหาเรื่องอู้งาน”
เขารำคาญผู้หญิงตรงหน้าไม่น้อย ไม่เข้าใจว่าทำไมหล่อนจะต้องก้มหน้าหลบสายตาราวกับรังเกียจเขาขนาดนี้ด้วย แต่ยิ่งถ้าหล่อนเกียจเขาก็จะยิ่งก่อกวน
“ตอนนี้ดีขึ้นแล้วค่ะ”
“หลบฉันจะเข้าไป”
คนตัวโตแทรกตัวเข้ามาในห้องของหล่อนโดยไม่ต้องรอคำอนุญาตเขาเดินได้คล่องแคล่วราวกับคนขาปกติ
“คุณพันกร ขะ...เข้ามาในห้องพิมพ์มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”
“เธอไม่เห็นหรือไงว่าฉันขาเจ็บขอฉันนั่งพักหน่อยนี่ฉันเดินมาตั้งไกลเธอจะใจดำเกินไปหน่อยไหมพิญดา”
คนตัวโตร่างกายกำยำทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงคับแคบของหล่อนอย่างถือวิสาสะ
คำพูดของเขาทำให้หล่อนรู้สึกละอายใจที่เหมือนไร้น้ำใจกับเขาแต่เป็นเขาเองไม่ใช่หรือที่ขนาดขาเจ็บแล้วยังอุตสาห์เดินมาตั้งไกลเพื่อมาจับผิดหล่อน
“ใครใช้ให้มาเที่ยวจับผิดคนอื่นล่ะ”
หล่อนคิดว่าพูดมันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วแต่กลับเป็นว่าคนขาเจ็บดันหูดีเสียอย่างนั้น
“เธอพูดอะไรนะพิญดา”
มือหนาคว้าที่ข้อมือบางของหล่อนก่อนจะออกแรงเหวี่ยงจนร่างเล็กปลิวล้มกับเตียงก่อนที่จะถูกเขาคร่อมเอาไว้ทั้งตัว
ดวงตากลมโตเบิกกว้างดวงความตื่นตะหนกใบหน้างามแดงก่ำสลับขาวซีดหัวใจสาวมันเต้นจังหวะระทึก พันกรก้มใบหน้าต่ำลงมาหาทำเอาคนที่อยู่ใต้ร่างหลับตาปี๋เพราะคิดว่าเขาจะจูบหล่อนอย่างเมื่อวันนั้น

