ตอนที่ 1 สัญญาหมั้นหมาย
จางหลานซินฮูหยินน้อยจวนตระกูลหลี่ ยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างในห้องนอนของเรือนหอ สายตาของนางมองไปยังลานกว้างเบื้องหน้า ที่ซึ่งบ่าวรับใช้ชายสองสามคนกำลังขนย้ายหีบไม้และชั้นตำราออกจากห้องหนังสือที่อยู่ข้างห้อง และข้าวของเหล่านั้นไม่ใช่ของใครที่ไหนเป็นของหลี่เฟิงเหยียนสามีของนางเอง
ไม่มีคำสั่งใด ๆ มาถึงนางโดยตรง ไม่มีใครมาแจ้งหรือขออนุญาต แต่การกระทำนั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดนับพันคำ
‘เขากำลังจะไป’
หนึ่งเดือนหลังคืนวิวาห์ที่กลายเป็นเพียงความทรงจำอันว่างเปล่า บัดนี้เรือนหอที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ กำลังจะกลายเป็นพื้นที่ของนางแต่เพียงผู้เดียว
ย้อนไปเมื่อสิบแปดปีก่อน
ในห้องประชุมการค้าของตระกูลหลี่ นายท่านหลี่และน้องชายกำลังถกเถียงเรื่องตัวเลขในบัญชีอย่างเคร่งเครียด
"ยอดรวมมันต้องเป็นเก้าพันตำลึงสิ"
"ข้าก็นับได้เท่านี้จริง ๆ นะท่านพี่"
"ท่านอาสาม" เสียงเล็ก ๆ ของเด็กชายเฟิงเหยียนวัยเจ็ดหนาวดังขัดขึ้น เขาชี้ไปที่มุมหนึ่งของสมุดบัญชี "ท่านลืมบวกค่าขนส่งเที่ยวล่าสุดเข้าไปด้วยขอรับ ท่าเรือเพิ่งขึ้นราคาเมื่อต้นเดือน"
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที ผู้ใหญ่สองคนก้มลงดูตามที่เด็กชายบอก ก่อนที่นายท่านหลี่จะเงยหน้าขึ้นมาหัวเราะเสียงดัง ตบโต๊ะปังหนึ่งที
"เจ้าเด็กคนนี้! บอกแล้วว่าหัวการค้าเหมือนข้าไม่มีผิด"
สามปีต่อมา
เสียงล้อบดกับพื้นดินหยุดกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงร้องตื่นตระหนกของม้าและเสียงไม้หักดังลั่น เฟิงเหยียนในวัยสิบหนาวรู้สึกว่ารถม้าเริ่มเอียง ร่างของเด็กชายก็ลอยขึ้นจากเบาะ ก่อนที่ทุกอย่างจะกระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างแรง ความเจ็บแปลบแล่นจากท้ายทอยไปทั่วทั้งร่าง แล้วจากนั้นสติของเด็กน้อยก็ดับวูบไปในทันที
เฟิงเหยียนฟื้นขึ้นมาในอีกสามวันให้หลัง ท่านหมอบอกว่าโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก แต่ไม่มีใครบอกเขาว่าโชคชะตาได้พรากบางสิ่งไป และเขาจะรู้ตัวอีกทีก็เมื่อเติบใหญ่เป็นชายหนุ่มเต็มตัวแล้ว
หนึ่งเดือนก่อนวันมงคลสมรส…
ณ จวนตระกูลจาง
ภายในห้องหนังสือที่เงียบสงบ นายท่านจางวางถ้วยชาลง สายตาคมกริบจับจ้องไปยังบุตรสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ ข่าวซุบซิบนินทาเรื่องความสัมพันธ์ของนางกับบ่าวชายคนสนิทดังหนาหูขึ้นทุกวัน จนชายชราต้องใช้อำนาจในการสั่งปิดข่าวและเรียกบุตรสาวเข้ามาเพื่อสอบถามความจริง
“หลานซิน พ่อได้ยินเรื่องของเจ้ากับบ่าวคนสนิทของเจ้ามา เรื่องมันเป็นอย่างที่คนอื่นเขาพูดกันหรือไม่”
“ไม่จริงเจ้าค่ะท่านพ่อ” หลานซินตอบกลับทันที ใบหน้างดงามนั้นเรียบนิ่งไร้พิรุธ “คนอื่นเข้าใจข้าผิดไปหมด ข้าเป็นถึงคุณหนูตระกูลจาง จะลดตัวไปทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ”
“หากเป็นอย่างที่เจ้าว่าก็ดีไป อย่าให้พ่อต้องมารู้ทีหลังว่าเรื่องนั้นเป็นความจริง” นายท่านจางเอ่ยเสียงเข้ม
“เจ้าค่ะท่านพ่อ”
“มีอีกเรื่องที่พ่ออยากจะพูดกับเจ้า…เดือนหน้า เจ้าเตรียมตัวแต่งเข้าจวนตระกูลหลี่ได้แล้ว” หลานซินชะงักไปเพียงเล็กน้อย ก่อนจะกลับมามีสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม
“แล้วทางตระกูลหลี่ว่าเช่นไรเจ้าคะ”
“ทางนั้นตกลงแล้ว เจ้าเตรียมตัวให้พร้อมเถอะ”
“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ”
เมื่อกลับมาถึงเรือนของตนเอง หน้ากากบุตรีผู้เพียบพร้อมก็ถูกถอดออก มุมปากงามยกขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจ การได้แต่งงานกับคุณชายเฟิงเหยียน ชายหนุ่มที่สตรีหลายคนหมายปอง คือชัยชนะที่นางรอคอย
“คุณหนูขอรับ” ร่างสูงของตงเทียนปรากฏขึ้นจากเงามืด “ได้ยินว่านายท่านเรียกท่านไปพบเรื่องของเรา”
“ไม่มีอะไร ท่านพ่อไม่รู้หรอก” หลานซินหันมายิ้มให้ชายคนรัก “เราก็แค่ต้องห่างกันสักพักเท่านั้น”
“หมายความว่าเช่นไรขอรับ ท่านไม่ต้องการบ่าวแล้วหรือ”
“ไม่ใช่เสียหน่อย” หญิงสาวย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ลูบไล้แผงอกแกร่งของชายหนุ่มเบา ๆ “ข้ายังต้องการเจ้าเช่นเดิม…จริงสิ เดือนหน้าข้าต้องแต่งเข้าตระกูลหลี่ ข้าจะให้เจ้าไปด้วย”
“ท่านจะแต่งงาน แล้วเรื่องของเรา…”
“เรื่องของเราก็ยังเป็นเช่นเดิม” หลานซินกระซิบ “ไม่มีใครทำหน้าที่ ‘สามี’ ให้ข้าได้ดีเท่าเจ้าอีกแล้ว”
