บทที่ 1
เช้าตรู่วันนั้น ฟ้าสีเทาอ่อนของปลายฤดูฝนยังคลุมเหนือแนวเขาที่ทอดตัวล้อมรอบอำเภอพรรณนา หมอกบางลอยเอื่อยเหนือทุ่งข้าวเขียวสดที่ยังชื้นน้ำค้าง เสียงเครื่องยนต์รถกระบะคันหนึ่งดังแว่วเข้ามาในเขตตัวอำเภอ ถนนลาดยางแคบ ๆ ที่สองข้างทางมีทั้งร้านขายของชำเก่า ๆ กับบ้านไม้ชั้นเดียวทอดตัวเรียงกันเงียบสงบ
ภายในรถกระบะคันนั้น โย หรือ ยศภัค บุญมาลา นายอำเภอคนใหม่วัยสามสิบต้น ๆ นั่งนิ่งมองวิวผ่านกระจกดวงตาคมของเขาเต็มไปด้วยทั้งความมุ่งมั่นและระแวดระวัง ปากขบแน่นเบา ๆ เหมือนคนที่กำลังตั้งใจรับมือกับสิ่งที่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเจอ
“อำเภอพรรณนา... สงบจังนะ แต่ทำไมคนในกระทรวงถึงบอกว่าเป็นพื้นที่ปัญหา”
เขาคิดในใจ พลางเหลือบมองป้ายไม้ซีด ๆ ที่เขียนด้วยสีขาวว่า ที่ว่าการอำเภอพรรณนา
เมื่อรถหยุดที่ลานหน้าที่ว่าการอำเภอ ปลัดโจน้องชายแท้พร้อมด้วยน้องเขยจอมกวนตีนก็ออกมาต้อนรับ
“สวัสดีครับท่านนายอำเภอ!” โจ
เสียงโจและเสียงผู้ช่วยคนหนึ่งตะโกนทัก พลางยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้มแฝงความเกร็ง โยพยักหน้ารับ ยิ้มบาง ๆ แบบสุภาพตามมารยาท ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ
“ไม่ต้องเรียกท่านหรอกครับ เรียกผมว่านายโยก็ได้ ผมตั้งใจมาทำงานด้วยกัน ไม่ได้อยากให้ใครเกร็ง” โย
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่สร้างความประหลาดใจให้เจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ไม่น้อย นายอำเภอคนใหม่ดูไม่เหมือนคนที่มาจากส่วนกลาง เขาแต่งตัวเรียบ เสื้อเชิ้ตพับแขน กางเกงสแล็คธรรมดา รองเท้าหนังดูสึกเล็กน้อย แววตาเขามีความจริงจังแบบคนเคยผ่านงานสนาม
หลังจากตรวจดูสภาพสำนักงาน โยเดินออกไปยังระเบียงด้านหน้า มองเห็นตลาดเช้าที่อยู่ฝั่งตรงข้าม มีเสียงแม่ค้าตะโกนขายผัก เสียงเด็กวิ่งเล่น เสียงมอเตอร์ไซค์ดังเป็นจังหวะคุ้นหู บรรยากาศดูเหมือนเมืองชนบททั่วไป ทว่าลึก ๆ ในใจ เขากลับรู้สึกได้ถึง อะไรบางอย่างที่แปลกออกไป เหมือนมีแรงเงียบ ๆ บางอย่างจับตามองอยู่
ยศภัค บุญมาลา หรือ นายอำเภอโย อายุ 35 ปี ผลงานเด่นเลยคือลงไปประจำการที่อำเภอชายแดนในพื้นที่สีแดงทางใต้นานถึงสิบปี เพราะปลัดโยสอบบรรจุเป็นปลัดอำเภอได้ในวัยเพียง 24 ปี และได้ลงบรรจุในพื้นที่สีแดงเลย อดีตปลัดอาวุโสโยเป็นที่รักของชาวบ้านในอำเภอมาก นอกจากนี้ยังขยันเรียนต่อในระดับปริญญาโทไปด้วย จนสามารถสอบเลื่อนเป็นปลัดอาวุโสและจนสอบเลื่อนเป็นนายอำเภอในที่สุด
ยามสายแดดอ่อนเริ่มส่องผ่านยอดไม้หลังที่ว่าการอำเภอพรรณนา โยนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้เก่า ๆ ที่มีกองเอกสารสะสมไว้จากนายอำเภอคนก่อน กลิ่นไม้ผสมกลิ่นกาแฟดำจาง ๆ ลอยคลุ้ง เขามองผ่านหน้าต่างออกไป เห็นลานหน้าอำเภอที่มีชาวบ้านเดินผ่านไปมาอย่างเรื่อยเฉื่อย สักพักที่ลานหน้าอำเภอพรรณนามีเสียงเครื่องยนต์รถกระบะดังขึ้นพร้อมกลุ่มลูกน้องหลายคนที่มาพร้อมกัน ทั้งหมดแต่งชุดผ้าไทยท้องถิ่นแต่สะพายวิทยุสื่อสารไว้ที่เอว ดูแล้วไม่ต่างจากกองคุ้มกันส่วนตัว
รถคันหนึ่งจอดหน้าบันไดที่ว่าการอำเภอ กำนันโขงก้าวลงมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง สีหน้าเหมือนคนอารมณ์ดี แต่รอยยิ้มนั้นกลับแฝงความมั่นใจในอำนาจจนผู้พบเห็นอดรู้สึกเกรงไม่ได้ โยยืนรออยู่ในห้องโถงไม้เก่า มือประสานหลังตามระเบียบ ดวงตาเรียบแต่สังเกตทุกอย่าง ตั้งแต่ท่าทางของลูกน้องกำนันที่ยืนข้างรถ ไปจนถึงเสียงพูดคุยเบา ๆ ของชาวบ้านที่แอบมองอยู่ริมทาง
“คนพรรณนานี่... ดูจะยำเกรงกำนันกันทั้งบ้านทั้งเมืองเลยนะ” โย
