บท
ตั้งค่า

ตระกูลฝู

นานวันเข้ามู่เหยียนนางก็ทนความร้ายกาจของนางถงซื่อไม่ได้ นอกจากจะใช้ให้นางทำงานเรือน มู่เหยียนยังต้องซักเสื้อผ้าให้พ่อแม่สามีและฝูหลางอีกด้วย งานในสวนในไร่นางก็ต้องไปทำทั้งที่นางไม่เคยทำมาก่อน

เดิมมู่เหยียนเป็นคนงานในร้านขายผ้า ฝีมือนางนับว่าไม่ด้อยกว่าผู้ใดในเรื่องเย็บปัก งานหนึ่งชิ้นบางครั้งทำเงินได้ถึงร้อยตำลึงเงินก็มี แต่ต้องให้นางทิ้งงานเย็บปักมาเข้าไร่ ถึงแม้นางจะยอมหาเงินเพิ่มเข้าเรือน นางถงซื่อก็ไม่ยอมรับข้อเสนอ นางต้องการกลั่นแกล้งเสียมากกว่า

ฝูหยวนเองก็ทนกับความลำเอียงของมารดาไม่ไหว ในวันหนึ่งหลังจากที่เขาจากบ้านไปทำงานถึงสามเดือน กลับมาพบว่าภรรยาและลูกทั้งสองถูกนางถงซื่อใช้งานอย่างหนัก ทั้งยังให้อยู่อย่างอดๆ อยากๆ ทั้งที่ตนเองเป็นผู้หาเงินเข้าเรือน ก็อาละวาดออกมาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ฝูเจาเห็นใจบุตรชายคนรองไม่น้อย จึงยอมที่จะให้เขาแยกเรือนไปอยู่กันเองสี่คนพ่อแม่ลูก เพียงแต่ยังคงส่งเงินมาให้ตามเดิมห้ามขาดไปแม้แต่เหรียญทองแดงเดียว ฝูหยวนกับมู่เหยียนยอมรับข้อเสนอในทันที แม้จะต้องเหนื่อยเพิ่มกว่าเดิม แต่ก็คงดีกว่าอยู่ในเรือนที่มีแต่เสียงด่า ดูแคลนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างจนตะวันตกดิน

ครอบครัวฝูหยวนใช้ชีวิตกันอย่างสงบเรียบง่ายอยู่ที่เรือนหลังน้อยท้ายหมู่บ้าน จนวันหนึ่งสหายของฝูหยวนก็มาเอ่ยชวนสองสามีภรรยาไปทำงานค้า งานปักของมู่เหยียนที่ตนเคยฝากไปขาย ได้รับความสนใจจนโรงผลิตผ้าในเมืองโจวตงต้องการให้มู่เหยียนไปพูดคุยเรื่องการค้าด้วยกัน

ตระกูลมู่ก่อนที่จะเสียชีวิตจากโรคระบาด จนเหลือทายาทเพียงมู่เหยียนคนเดียว เดิมเคยเปิดโรงปักผ้าที่เมืองซูตง ผ้าปักสองหน้าเป็นสิ่งที่คนตระกูลมู่ชำนาญที่สุด อีกทั้งยังไม่ยอมสอนให้คนนอกได้รู้ พอสิ้นคนภายในตระกูลไป จึงมีเพียงมู่เหยียนเท่านั้นที่ทำออกมาได้ดีกว่าคนงานที่ยังมีชีวิตรอด

หากฝูหยางไม่ล้มป่วยหนักจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด มู่เหยียนนางก็ไม่คงไม่ยอมปักผ้าสองหน้าออกมาขายหาเงินรักษาบุตรชายของตนเอง และการขายผ้าปักครั้งนั้นทำให้นางและฝูหยวนต้องออกเดินทางไกลไปเจรจาเรื่องการค้า ฝากบุตรทั้งสองที่ไว้ให้ตระกูลฝูช่วยดูแล

ฝูหยวนและมู่เหยียนทิ้งเงินไว้ให้มากถึงหนึ่งร้อยตำลึงหวังว่าฝูเจาและนางถงซื่อจะช่วยดูแลบุตรทั้งสองอย่างดี ในตอนแรกนางถงซื่อที่ต้องการเงินหนึ่งร้อยตำลึงก็รับปากอย่างดีว่าจะดูหลานทั้งสองคน อีกทั้งยังคาดหวังว่าเมื่อฝูหยวนและมู่เหยียนกลับมา นางจะได้รับเงินก้อนใหญ่

แต่ผ่านไปสองปี จากเดิมที่ยังมีจดหมายส่งกลับมาพร้อมกับเงินส่งมาไม่ขาด ไม่นานก็เงียบหายไป จนได้ข่าวจากสหายของฝูหยวนที่ติดตามไปด้วยในครั้งนั้น ว่าสองสามีภรรยาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

นับจากนั้นมานางถงซื่อก็เผยความรังเกียจสองพี่น้องออกมาโดยไม่เก็บซ่อนอีกต่อไป แต่จะไล่ทั้งสองกลับไปอยู่เรือนท้ายหมู่บ้านก็กลัวว่าจะถูกเพื่อนบ้านเอาไปนินทาได้ จำต้องให้อาศัยอยู่ต่อในเรือน แต่ก็ทำเหมือนราวกับว่าสองพี่น้องเป็นตัวสิ้นเปลือง ต้องคอยแบ่งอาหารให้กิน ทั้งๆ ที่ได้รับเงินมาจากบิดามารดาของเด็กทั้งสองไม่น้อยเลย

ฝูหนิงอันทำงานหนักจนล้มป่วย นางถงซื่อก็ไม่ยอมตามหมอมาดูอาการ ผ่านไปถึงสามวันนางเพ้อเพราะพิษไข้ ฝูหยางทนมองพี่สาวทรมานไม่ไหว จึงไปร้องขอท่านปู่ของตนให้ช่วยตามหมอมาดูอาการ

ฝูเจายังมองว่าเด็กทั้งสองเป็นหลานของตน จึงไม่รอถามความเห็นจากนางถงซื่อ รีบตามหมอมารักษา แต่เมื่อนางถงซื่อรู้ว่าต้องจ่ายเงินค่ารักษาถึงห้าตำลึงเงิน ก็โวยวายไม่ยอมจ่ายจนเกือบจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต ฝูเจาจำต้องนำเงินที่ตนเองเก็บเอาไว้มาจ่ายค่าหมอให้หลานสาว แต่ก็ต้องมีปัญหากับนางถงซื่ออยู่หลายวัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel