4
“แอบรักฉันเหรอ” มีดในมือของคิรันแทบหล่น
“บ้าเหรอ ใคร ใครจะไปแอบรักเธอกันเล่า ฉันแค่ แค่” เขาเถียงเสียงสั่น แถมพูดไม่เป็นคำ พิรดาทำหน้าเรียบเฉย แต่คำพูดกลับกดดันอย่างจงใจ
“งั้นเหรอ ถ้านายไม่รักฉัน ฉันก็คงไม่แต่งงานกับนายแล้วล่ะ งั้นการเป็นคู่หมั้นของเรายกเลิกนะ” คิรันชะงัก เหมือนโดนฟ้าผ่ากลางใจ
“อะไรนะ เดี๋ยว เดี๋ยวสิ เธอจะไม่แต่งงานกับฉันได้ยังไง เราหมั้นกันแล้ว แบบนั้นฉันก็เป็นหม้ายขันหมากน่ะสิ ไม่เอาหรอก เสียชื่อเสียงขนาดนั้น จะมีผู้หญิงที่ไหนกล้ามาแต่งงานกับฉันอีก ไม่รู้ล่ะ เธอหมั้นแล้วก็ต้องแต่ง ไม่งั้นฉันไม่ยอมจริง ๆ ด้วย” พิรดาเอียงหน้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“ไม่ยอมแล้วจะทำยังไง”
“ไม่ทำยังไง ก็ต้องแต่งตามสัญญาหมั้น” เขาตอบแบบกำปั้นทุบดิน
“ก็ในเมื่อไม่ได้แอบรักฉันนี่นา แล้วฉันจะไปแต่งกับคนที่ไม่รักฉันทำไมกันล่ะ” คิรันหูผึ่งตาโต
“งั้นถ้าฉันบอกว่ารักล่ะ เธอจะแต่งกับฉันใช่ไหม” พิรดาหัวเราะคิก
“ถ้าไม่รักแล้วเธออยากแต่งกับฉันไปทำไมกันล่ะ กลัวเสียชื่อเสียงแค่นั้นเองเหรอ ไม่มั้ง”
“แล้วเธอล่ะ อยากแต่งกับฉันไหม” เขาพูดอ้อมแอ้ม ใบหน้าแดงจัดไม่แพ้ลูกตำลึงสุก พิรดายิ้มหวาน
“อยากแต่งสิ เราเป็นคู่หมั้นกันไม่ใช่เหรอ ฉันก็กลัวเป็นหม้ายขันหมากเหมือนกันนะ”
คิรันเงียบไปเหมือนความสุขล้นจนพูดไม่ออก
เขามองใบหน้าของเธออย่างอ่อนโยน อ่อนโยนกว่าครั้งไหน ๆ ในชีวิต
“พิ” เขาจับมือนุ่ม ๆ ของเธอเบา ๆ
“ฉันดีใจที่เธอไม่รังเกียจฉันแล้ว”
เธอเลื่อนมือไปจับปลายนิ้วของเขา
“แล้วแต่ก่อนทำไมชอบแกล้งฉันนักล่ะ”
คิรันหน้าแดงทันทีเหมือนโดนเปิดโปง
“ก็…ก็เธอน่ะ สนใจแต่พี่กร ไม่เคยมองฉันเลย ฉันก็หมั่นไส้อยากให้เธอหันมามอง อยากให้สนใจฉันบ้าง” น้ำเสียงเขาเหมือนเด็กโดนจับได้ว่าแอบเอาของเล่นเพื่อน
ทว่าความจริงใจในแววตาของเขาเหมือนกลัวว่าเธอจะไม่เชื่อ ทำให้พิรดามองเขานิ่ง ๆ ก่อนยิ้มหวาน
“คนโรคจิต” เธอต่อว่าไม่จริงจังนัก ก่อนจะค้อนให้เสียหนึ่งที
“ต่อไปนี้ไม่ต้องแกล้งแล้วนะ เพราะฉันจะสนใจแต่เธอคนเดียว” คิรันหน้าร้อนผ่าวถึงใบหู
“เธอพูดแบบนี้ ฉันทำตัวไม่ถูกแล้วนะ”
“ก็อยากให้เขินนี่นา” เธอยิ้มกว้าง
คิรันก้มหน้าหลบ แต่ยิ้มไม่หุบ เขายื่นมือไปลูบผมเธอเบา ๆ
“งั้นฉันขอเป็นคนดูแลเธอตลอดไปได้ไหม”
พิรดาพยักหน้าช้า ๆ แต่นุ่มนวลจนหัวใจของคิรันเต้นแรงสุดชีวิต
ในห้องเงียบ ๆ นั้น ความรักที่เคยหลบซ่อนเด่นชัดขึ้นในทันที ทุกอย่างได้ถูกเปิดเผยออกมาอย่างตรงไปตรงมาและอ่อนหวานจนหัวใจของทั้งคู่เต้นไม่เป็นจังหวะ
คิรันกำลังหันไปหยิบแก้วน้ำให้พิรดาอยู่ดี ๆ แต่พอหันกลับมาพิรดาก็เอื้อมมือคล้องต้นคอเขาไว้อย่างไม่ให้ตั้งตัว
“พิเดี๋ยว” เธอก็ดึงเขาลงมาใกล้แล้วจุ๊บลงที่แก้มของเขาเบา ๆ
คิรันชะงักค้าง ตาโต หน้าแดงลามจากแก้มไปถึงใบหู เหมือนระบบประมวลผลในหัวเขาพังไปชั่วขณะ พิรดาหัวเราะเบา ๆ
“ไม่เคยเห็นนายหน้าแดงขนาดนี้มาก่อนเลยนะ น่ารักจัง”
“ใครหน้าแดงกันเล่า” คิรันรีบปฏิเสธ แต่หน้ากลับแดงหนักกว่าเดิมจนดูไม่ออกว่าโกรธหรือเขิน
“เธอนั่นแหละทำอะไรไม่ให้ตั้งตัว” พิรดายิ้มซน ก่อนใช้ปลายนิ้วจิ้มแก้มเขาเบา ๆ
“ถ้าอยากแต่งงานกับฉันล่ะก็ ต้องตามใจฉันทุกอย่างนะรู้ไหม” คิรันเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนยิ้มมุมปากอย่างยอมแพ้ในทันที
“ตามใจสิ เธอเป็นว่าที่เมียฉันนี่นา จะเอาอะไรฉันก็ให้ได้หมดอยู่แล้ว”
“ต้องเปย์ไม่อั้นด้วยนะ” เธอพูดอย่างมีเลศนัย
“ได้อยู่แล้ว” เขาตอบอย่างมั่นใจเต็มร้อย
“ฉันก็รวยนะจะบอกให้ หาเงินมาเหนื่อย ๆ ไม่ได้เปย์ตัวเองอย่างเดียว เอาไว้เปย์เมียด้วย” พิรดาชะงักไปชั่วครู่
“โหย... พูดแบบนี้ ใครได้เป็นเมียนายน่าอิจฉาแย่”
“อิจฉาตัวเองทำไม”
“แน่ะ!” เธอตีเขาด้วยความเขินอาย
ไม่ใช่เพราะคำว่าเปย์ แต่เพราะคำว่า เมียผมคนเดียว ที่เขาพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ทำเอาหัวใจเธอเต้นแรงจนต้องหลบหน้า
คิรันถูกเธอดึงคอกลับมาใกล้อีกครั้ง พิรดาสบตาเขาเต็ม ๆ แววตาสดใสมีทั้งความนุ่มนวล อ้อน และประกาศความเป็นเจ้าของแบบไม่ปิดบัง
“ห้ามไปเปย์ผู้หญิงคนอื่นนะ”
เธอพูดเสียงหวาน แต่แฝงความหวงชัดเจน
“ไม่งั้นฉันจะโกรธมาก ๆ เลย เข้าใจไหม”
คิรันยกมือขึ้นแตะแก้มเธอเบา ๆ ยิ้มในแบบที่มีเพียงพิรดาคนเดียวที่ได้เห็น
“ฉันหาเงินแทบตาย จะให้ใครใช้ล่ะ ถ้าไม่ใช่เธอ ฉันรู้ว่าเธอรวยอยู่แล้ว แต่ฉันมีความสุขที่จะได้เปย์เธอ”
พิรดายิ้มหวานจนแก้มแดง ก่อนจะซบหน้าลงบนไหล่กว้างของเขา
“แบบนี้สิถึงจะเป็นคู่หมั้นของฉัน” เธอกอดคอเขาแน่นขึ้นเหมือนกำลังกอดที่พักใจที่ตัวเองไม่เคยยอมรับมาก่อน
คิรันกอดตอบอย่างอ่อนโยนอย่างที่เขาไม่เคยแสดงออกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ขณะเดียวกันในหัวใจพิรดาก็ชัดเจนหนักแน่นขึ้น
พี่กร... ฉันพอแล้วกับการรักคนที่ไม่เห็นค่า ต่อจากนี้ฉันจะรักคนที่รักฉันจริง และฉันจะกระชากหน้ากากช่อพิกุลออกมาให้ทุกคนได้เห็นเสียที
เธอกระชับอ้อมแขนรอบคอหนาของคิรันแน่นขึ้นอีกนิด ส่วนคิรันก็ก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอเบา ๆ
“ต่อไปนี้ฉันจะปกป้องเธอเอง” และห้องพักพิเศษก็เต็มไปด้วยความหวานละมุนที่แทบทำให้ผนังละลาย
ทางเดินหน้าห้องพักพิเศษของโรงพยาบาลเต็มไปด้วยบรรยากาศสดใส เพราะวันนี้พิรดาได้กลับบ้านเสียที
เมื่อประตูห้องเปิดออกพร้อมกับพยาบาลที่เข็นเก้าอี้ออกมา ศิวกรและคิรันก็ยืนรออยู่แล้ว ทั้งคู่มาพร้อมกันราวกับเป็นการแข่งขันที่ไม่มีใครพูดออกมา
ศิวกรก้าวเข้ามาใกล้ในทันทีที่เห็นน้องสาว
“พิ พี่มารับกลับบ้านนะ เดินไหวไหม หรือจะให้พี่อุ้ม” น้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
เหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน เหมือนผู้ชายที่เธอเคยมองเป็นฮีโร่ในหัวใจ แต่วันนี้พิรดาไม่แม้แต่จะหันไปมอง
เธอหันหน้าไปหาคิรันแทน ยกมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เขาจับ
“คิน พาฉันกลับบ้านนะ”
คิรันแทบกลั้นยิ้มไม่อยู่ รีบจับมือเธออย่างทะนุถนอม
“เดี๋ยวฉันดูแลเธอเอง”
ศิวกรชะงัก สีหน้าสับสนอย่างเห็นได้ชัด จนพยาบาลที่ยืนอยู่ยังแอบเหลือบตามอง
“พิ” เสียงเขาแผ่วลง
“ไม่ไปกับพี่เหรอ” เมื่อก่อนพิรดาเคยเห็นเขาเป็นคนสำคัญเสมอ แล้วทำไมตอนนี้ถึงไม่แล้วล่ะ
พิรดายังคงมองคิรัน ไม่แม้แต่จะตอบกลับพี่ชายบุญธรรม ที่ตอนนี้เธอไม่อยากแม้แต่จะมองหน้า
คิรันเป็นฝ่ายตอบแทนเธอด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“พิจะไปกับผม พี่ไม่ต้องลำบากหรอก”
พิรดาพยักหน้าเล็กน้อย จับมือคิรันแน่นขึ้นอย่างตั้งใจ ศิวกรยืนนิ่งเหมือนถูกดึงพื้นจากใต้เท้า
