บทที่ 1.1 ลี่ชิงหย่า
ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายยามบ่าย รถม้าหรูหราท่ามกลางการคุ้มกันอันแน่นหนา กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าขึ้นไปยังหนึ่งในยอดเขาแห่งหานซาน
มองจากจุดที่ต่ำกว่าทุกคนในขบวนเดินทางสามารถชื่นชมทิวทัศน์อันงดงาม ซึ่งมีเพียงสำนักเมฆหวนเท่านั้นที่ครอบครอง
สำนักเมฆหวนคือหนึ่งในสามสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียงในใต้หล้า ศิษย์ทุกคนล้วนยึดถือคุณธรรมและความถูกต้อง กฎต่างๆ ศิษย์ทุกคนล้วนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ยุทธภพซึ่งเต็มไปด้วยยอดฝีมือ ต่างให้ความสำคัญกับคุณธรรมน้ำมิตร สามสำนักใหญ่ซึ่งตั้งตัวเป็นฝ่ายธรรมะ ต่างก็มีศิษย์ที่เข้ามาร่ำเรียนฝึกยุทธ์มากกว่าสามร้อยคน และในทุกๆ สิบปีจะจัดการประลองเพื่อเลือกจ้าวยุทธจักร
สำนักเมฆหวนส่งเทียบเชิญเพื่อจัดการชุมนุมขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อหารือเกี่ยวกับการประลองเลือกจ้าวยุทธจักรคนต่อไป เนื่องจากเสิ่นอิงต้องการก้าวลงมาจากตำแหน่งจ้าวยุทธจักร
“คุณหนูปิดม่านเถิดเจ้าค่ะ ฝนตกเช่นนี้ท่านเพิ่งอาการดีขึ้นอาจเป็นไข้ขึ้นมาอีก” เสี่ยวเถากล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล นางอยู่ข้างกายผู้เป็นนายมานาน รู้ขีดจำกัดของอีกฝ่ายมากกว่าเจ้าตัวก็ว่าได้
“เรามาถึงแล้วกระมัง” ลี่ชิงหย่าปล่อยม่านรถม้าลง
“เจ้าค่ะ” เสี่ยวเถายื่นเตาอุ่นมือให้ผู้เป็นนาย จากนั้นจึงกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกให้อีกฝ่าย “ฝนตกอากาศชื้นเช่นนี้ท่านอาจล้มป่วยลงอีกได้” นางพึมพำเพราะไม่เห็นด้วย เรื่องที่ผู้เป็นนายเดินทางมายังหานซานในช่วงเวลานี้
“หลีกเลี่ยงไปก็เท่านั้น หากจะหาคำตอบมีเพียงต้องมาด้วยตัวเองหาไม่ข้าจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้อย่างไร”
ลี่ชิงหย่าถอนหายใจออกมาเสียงเบา ห้าเดือนก่อนนางเพิ่งอายุครบสิบห้าย่างเข้าสู่วัยออกเรือน หลังเข้าพิธีปักปิ่นเช้าวันถัดมานางรับรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับตัวเอง
ดวงตาของนางมองเห็นบางอย่าง เงาดำซึ่งปกคลุมเหนือศีรษะของคนที่กำลังจะสิ้นอายุขัย ซึ่งหากนางแตะต้องสัมผัสคนผู้นั้น นางก็จะมองเห็นเหตุการณ์ตายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น
บิดามารดาของนางหวาดหวั่นแตกตื่น ตัวนางเองก็ทุกข์ทนกระทั่งไม่อาจหลับตานอน ดังนั้นจึงเอาแต่เก็บตัวเงียบๆ อยู่ในจวนไม่ก้าวออกไปไหน ทั้งนี้ก็เพราะกลัวว่าตัวเองจะเห็นในสิ่งที่ไม่ควร
โบราณกล่าวไว้ความสงสัยสามารถฆ่าคนตายได้
...มีอยู่ครั้งหนึ่งนางต้องการพิสูจน์ ดังนั้นทันทีที่มองเห็นเงาดำปกคลุมศีรษะของสาวใช้ในจวน นางจึงลองจับตัวอีกฝ่ายและมองเห็นว่าสาวใช้ผู้นั้นจะจมน้ำตาย
ลี่ชิงหย่าให้สาวใช้ผู้นั้นมาอยู่ข้างกาย โดยกำชับเสี่ยวเถาช่วยจับตาดูอยู่ไม่ห่าง จริงดังคาดสาวใช้ผู้นั้นมักจะชอบแอบลงไปเก็บเม็ดบัวในสระ ดังนั้นจึงตกลงไปในน้ำ
เสี่ยวเถาที่จับตาดูให้คนช่วยขึ้นมาได้ เงาดำนั้นหายไปทันทีราวกับสิ่งที่ลี่ชิงหย่าเคยเห็นนั้นไม่มีอยู่จริง เพียงแต่หลังจากนั้นลี่ชิงหย่ากลับล้มป่วยลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ร่างกายของนางอ่อนแอซูบซีด เรี่ยวแรงถดถอย กระทั่งไม่อาจลงจากเตียงเป็นเวลาถึงสามเดือน หมอฝีมือดีหลายคนที่บิดาของนางเชิญมาต่างก็ส่ายหน้า เพราะอาการของนางนั้นไม่มีใครล่วงรู้ถึงสาเหตุ ดังนั้นจึงไม่อาจรักษาให้ถูกวิธี ได้แต่ประคองอาการไปเรื่อยๆ
น่าประหลาด...ทันทีที่ครบสามเดือน ลี่ชิงหย่ากลับหายเป็นปลิดทิ้ง ราวกับว่าก่อนหน้านี้นางไม่ได้เจ็บป่วยกระทั่งล้มหมอนนอนเสื่อ
หลังจากนั้นหญิงสาวจึงตระหนักว่าการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชะตาผู้อื่น จะส่งผลกระทบต่อตัวนางเองโดยตรง
นับจากเกิดเรื่องครั้งนั้น ลี่ชิงหย่าเล่าให้บิดาและมารดาฟัง ทั้งสองสั่งห้ามไม่ให้นางทำอะไรโง่งม ส่วนนางเองก็ไม่ได้อยากหาเรื่องใส่ตัว จึงไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชะตากรรมของผู้อื่นอีก
กระทั่งวันหนึ่งนางออกไปไหว้พระที่วัดนอกเมือง บังเอิญได้พบกับกลุ่มขอทานน้อย ซึ่งกำลังแบ่งข้าวของที่เพิ่งขโมยมาได้ จังหวะนั้นมีจอมยุทธ์หญิงผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น นางเข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายถูกขอทานน้อยเหล่านั้นขโมยของสำคัญมา