2
ช่อพิกุลก้มหน้าร้องไห้ ทำทีเหมือนกำลังเจ็บปวดสุดหัวใจ ทั้งที่ปลายริมฝีปากด้านในแอบยกขึ้นเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น
กล้องวงจรปิดบริเวณนั้นเธอทำให้มันเสียไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ไม่มีหลักฐานใดบอกความจริงได้อีก ศิวกรรีบเข้ามาประคองร่างของช่อพิกุลเอาไว้
“อย่าโทษตัวเองเลยกุล พิทำเกินไปจริง ๆ ทำร้ายคนอื่นกลับได้รับผลกรรมเสียเอง” คำพูดนั้นเป็นเหมือนมีดกรีดกลางใจ
คิรันเงยหน้าขึ้น แววตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเดือดพล่าน
“แกว่าอะไรนะ” เขาลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าแต่เต็มไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น ก่อนจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อศิวกรอย่างแรง
“พิตาย ตายเพราะแกไม่ช่วยเธอ”
“คินใจเย็นก่อน” ศิวกรยังพูดไม่ทันจบ หมัดของคิรันก็พุ่งเข้าใส่ใบหน้าของศิวกรจนหงายหลังชนกับพื้นเต็มแรง
“ตอนเธอกำลังจะตาย แกวิ่งไปช่วยคนอื่น แกทำแบบนั้นได้ยังไงวะ แกเป็นพี่ชายที่เธอรักมากที่สุดนะ ทำไมแกถึงไม่ช่วยเธอ ทำไม” คิรันคำรามด้วยเสียงสั่น เขากำหมัดจนสั่น แต่ถูกดึงตัวออกไว้ได้ทันก่อนจะซ้ำอีกครั้ง
ศิวกรจับแก้มตัวเอง เลือดไหลซึมออกมา แต่เขายังมองช่อพิกุลที่ทำทีสั่นเทาเหมือนลูกนก
“พิทำตัวเองนะคิน เธอผลักกุลก่อน ยังไงก็ต้องรับผลกรรม” คำพูดนั้นทำให้ธีรศักดิ์หน้าตึง
“พิไม่ใช่คนแบบนั้น เธอในฐานะพี่ชายไม่รู้นิสัยของเธอเหรอ” ธีรศักดิ์เอ่ยถามลูกชายบุญธรรมอย่างเสียใจ รู้สึกผิดหวังเป็นอันมากที่คนในครอบครัวเข้าข้างคนนอก เขารู้จักนิสัยของลูกสาวดีว่าเป็นคนเช่นไร ตลอดมาที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายนั้นเพราะไม่มีหลักฐานจึงต้องให้เงินชดเชยสองแม่ลูกไป แต่เขาเลี้ยงลูกมาตั้งแต่เด็ก รู้ดีว่าพิรดาไม่ใช่คนเลวร้ายที่จะอิจฉาริษยาหรือทำร้ายคนอื่นได้ โดยเฉพาะคนคนนั้นเป็นแค่ลูกแม่บ้านที่ไม่มีอะไรให้น่าอิจฉาเลยสักนิด
พิรดาในสภาพวิญญาณจ้องมองทุกคนด้วยความรู้สึกแตกต่างกัน ทั้งเจ็บปวดและซึ้งใจในเวลาเดียวกัน อาจเพราะเธอได้เห็นว่าใครที่รักเธอที่สุด และใครที่ปรารถนาเธอที่สุดนั่นเอง เธอคงไม่มีโอกาสฟื้นคืนมาอีกแล้ว ได้แต่นึกเสียดายที่ตอนยังมีชีวิตอยู่เธอไม่ได้ทำดีกับคนที่รักเธอมากๆ แต่กลับไปทำดีกับคนที่ไม่เคยรักใคร่ห่วงใยเธอเลย คนคนนั้นก็คือศิวกร พี่ชายบุญธรรมที่เธอแอบหลงรัก ทุ่มเทให้เขาทุกอย่าง แต่เขากลับไปรักคนอื่น ไม่มีความรักความห่วงใยให้เธอเลย แถมยังไม่เชื่อใจเธออีก
เธอเห็นมารดาที่ฟื้นขึ้นมาร้องไห้จนตัวสั่น เห็นบิดาที่แข็งแกร่งมาตลอด วันนี้ทรุดลงเหมือนคนหมดแรง
เห็นคิรันที่เธอเคยเกลียด คิดว่าเขาชอบแกล้งและเกลียดเธอเช่นกัน วันนี้กลับสารภาพรักต่อเธอ ท่าทีเหมือนคนคลุ้มคลั่งเมื่อรู้ว่าเธอสิ้นใจแล้ว และเห็นศิวกรมองเธอด้วยความผิดหวัง เขาเชื่อว่าสิ่งเลวร้ายทั้งหมดเป็นฝีมือของเธอ แม้เธอตะโกนเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครได้ยิน วิญญาณสาวได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นกับความจริงที่ได้รับรู้
ช่อพิกุลก้มหน้า ริมฝีปากโค้งบาง ๆ ขึ้นอย่างเลือดเย็นในจังหวะที่ไม่มีใครเห็น ถ้าพิรดาตายทุกอย่างจะต้องเป็นของเธอ
ทรัพย์สมบัติจะตกเป็นของศิวกร ผู้ชายที่หลงกลเธอง่ายแสนง่าย และเมื่อแต่งงานกันชีวิตที่เธอใฝ่ฝันก็ไม่ไกลเกินเอื้อม ศิวกรเป็นลูกชายบุญธรรมหากไม่มีพิรดาทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็จะต้องตกเป็นของเขา และเธอเป็นคนรักของเขา เธอก็จะได้ครอบครองทุกอย่างที่พิรดาเคยมี เชิดหน้าชูตาอยู่ในตระกูลวัฒนกูลโดยที่ไม่มีใครกล้าดูถูกอีก
พิรดามองภาพทั้งหมดนั้นด้วยหัวใจที่ค่อย ๆ เปิดออกอย่างช้า ๆ ความจริงที่เธอมองไม่เห็นมาตลอดกำลังชัดเจนขึ้นทีละนิด
ใครที่รักเธอจริง ใครที่เสียใจจนแทบขาดใจเพราะเธอ และใครที่ไม่เคยมองเห็นความจริงในตัวของเธอเลยแม้แต่น้อย นี่คือครั้งแรกที่พิรดารู้ ว่าใครกันแน่ที่รักเธออย่างแท้จริง
บรรยากาศในห้องนั้นเต็มไปด้วยเสียงสะอื้น เสียงร้องไห้ และความสิ้นหวังที่กดทับหัวใจของหลายคนเอาไว้เหมือนหินหนัก จนกระทั่ง ปลายนิ้วของพิรดาขยับเบา ๆ คิรันที่กอดร่างเธอแน่นสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองในทันที
“พิ พิ!!” เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อย ๆ ขยับ ก่อนจะลืมขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาใสพร่ามัวเพราะน้ำตา และเพราะเพิ่งกลับมาจากความว่างเปล่าที่น่ากลัวกว่าฝันร้าย
“คะ…คิน” เสียงเธอเบาราวกระซิบ
ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน คิรันตัวสั่นจนเห็นได้ชัด ก่อนเขาจะโผเข้ากอดเธอแน่นอีกครั้ง กอดเหมือนกลัวว่าเธอจะหายไปอีก
เขาซบหน้าลงบนไหล่ของเธอแล้วร้องออกมาเหมือนเด็ก ๆ
“พิ ฉันนึกว่าเธอ ฉันคิดว่าเธอไปแล้ว ฮึก…อย่าเป็นแบบนี้อีกนะ” น้ำตาของเขาไหลลงมาไม่หยุด เสียงสะอื้นดังชัดจนทั้งห้องเงียบกริบ
พิรดาพยายามยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้เขา พลางยิ้มออกมา จากคู่กัดกลายเป็นคนที่รักเธอที่สุด ไม่น่าเชื่อ แต่เธอมีชีวิตกลับมาอีกครั้ง เธอจะไม่เดินพลาดอีก เมื่อครู่ตอนที่เธอกำลังโศกเศร้าอย่างที่สุด จู่ ๆ ก็รู้สึกวูบ ก่อนที่วิญญาณจะกลับเข้าร่าง ทำให้เธอฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
“เสียใจขนาดนั้นเลยเหรอที่ฉันตายไป”
คิรันหน้าแดงวาบทันทีเหมือนโดนไฟลวก
“มะ…ไม่ได้เสียใจสักหน่อย ก็แค่…ก็แค่…เธอมัน…ทำให้คนอื่นตกใจไปหมด” เขาพูดตะกุกตะกักจนประโยคแทบจะกลายเป็นเสียงอ้อมแอ้ม
คนปากแข็งแบบเขาไม่เคยยอมรับเลยสินะว่าแอบชอบเธอ แต่เมื่อครู่ตอนรู้ว่าเธอไม่อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว เขาสารภาพรักเธอ เธอได้ยินชัดเต็มสองหู แถมยังร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กน้อยอีก ภาพนี้เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติเขาเป็นพวกกวนประสาท หน้าตาย ปากร้ายและขี้แกล้ง ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะได้เห็นเขาในสภาพคนใจสลายแบบเมื่อครู่
พิรดามองเขานิ่ง ๆ แล้วก็ยิ้มบาง ๆ ยิ้มที่มีทั้งความอบอุ่นและความเข้าใจ เพราะเธอได้ยินแล้วทุกคำสารภาพ ทุกเสียงร้องไห้
ชายที่เธอคิดว่าเกลียดเธอมาโดยตลอด รักเธอจนแทบขาดใจ มารดาของพิรดารีบเข้ามาจับมือบุตรสาว น้ำตาไหลพรากอย่างโล่งอก
“พิ แม่ดีใจเหลือเกินลูก” ธีรศักดิ์ยืนตัวสั่นก่อนจะก้มลงลูบศีรษะบุตรสาวเบา ๆ
“ลูกพ่อฟื้นก็ดีแล้ว เดี๋ยวให้หมอตรวจอีกทีนะ นอนพักก่อน ห้ามลุกขึ้นเด็ดขาด”
พยาบาลหลายคนรีบกรูกันเข้ามาตรวจอาการด้วยความกังขา เพราะคนไข้เสียชีวิตไปแล้วนี่นา ฟื้นขึ้นมาได้ยังไง
จังหวะเท้าเร่งรีบ เสียงเครื่องมือดังแผ่ว เป็นสัญญาณว่าทุกคนพยายามช่วยชีวิตเธออย่างสุดความสามารถ
ในมุมหนึ่ง ช่อพิกุลยืนหน้าซีดเหมือนเลือดหายไปจากร่างกาย ดวงตาสั่นระริกทั้งตกใจและไม่พอใจ ใบหน้าที่แกล้งเศร้าเมื่อครู่แทบปริแตก
ทำไมนังนั่นมันยังไม่ตาย ความคิดนั้นฉายชัดในดวงตาที่หลบซ่อนความเกรี้ยวกราด
ศิวกรยืนนิ่ง มองพิรดาที่ฟื้นขึ้นมาด้วยความตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออกเช่นกัน
เขาไม่กล้าเอ่ยคำตำหนิ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา เพราะภาพที่เธอนอนแน่นิ่งเมื่อครู่ยังฝังอยู่ในหัว ใจหนึ่งก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่ไม่ได้ช่วยเธอ
แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อน ห้องพักฟื้นจึงอบอุ่นนุ่มนวลตา พิรดานอนพิงหมอนอยู่บนเตียง ส่วนข้าง ๆ คือคิรันที่หั่นผลไม้เป็นชิ้นเล็ก ๆ อย่างตั้งใจผิดปกติ แม้ใบหน้าจะเรียบนึง แต่สายตากลับอ่อนโยนกว่าครั้งไหน ๆ
