บทนำก่อนเรียน 1
บทนำก่อนเรียน
ปังๆ ปังๆๆ
เสียงทุบประตูห้องพักดังกว่านาที ทั้งไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลงในเมื่อเด็กหนุ่มคนหนึ่งยังไม่ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ
‘ปิ่น เปิดประตู ออกมาคุยกับธี’
เด็กหนุ่มวัยสิบแปดย่างสิบเก้าพูดกับคนที่อยู่อีกฟากของประตูห้องพักด้วยน้ำเสียงที่เว้าวอน หัวใจของเขาตอนนี้เหมือนถูกบีบรัดแทบหายใจไม่ออก ใบหน้าหล่อเหลาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาไม่ต่างจากคนด้านใน
“ฮึก ๆ ฮือ... อึก”
ร่างอรชรหมดแรงทรุดลงหลังประตู น้ำตาหลั่งไหลออกมาดั่งทำนบแตก เธอพยายามแล้ว ...แต่ก็ไม่สามารถที่จะหยุดมันได้ หญิงสาวปล่อยโฮออกมาด้วยความเจ็บปวดมันไม่ใช่รักครั้งแรก แต่ครั้งนี้กลับสาหัสมากกว่าครั้งที่ผ่านมา
ปังๆ ปังๆ
‘ฟังธีก่อน ปิ่น เปิดประตู!’
“ใครมันมาเอะอะโวยวายอยู่ตรงนี้” ลูกเกดที่เดินออกมาจากห้องน้ำก็ต้องตกใจกับร่างเล็กที่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่หน้าประตู
“ปิ่น เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น”
“ฮือ... ฮึกๆ” ปิ่นพยายามกลั้นน้ำตา และหยุดสะอื้นไห้แต่เหมือนความพยายามจะสูญเปล่า เธอรีบวิ่งเข้าหาคนที่หวังจะเป็นที่พึ่งพิงทันที
ปังๆ
‘ปิ่น ออกมาคุยกัน’
ธียังไม่ล้มเลิกความพยายาม เสียงของเด็กหนุ่มที่ลูกเกดเองก็รู้จักเรียกความสนใจให้เธอมองไปยังประตูพร้อมกับขมวดคิ้วชนกัน
“ธีระเหรอที่เคาะประตูอยู่ข้างนอกน่ะ?”
ลูกเกดไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นได้แต่กอดปิ่นพร้อมกับลูบที่แผ่นหลังราวกับกำลังปัดเป่าความทุกข์นี้ออกไป ปิ่นทำได้เพียงพยักหน้าเท่านั้น ตอนนี้เธอเหมือนคนใบ้ที่พูดอะไรไม่ออก มีเพียงเสียงสะอึกสะอื้นเท่านั้นที่ดังออกมา
“ฉันไม่อยากรู้ ถ้าแกไม่อยากเล่า ...ให้ฉันไปไล่ให้ไหม?”
ลูกเกดกลัวจะเป็นเรื่องใหญ่กว่านี้ เห็นสภาพปิ่นก็รู้แล้วว่าไม่โอเค สมองเธอไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้วตอนนี้
“ปิ่นหลบไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
เธอประคองคนที่แทบจะไม่มีแรงเข้าไปในมุมหนึ่ง แล้วเดินมาจัดการกับคนที่อยู่อีกฟากของประตู
ปังๆ
“ปิ่น... เอ่อ... ครูเกด” ธีต้องผิดหวังเมื่อคนที่เปิดประตูออกมาไม่ใช่คนที่เขาอยากคุยด้วยในตอนนี้ เขารีบเช็ดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนออกอย่างลวก ๆ
“ครูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ครูคิดว่าตอนนี้ครูปิ่นไม่ได้อยากคุย และยังไม่พร้อมที่จะคุยกับเธอ”
“แต่ครู... ผมมีเรื่องต้องคุยกับครูปิ่น” ร่างสูงทำท่าจะแทรกตัวเข้าไปในห้อง เขามั่นใจว่าเธออยู่ในนั้น เขาร้อนใจเกินกว่าจะปล่อยไว้ได้
“ธีระ เธอเลิกทำตัวเป็นเด็กได้แล้ว”
“ครู ผมไม่ใช่เด็ก ผมอยากคุยกับครูปิ่น” คิ้วหนาขมวดเป็นปมแน่นยิ่งกว่าเดิม บอกความต้องการของตนอีกครั้ง
“แต่สิ่งที่เธอทำอยู่ตอนนี้มันเป็นพฤติกรรมของเด็ก เธอควรรอให้ปิ่นพร้อมมาคุยกับเธอถึงคุยไปตอนนี้ก็คงไม่รู้เรื่องอยู่ดี” ลูกเกดพยายามเตือนสติเด็กหนุ่ม
ธีพยายามชะโงกหน้ามองภายในห้อง สายตาคมมองลอดผ่านช่องประตูอย่างตั้งใจ แต่ไม่สามารถมองเห็นร่างเล็กของคนรักได้
“เอาล่ะ เธอไปสงบสติเรียบเรียงสิ่งที่อยากพูดมาเดี๋ยวครูจะคุยกับครูปิ่นให้ อย่าทำให้ครูปิ่นลำบากใจ และเดือดร้อนในสิ่งที่เธอทำอยู่ตอนนี้”
“มีอะไรกันหรือเปล่า?” ครูฝ่ายปกครองเดินมาถาม เขาได้ยินเสียงดังสักพักใหญ่แล้ว
“เปล่าครับ” ธีบอกแค่นั้นก่อนจะเดินออกมา
ถึงแม้จะอยากบุกเข้าไปหาแค่ไหน แต่ก็เกรงใจที่รบกวนครูท่านอื่นจึงยอมถอยออกไปตั้งหลักก่อน
เมื่อร้องไห้จนไม่มีน้ำจะไหลออกจากดวงตาคู่สวย และตั้งสติได้ปิ่นก็รีบเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเพื่อออกจากที่นี่ทันทีลูกเกดก็ไม่ได้ถามอะไรเธอมาก เพราะรู้ว่าปิ่นยังไม่พร้อมที่จะเล่าอะไรในตอนนี้
“ใจเย็น ๆ นะ สติเท่านั้นที่จะทำให้ผ่านปัญหาไปได้” ลูกเกดเตือน
“ขอบคุณค่ะพี่เกด ปิ่นขอกลับก่อนนะคะ ไม่ไหวจริง ๆ ไว้จะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังทีหลัง”
บริเวณรอบ ๆ ดวงตาบวมเบ่ง และแดงอย่างเห็นได้ชัด ปิ่นกับลูกเกดถือว่าสนิทกันในระดับหนึ่งด้วยความที่ทำงานร่วมกัน และทานข้าวกลางวันด้วยกันทุกวัน ลูกเกดก็อดสงสารเพื่อนครูคนนี้ไม่ได้แต่เธอก็คงช่วยปิ่นได้เพียงเท่านี้
จมูกรั้นที่แดงเถือกสูดหายใจเข้าลึก ๆ ในขณะที่เท้าเล็กวิ่งลัดเลาะเลี่ยงออกมาทางด้านหลังโรงแรมเพื่อไม่ให้เขาเจอ แต่คนที่รอจะอธิบายอยู่แล้วก็ไม่พลาดที่จะเห็นร่างเล็กวิ่งออกไป
ธีรีบปาดน้ำตาของตัวเอง และก้าวตามหญิงสาวไปจนประชิดตัวได้ เมื่อแขนเล็กถูกคว้าเอาไว้เธอรู้ได้ทันทีว่าหนีเขาไม่พ้น ร่างบางเอี่ยวตัวมาเผชิญหน้ากับคนตัวสูงอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ปล่อย!”
