บท
ตั้งค่า

EP9

“เหอะ! ไม่ยักรู้ว่าเธอมองพี่แบบนี้”

“ทำไมคะ ถึงจะดุแต่พี่ก็ใจดีนะ จำตอนที่หนูหกล้มได้ไหม พี่ยังให้หนูขี่หลังพาเดินจากสนามบาสไปถึงบ้านแน่ะ แถมยังทำแผลให้หนูด้วย คนเราก็ต้องมีข้อดีบ้างแหละ พี่ม่อนก็มีข้อดีค่ะ” เธอว่าแล้วยิ้มน่ารัก

“ถ้ามีดีแล้วเธอชอบไหม” คำถามถัดมาทำปั้นหยาชะงักงัน เธอกะพริบตาปริบ ๆ มองหน้าเขา ในหัวก็ประมวลผลตามไปด้วย

“หนูไม่ได้เกลียดพี่ม่อนสักหน่อย”

“แล้วเธอชอบพี่ไหม” เขาถามย้ำ สีหน้าและแววตาจริงจังน่าดู

“ทำไมถึงไม่ไปถามสาวคนนั้นล่ะคะ”

“จะให้ไปถามใคร มีแค่เธอที่พี่พาไปสนามบาสด้วย”

“ฮะ! คะ? นี่พี่ม่อนชอบหนูเหรอ” ปั้นหยาอุทานเสียงหลง

“บอกแล้วว่าเธอซื่อบื้อ” เขาเอ่ยเสียงเนือย

“หนู...” ปั้นหยาไม่คิดเลยว่าเดม่อนจะชอบเธอ เพราะตั้งแต่ต้นเขาเป็นคนที่แสดงออกชัดเจนกว่าใครว่าไม่ชอบให้มีเธออยู่ในบ้านนี่นา

“แต่เธอคงชอบไอ้เท็มป์” เดม่อนพึมพำ ถ้าเทียบกันแล้วเขากับเท็มป์ก็เหมือนนรกกับสวรรค์ดี ๆ นี่เอง ทั้งการวางตัว การพูดจา บุคลิก เท็มป์ดูโดดเด่นกว่าเขาทุกอย่าง สาว ๆ ชอบทรงเจ้าชายทั้งนั้น

“ถ้าชอบพี่เท็มป์ด้วยพี่ม่อนด้วยล่ะคะ” สาวน้อยหยั่งเชิงเขา เพราะถึงอย่างไรเท็มป์ก็ไม่ได้ชอบเธอ แต่เธอแค่อยากแกล้งเดม่อน

“ถ้าเธอเปิดใจ พี่ไม่สนไอ้เท็มป์หรอก” เดม่อนว่าราวไม่ต้องคิดเลย และคำตอบทำคนฟังหัวใจเต้นระรัวทีเดียว เพราะตลอดเวลาที่ได้ไปไหนมาไหนกับเดม่อน ความใกล้ชิดสนิทสนมมันทำให้เธอหวั่นไหวกับเขาไม่น้อย แต่ก็นั่นแหละ! เธอไม่กล้าไปคาดหวังอะไรกับผู้ชายหน้าตาดีแบบเขาหรอก เดม่อนเองแม้จะเย็นชากับสาว ๆ แต่เขาก็ยังเป็นที่ต้องการของพวกเธอเสมอ ตัวเลือกของเขามีเยอะอยู่แล้ว

“เฮ้อ...” สาวน้อยถอนหายใจออกมา ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นหญ้าเขียวขจี นั่นทำให้รุ่นพี่หนุ่มนั่งลงข้าง ๆ เดม่อนเท้าฝ่ามือเอนไปด้านหลังทำให้เสื้อยืดที่สวมอยู่แนบไปกับกล้ามท้องจนปั้นหยามองเห็นลอนลูกที่เรียงตัวกันอยู่ภายใต้ผืนผ้า ทั้งแผงอกกว้างและมวลกล้ามหน้าท้องมันช่างมีเสน่ห์และน่าค้นหาจริง ๆ

“พี่อกหักแล้วดิ” เขาพึมพำโดยไม่มองหน้าเธอ ที่จริงก็ไม่ได้คาดหวังขนาดนั้น เพราะพอเห็นว่าเธอสนใจพี่ชาย เดม่อนก็รู้แล้วว่าเขาคงไม่ชนะเท็มป์ที่รู้จักเธอมาก่อนหรอก เขาไม่ใช่ผู้ชายแสนดีแบบหมอนั่น

แปะ ๆ

ทว่าครู่หนึ่งก็มีเสียงตบหน้าขาดังขึ้น ทำให้เดม่อนปรายหางตามองคนข้าง ๆ ปั้นหยากำลังตบหน้าขาขาว ๆ ของตัวเองแล้วยิ้มให้

“อะไร...” รุ่นพี่หนุ่มเลิกคิ้วถาม

“นอนเล่นไหมคะ นอนตักหนู” คำถามทำคนฟังถึงกับลอบกลืนน้ำลาย หมายถึงให้เขานอนหนุนขาขาว ๆ นั่นน่ะเหรอ...นอนได้จริงดิ

“ได้เหรอ”

“อืม...ไม่สนก็ โอ๊ะ!” ยังเอ่ยไม่จบเจ้าของเส้นผมสีแดงเพลิงก็ทิ้งตัวลงมาเสียแล้ว หัวที่หนุนลงบนตักเธอก่อนจะพลิกตะแคงมาสวมกอดเอวบาง ๆ ของสาวน้อยไว้ ทำให้ปั้นหยาโน้มตัวลงไปหาเขา

“สบายไหมคะ” เธอเอ่ยถาม และเห็นว่าเดม่อนอมยิ้มน้อย ๆ

“สบาย...หอมด้วย” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าพอใจ

“ฟอด!” ทว่าจมูกและกลีบปากนุ่ม ๆ ที่แนบลงบนแก้มทำเอารุ่นพี่หนุ่มถึงกับเบิกตาโต พลิกตัวมานอนหงายทันที

“เธอทำอะไร!” เดม่อนละล่ำละลักใบหน้าเขามันร้อนวาบขึ้นมาทีเดียวเมื่อถูกเธอหอมแก้มจัง ๆ

“อ้าว! คิดว่าพี่ให้หนูหอมซะอีก” ปั้นหยาทำหน้าเหวอใส่

“นั่น...พี่หมายถึงตัวเธอหอม” เขาพึมพำ และเห็นว่าเธอถึงกับอายจนยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองทีเดียว

“งื้อ! หนูเข้าใจผิดเหรอ” เสียงปั้นหยาอู้อี้ ทำให้เขาดึงมือเธอออก ก่อนที่เดม่อนจะเห็นว่าแก้มเธอแดงซ่านราวกับมะเขือเทศสุกเลยล่ะ

“งั้น...ถ้าจูบล่ะ” เขาหยั่งเชิง สายตาคมมองจ้องหน้าเธอ

“นั่น...พี่ม่อนต้องสอนแล้วค่ะ” ปั้นหยาเอ่ยเสียงเบา ก่อนที่เรียวปากหยักสวยของเขาจะกระตุกยิ้มจาง ๆ เดม่อนยันตัวขึ้นมาให้อยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าอ่อนใสของเธอ สายตาเหลือบมองผู้คนโดยรอบ ก่อนที่เขาจะรั้งท้ายทอยเธอไว้แล้วแนบจูบลงที่กลีบปากเล็ก ๆ สีสวยนั่น

“อื้อ...อ่าส์...อืม” ปั้นหยาครางเบา ๆ ในคอ รสจูบของเดม่อนที่ดูเหมือนว่าเขาจะค่อย ๆ ทำ มันต่างจากของกันเนอร์ที่รุกรานเข้ามาแบบไม่มีผ่อนปรน ราวกับว่าเขาพยายามจะไม่เร่งร้อนอย่างไรอย่างนั้น เป็นจุมพิตที่ให้ความรู้สึกระมัดระวังผิดกับท่าทีเจ้าตัวลิบลับ มันช่างเนิบนาบและลุ่มลึกราวถูกเดม่อนดึงดูดลงสู่ห้วงลึกของมหาสมุทรไม่มีผิด

“อ่าส์...อืม...ชอบไหม เธอลองแลบลิ้นออกมา” คนที่ละริมฝีปากออกเล็กน้อยเอ่ยถาม นั่นทำให้ปั้นหยาแลบลิ้นเล็ก ๆ ออกมาก่อนที่มันจะถูกเดม่อนดูดดุนเบา ๆ ความวาบหวามที่ก่อตัวขึ้นมอมเมาสาวน้อยจนร้อนวูบวาบไปทั้งร่าง ยิ่งจูบรสชาติของมันก็ยิ่งเผ็ดร้อน จากที่แค่นัวเนียแผ่วเบาเดม่อนก็เริ่มไล้ลูบฝ่ามือขึ้นมาบีบคลึงทรวงเต้าเธอไปด้วย

“อื้อ...พี่ม่อนอย่าค่ะ” ปั้นหยาปรามพลางดึงมือเขาออก

“ทำไมล่ะ ตอนนี้เธอทำพี่เครื่องติดแล้วนะ จุ๊บ!” เขาเอ่ยเสียงพร่ากระเส่า แล้วจับมือขาว ๆ มาวางลงที่เป้ากางเกง นั่นทำให้ปั้นหยาเบิกตาโต เธอหลุบสายตามองตามสิ่งที่กำลังสัมผัสผ่านผืนผ้าแล้วก็ยิ่งหวาดหวั่นในใจ...นั่นมันอะไรน่ะ!

เวลาต่อมา...ภายในห้องนอนของปั้นหยา สาวน้อยที่กลับมาพร้อมกับสัมผัสติดมือได้แต่ทิ้งตัวลงนอนฟุบหน้ากับหมอน ภายในเวลาใกล้ ๆ กันเธอถูกกันเนอร์และเดม่อนจูบ แถมเธอยังจับตรงนั้นของรุ่นพี่หนุ่มนักบาสอีก นี่มันเรื่องบ้าชัด ๆ เธอเสียสติไปแล้วรึไง

‘พี่ไม่ได้จะบังคับหรืออะไรนะ แค่อยากให้รู้ว่าสนใจเธออยู่’

นั่นคือประโยคที่รุ่นพี่หนุ่มเอ่ยทิ้งท้ายไว้ ก่อนที่เธอและเดม่อนจะกลับมาที่บ้าน ความกระอักกระอ่วนทำให้เมื่อมาถึงต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันเข้าห้องตัวเอง ยาวนานจนเวลาล่วงเลยมาถึงกลางคืน ปั้นหยาที่เดินลงมาเอาน้ำดื่มเธอก็พบว่าพวกพี่ ๆ ที่ออกไปข้างนอกทั้งวันได้กลับเข้ามาแล้ว แต่ว่าทั้งเท็มป์ กันเนอร์ และเจย์เลอร์ดันเมากลับมานี่สิ และเมื่อสายตาของพวกเขามองมาเห็นเธอ เท็มป์ก็เบือนหน้าหนีทันที เดม่อนที่ได้ยินเสียงรถของเท็มป์เข้ามาแล้วจึงลงมาดูเพื่อนเช่นกัน

“ทำไมพวกมึงเมามาเลยวะ ไอ้เท็มป์มึงแดกไปแค่ไหนเนี่ย” เดม่อนเดินตรงมาหวังช่วยพยุงเพื่อน ทว่าเท็มป์กลับผลักอกเขาจนเซ

“อย่ามาแตะกู!” เสียงเพื่อนขุ่นเคืองไม่น้อย

“เป็นไรวะ” คนโดนผลักถึงกับขมวดคิ้ว

“มึงสบายใจดีนี่ เบบี๋เลือกมึงแล้วนี่” เจย์เลอร์เอ่ย สายตาที่มองมาบ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์สุด ๆ

“คืออะไรคะ” ปั้นหยาได้ยินอย่างนั้นจึงเอ่ยถาม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel