10 คืนฝนพรำและความทรงจำหวนคืน
เสียงเพลงจังหวะหนัก ๆ ภายในผับหรูย่านทองหล่อไม่ได้ทำให้ชาริณสนุกเลยสักนิด ปกติแล้วเวลามาเที่ยวแบบนี้ชาริณจะมาเที่ยวกับเพื่อนสนิท หากแต่ครั้งนี้หญิงสาวมากับกลุ่มเพื่อนสนิทของแฟนหนุ่ม
ชาริณในชุดเดรสพอดีตัวสีครีมที่ดูเรียบหรูแต่น่ามอง นั่งเบียดตัวอยู่ข้างจิรเมธแฟนหนุ่มที่วันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษเพราะเป็นงานวันเกิดของเพื่อนสนิทในกลุ่มวิศวะของเขา
“ใบชาแก้วนี้ไอ้บาสมันตั้งใจสั่งให้เลยนะ วันเกิดเพื่อนพี่ทั้งที ดื่มหน่อยนะครับ” จิรเมธยื่นแก้วสีสวยให้กับหญิงสาว
“พี่จ๊อบคะนี่มันแก้วที่ห้าแล้วนะคะ ชาเริ่มมึนแล้วค่ะ พอเถอะนะ”
“อีกแก้วเดียวนะใบชา ถือว่าดื่มฉลองให้พี่ก็แล้วกันนะใบชา” บาสเจ้าของวันเกิดคะยั้นคะยอ
“ได้ค่ะพี่บาส แต่แก้วสุดท้ายแล้วนะคะ” ชาริณยกแก้วชนกับคนที่อ้างว่าเป็นวันเกิดก่อนจะยกขึ้นดื่ม
เธอพยายามกวาดสายตามองไปรอบห้อง ความรู้สึกอึดอัดเริ่มมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะในห้องวีไอพีขนาดใหญ่นี้เหลือเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว เพราะเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มของจิรเมธกลับไปหมดแล้ว สายตาของผู้ชายพวกนั้นที่มองมายังเธอในยามที่แอลกอฮอล์เข้าปากนั้นเริ่มดูไม่ค่อยเหมือนเดิมเท่าไหร่
“เก่งมากใบชา” เขาเอ่ยชมเมื่อหญิงสาวดื่มไปจนหมดแก้ว อ้อมแขนที่โอบไหล่เธอแน่นขึ้น
“พี่จ๊อบ ชาไม่ไหวแล้ว ไปส่งชาที่หอเถอะค่ะ ชาว่าชาเมามากแล้ว” ชาริณรู้ว่าตัวเองดื่มไปมากกว่าทุกครั้งจึงอยากจะรีบกลับหอ หญิงสาวพยายามพยุงตัวลุกขึ้นแต่ก็ทรงตัวแทบไม่อยู่
“โอเค ๆ สงสัยจะเมาจริง งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งนะ” จิรเมธหันไปขยิบตากับบาสครู่หนึ่งก่อนจะประคองร่างที่โอนเอนของแฟนสาวออกไปจากร้าน
เมื่อขึ้นมานั่งบนรถหญิงสาวพิงแผ่นหลังกับเบาะนุ่มแล้วหลับตาลง เธอไม่รู้เลยว่ารถเก๋งคันงามไม่ได้มุ่งหน้าไปยังหอพักของเธอ แต่มันกำลังมุ่งหน้าไปยังคอนโดมิเนียมของจิรเมธที่อยู่ห่างออกไป
เสียงเครื่องยนต์ดับลงทำให้ชาริณสะดุ้งลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย บรรยากาศใต้อาคารจอดรถทำให้เธอมึนงงหนักกว่าเดิม เธอหันมองไปรอบ ๆ แล้วหัวใจก็ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อมองไปแล้วก็รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่หอพักของเธอ
“พี่จ๊อบพาชามาที่นี่ทำไมคะ ชาบอกให้ไปส่งที่หอไง” เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นและรู้สึกถึงความไปไม่ปลอดภัยเมื่อเห็นสายตาของแฟนหนุ่ม เธอพยายามจะเปิดประตูรถแต่พบว่ามันถูกล็อกไว้
“ใบชาครับ พี่รักใบชานะ พี่คบกับใบชามาครึ่งปีแล้วนะ ทำไมชาถึงใจร้ายกับพี่นักล่ะ” เขาไม่พูดเปล่าแต่กลับโน้มตัวเข้าหาเธอทันที กลิ่นเหล้าจากตัวเขาแรงจนเธอเบือนหน้าหนี
“พี่จ๊อบ อย่าทำแบบนี้นะ” เธอเอามือดันเขาออก
แค่จิรเมธไม่ฟังเสียงทัดทาน เขาใช้มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วพยายามจะจูบและซุกไซ้ซอกคอขาว สัมผัสที่หยาบโลนและรุกรานทำให้ชาริณรู้สึกคลื่นไส้ ความหวาดกลัวกระตุ้นสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายสะบัดหน้าหนีและใช้เข่ากระทุ้งเข้าที่หน้าท้องของเขาอย่างจัง
“โอ๊ย!....ใบชา” ชายหนุ่มอุทานด้วยความเจ็บปวดและตกใจ
เธออาศัยจังหวะนั้นกดปุ่มปลดล็อกประตูแล้วออกไปจากรถทันที เธอวิ่งลงจากอาคารจอดรถไปยังถนนใหญ่หน้าคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต
แสงไฟสีแดง ‘ว่าง’ ของแท็กซี่คันหนึ่งแล่นผ่านมาพอดี เธอรีบโบกเรียกอย่างเอาเป็นเอาตาย
“ไปไหนครับคุณ”
ชาริณนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สมองพยายามประมวลผลอย่างหนัก ถ้าไปหอพักเขาต้องตามไปแน่ ๆ ถ้าไปบ้านที่บ้านพี่ชายก็ต้องสงสัยแน่ ๆ ว่าทำไมกลับมาในสภาพที่เมาเช่นนี้
ทันใดนั้นชื่อหนึ่งที่เธอพยายามลบเลือนไปตลอดสองปีก็ผุดขึ้นมาในมโนนึก
“ไปหมู่บ้าน xxx ค่ะ” เธอเอ่ยชื่อหมู่บ้านของแทนคุณออกไป
…..
สติของชาริณเริ่มกลับทีละนิดเมื่อแท็กซี่เลี้ยวเข้าสู่ซอยที่คุ้นตา หมู่บ้านจัดสรรระดับพรีเมียมยังคงเงียบสงบเหมือนเมื่อสองปีก่อน เธอจ่ายเงินและก้าวลงจากรถที่หน้าบ้านหลังนี้อีกครั้งทั้งที่ไม่เคยคิดจะกลับมาที่นี่
ติ๊งน่อง....ติ๊งน่อง....
เธอกดออดที่หน้าประตูรั้วครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยมือที่สั่นเพราะลมเริ่มพัดแรงขึ้นและเพียงไม่กี่นาทีต่อมาสายฝนที่ตั้งเค้ามานานก็เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“พี่แทน พี่แทนคะ เปิดประตูให้ชาหน่อย” เธอตะโกนแข่งกับเสียงฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ แต่ภายในบ้านที่ดูเหมือนจะไม่มีคนอยู่มีเพียงแสงไฟนอกบ้านเท่านั้นที่ส่องสว่าง
หญิงสาวรู้แล้วว่าเขาไม่อยู่บ้าน เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาหวังจะเรียกรถให้มารับ แต่หน้าจอกลับวูบ
“ทำไมต้องมาหมดเป็นตอนนี้ด้วยนะ” ร่างเล็กในชุดเดรสสั้นเปียกโชกจนแนบไปกับผิวเนื้อ เธอห่อไหล่สั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บและความสิ้นหวัง
เธอยืนพิงรั้วบ้านอยู่นานนับสิบนาที ความคิดที่จะเดินออกไปเรียกแท็กซี่ใหม่เริ่มแวบเข้ามาในหัว แต่สภาพของเธอตอนนี้ ทั้งเปียกและเมา คงดูไม่จืดหากต้องไปยืนรอรถหน้าปากซอยลำพัง เธอจึงตัดสินใจนั่งขดตัวอยู่ใต้ชายคาเล็ก ๆ ของซุ้มประตูรั้ว หวังเพียงแค่ให้พายุนี้จะผ่านพ้นไป
แล้วแสงไฟหน้ารถแรงสูงก็สาดเข้ามาจากปากซอย รถยุโรป คันหรูที่เธอจำได้แม่นยำเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ก่อนจะชะลอความเร็วลงและหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอ
เธอเงยหน้าที่เปียกปอนขึ้นมองลอดผ่านม่านฝน แสงไฟหน้ารถดับลงพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งที่ก้าวลงมาจากรถพร้อมร่มคันใหญ่
แทนคุณยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมปลาบที่เคยนิ่งเฉยบัดนี้สั่นไหวด้วยความตกใจและสับสนอย่างรุนแรงเมื่อเห็นสภาพของหญิงสาวที่เขาเพิ่งแอบไปส่องในโซเชียลเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
“ใบชา” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความห่วงใยและโกรธจัดในคราวเดียวดังฝ่าเสียงฝน
เขารีบก้าวเข้าไปหาเธอ ร่มคันใหญ่ถูกเอียงไปบังร่างที่สั่นเทาของหญิงสาวไว้ แทนคุณมองดูใบหน้าที่ขาวซีด ริมฝีปากที่สั่นระริก และชุดเดรสที่เปียกจนเห็นสัดส่วนชัดเจน
“พี่แทน....” เธอเรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะโผเข้าหาอกแกร่งที่คุ้นเคยโดยสัญชาตญาณ
แทนคุณทิ้งร่มในมืออย่างไม่ไยดี เขาใช้แขนแกร่งโอบกอดร่างที่เปียกโชกและหนาวสั่นของเธอไว้แน่น ความรู้สึกหน่วง ๆ ในอกที่เขามีมาตลอดทั้งคืนกลับกลายเป็นความโหยหาที่ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง กลิ่นหอมจาง ๆ ของเธอที่ปนเปไปกับกลิ่นฝนและกลิ่นแอลกอฮอล์ทำให้เขาขบกรามแน่นพยายามคุมอารมณ์ของตนเองอย่างที่สุด
“ทำไมมาที่นี่เวลานี้ ทำไมไม่โทรบอกพี่ว่าจะมา นี่กินเหล้ามาด้วยใช่ไหม” เขาถามเสียงเข้ม
หญิงสาวไม่ได้ตอบ เธอทำเพียงซุกหน้าลงกับไหล่หนาของเขา ร้องไห้ออกมาอย่างหนักเพื่อระบายความหวาดกลัวทั้งหมดที่มี แทนคุณถอนหายใจยาวพลางลูบหลังเธอเบา ๆ
“เข้าบ้านก่อนเถอะ เดี๋ยวจะปอดบวมตายไปเสียก่อน” เขาหยิบร่มขึ้นมากางพาเธอเดินผ่านประตูรั้วที่เปิดด้วยระบบอัตโนมัติ ตรงเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบสงัด
“เข้าไปรอข้างในนะพี่ไปเอารถก่อน” เขาบอกก่อนจะรีบเดินออกขับรถเขาไปเก็บในรั้วบ้าน
แทนคุณเดินกลับเข้ามาก็เห็นเธอนั่งตัวสั่นอยู่ตรงหน้า สายตาของเขาไล่สำรวจแล้วก็ไปสะดุดเนินอกที่โผล่พ้นเดรสสีหวาน
“รอตรงนี้ พี่จะไปเอาผ้าขนหนูกับชุดมาให้เปลี่ยน”
เขาสั่งเสียงเรียบแต่เฉียบขาด ทว่าในดวงตาคู่นั้นกลับมีความกระหายบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนไว้