บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 7

"..." สองสาวใช้หวาดกลัวจนตัวสั่นงันงก พวกนางนิ่งเงียบมิยอมปริปากพูดเพียงลอบสบตากันเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นใดดี ถ้าพูดความจริงออกไปก็ย่อมกลายเป็นศัตรูของซือเหย่สตรีที่วางอำนาจบาตรใหญ่คับจวนซึ่งทุกคนรวมถึงตัวพวกนางเองต่างทราบดีว่าหากผู้ใดที่ทำให้อีกฝ่ายมิพึงพอใจเข้าจะโดนตามรังควานและมีจุดจบไม่สวยนัก แต่หากท่านให้การเท็จ ขานรับเรื่องโป้ปดเหล่านั้นแล้วท่านแม่ทัพจับได้เล่ามิน่าหวาดกลัวกว่าหรือ

พวกนางหาได้อยากโดนตัดลิ้นจนกลายเป็นใบ้หรือจับไข้หัวโกร๋น เสียสติไปเหมือนคนอื่น ๆ ที่ผ่านมาไม่

"ว่าอย่างไรเล่า! จะอ้ำอึ้งอีกนานหรือไม่" ซือเหย่กดเสียงทุ้มต่ำ ขบเขี้ยวขบฟันบดเบียดเสียดสีกันจนดังกรอดเล็ดลอดออกมาแฝงรอยบีบบังคับอยู่ในที

หากท่านเขาคิดไม่หลับหูหลับตาหมายมั่นจะหาเรื่องหาราวกุ้ยไป๋หลานให้จนได้ก็คงพอเข้าใจว่าคนของตนกำลังข่มขู่บีบบังคับสาวใช้สองนางนั้นโป้ปดเป็นพรรคเป็นพวกตน แต่อย่างไร! นั่นมันสิทธิของเขา

"เอ่อ...คะ...คือ"

"พวกนางเห็นทีท่าของไป๋หลานเมื่อครู่แล้วคงหวาดกลัวกระมังเจ้าคะท่านพี่หยาง ข้ามิแปลกใจหากพวกนางจะรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่นงันงกถึงเพียงนี้ ดูเถิด ขนาดข้าที่ท่านพี่เป็นฝ่ายไหว้วานให้คอยจับตาดูนาง ข้าที่ถือว่าเป็นคนของท่านพี่โดยแท้ นางยังหาญกล้ามิมีทีท่ายำเกรงเลยสักนิดราวกับดูถูกดูหมิ่น หยามเกียรติท่านพี่หยางด้วย แล้วพวกนางเล่า พวกนางเป็นเพียงสตรีสองคนพี่น้องอาศัยอยู่กับมารดาแก่ชราเต็มทีแล้ว มิมีผู้ใดคอยช่วยเหลือปกป้องคุ้มกะลาหัวจะเหลือรอดหรือ"

ซือเหย่แสร้งตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ผละตัวออกจากบุรุษร่างแกร่งแล้วค่อย ๆ หย่อนเรือนร่างลงตรงหน้าสตรีสาวรับใช้จากนั้นจึงเหยียดแขนเรียวบางยื่นมือออกไปวางทาบลงบนไหล่มน ก่อนจะบีบกดจิกเล็บอย่างแรง

"..."

"ข้าเข้าใจหัวอกของพวกเจ้าอย่างถ่องแท้ แต่เจ้าหาได้ต้องหวาดกลัวสตรีผู้นี้ไม่ นางก็เป็นขี้ข้าน่าสมเพชที่ถือดี เหิมเกริมเพียงเท่านั้น จงวางใจเถิดว่าต่อให้เจ้าพูดความจริงออกมานางก็จะไม่สามารถทำอันตราย ทำร้ายเจ้าได้เป็นแน่ ข้ารับรอง" ซือเหย่กดเล็บลงไปไหล่ลาดมนพลางถลนตาเพ่งมองบีบบังคับให้พวกนางปริปากพูดโดยไว

"จะ...เจ้าค่ะ จริงอย่างที่ซือเหย่พูดทุกประการเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ" ท้ายสุดพวกนางก็ไม่อาจทนต่อแรงกดดันจากความน่าหวาดกลัวของสตรีคนสนิทท่านแม่ทัพหยางหลงไหว จึงตัดสินใจโป้ปดออกไปเพื่อเอาตัวรอด

"เห็นหรือไม่เจ้าคะ พยานข้าก็มีว่าสตรีไม่เจียมตัวผู้นี้ร้ายกาจถึงเพียงใด กล้าทำร้ายร่างกายต่อกรกับข้า นั่นมิเท่ากับนางต้องการประกาศศึก เหยียบหน้าท่านพี่ด้วยหรอกหรือเจ้าคะ" ซือเหย่ในตอนนี้แทบเรียกได้เต็มปากว่านางกำลังถือไพ่เหนือกว่ากุ้ยไป๋หลานทุกทาง ไม่ว่าจะปฏิเสธค้านหัวชนฝา ยืนกรานเด็ดเดี่ยวอย่างไร หลักฐานชิ้นเด็ดและคำให้การณ์จากสองสาวใช้ก็ดันมัดตัวนางไว้จนดิ้นไม่หลุดอยู่ดี

คนแบบแม่นางซือเหย่ผู้นี้มีอยู่ทุกยุคสมัยเสียจริง!

"พวกเจ้าทั้งสองกลับไปทำหน้าที่ของเจ้าได้แล้ว!" เขาหัวเสีย หงุดหงิดไม่น้อย เมื่อครู่เขาคิดไว้ว่าจะเอนกายหลับสักงีบหลังจากคัดอักษรตรวจตรางานราชการบ้านเมืองมาร่วมครึ่งค่อนคืนแล้วแท้ ๆ ทว่าดันได้ยินเสียงซือเหย่เอะอะโวยวายจนแสบแก้วหูรบกวนเวลาพักผ่อนอันน้อยนิดของเขาเสียจนข่มตาไม่ลง

"เจ้าค่ะท่านแม่ทัพ"

"ส่วนเจ้า!! แม่นางไป๋หลาน ตามข้ามา"

...

ปั้ง!!! ฝ่ามือหนักทุบลงบนโต๊ะตรวจตรางานราชการบ้านเมืองอย่างแรงจนเสียงดังสนั่นทำให้คนที่ยืนก้มหน้าอย่างไม่ทันระวังตัวเช่นไป๋หลานสะดุ้งโยนเป็นครั้งที่สี่ครั้งที่ห้าของครึ่งค่อนวัน

"เจ้านี่มันเหลือทนเสียจริงนางสตรีอวดดี!" แววตาฉุนเฉียวที่แม่ทัพเล่อหยางหลงเพ่งมองไปยังเรือนร่างบอบบางที่ยืนก้มหน้าสงบนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเต็มไปด้วยจิตสังหาร "มีสิ่งใดจะอธิบายหรือหาข้อแก้ต่างให้ตัวเองหรือไม่ ก่อนที่ข้าจะตัดสินโทษเจ้าโทษฐานที่ทำให้จวนสงบสุขของข้าวุ่นวายถึงเพียงนี้"

ปลายนิ้วเรียวเคาะลงบนโต๊ะสลับไปมาทั้งนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางพร้อมทั้งเหลือบตามองปฏิกิริยาโต้ตอบกลับมาของกุ้ยไป๋หลานไปพลาง ๆ คล้ายกับเป็นการสื่อความหมายโดยนัยน์ว่าเขากำลังนับถอยหลังรีรอคำตอบจากปากนางอยู่

"ว่าอย่างไรเล่า!!!" ฝ่ามือหนักทุบโต๊ะอีกรอบ มิเคยมีสตรีนางใดหรือผู้ใดทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเพราะทีท่าสงบนิ่งในยามวิกฤตหน้าสิ่วหน้าขวานเสี่ยงความเป็นความตายเช่นกุ้ยไป๋หลานมาก่อน

นางช่างกล้านัก!

"จะให้ข้าอธิบายอันใดเล่าเจ้าคะ ในเมื่อต่อให้สิ่งที่ข้าพูดออกไปมันจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม อย่างไรท่านที่มีอคติและต้องการหาหนทางกลั่นแกล้งข้าให้รู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจทนทุกข์ทรมานไร้สุขอยู่ในจวนหลังนี้ก็คงเลือกเชื่อแม่นางซือเหย่ผู้นั้นอยู่ดี" กุ้ยไป๋หลานตอบกลับด้วยน้ำเสียงสีหน้าราบเรียบ แววตาของนางมั่นคงจ้องมองไปยังท่านแม่ทัพเล่อหยางหลงตรง ๆ โดยหาได้มีความหวาดกลัวสั่นระริกเลยสักนิดไม่

"เจ้า!!!! เจ้าหาว่าข้ามิมีความยุติธรรม ตัดสินไต่สวนโทษตามความชื่นชอบและความรู้สึกส่วนตัวเช่นนั้นหรือ" บุรุษขบกรามเข้าหากันจนเป็นสันนูนลอยเด่นปรากฏขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด สตรีผู้นี้ไยถึงได้ยโสโอหังนัก นางกล้าดีอย่างไรพูดจายอกย้อนเถียงคำเขาไม่ตกฟาก ซ้ำร้ายในดวงตากลมโตดุจไข่ห่านนั้นแลดูมิมีแววยำเกรงหวาดกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย

สตรีนามว่ากุ้ยไป๋หลาน ผู้นี้เสียใจ สิ้นหวังที่โดนพรากจากอ้อมอกสามีในคืนวันแต่งงานจนเสียสติไปแล้วจริง ๆ หรือ เหตุใดทั้งอุปลักษณ์นิสัยและบุคลิกท่าทางถึงได้แตกต่างจากยามที่อยู่ในจวนตระกูลเล่อโดยสิ้นเชิง

แม้เขาอาจไม่ได้มีท่าทีเป็นมิตรต่อนาง เฮ้อ! ไม่สิ เขาไม่เคยทำตัวเป็นมิตรกับผู้ใดเลยสักคน รอบกายรายล้อมไปด้วยศัตรูและผู้ที่ชังน้ำหน้ารังเกียจในความใจคอโหดเหี้ยมอำมหิตผิดมนุษย์มนาของเขา...ทว่าถึงเช่นไรด้วยแววตาอันเฉียบคมก็สามารถมองขาด พิจารณาทราบได้ทันทีเลยว่าแม่นางกุ้ยไป๋หลาน คนรักของไอ้ชาติชั่วนั่นไร้เดียงสา อ่อนต่อโลกยิ่งนัก ต่อให้โดนแม่สามีอี้หนิงเหอสตรีใจโฉดกลั่นแกล้งอย่างไร นางก็ทำเพียงก้มหน้าน้อมรับมิเคยคิดโต้ตอบกลับไปเลยสักครา

หนำซ้ำจะมีสตรีฉลาดนางใดหรือยินยอมรับน้ำชาจากคนที่เคยกลั่นแกล้งรังแก มุ่งร้ายหมายให้นางสูญหายไปให้พ้นหูพ้นตาจากจวนตระกูลเล่อ อย่าง 'หลินฟางเหมย' ศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่ง โดยไม่รู้สึกระแคะระคาย ระวังตัวเลยสักนิด เพราะความโง่เขลา มองโลกในแง่ดีจนเกินไปอย่างไรเล่านางจึงต้องมาตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชเวทนาเช่นนี้

รวมถึงครั้งอื่น ๆ เขาเคยพบปะนางอยู่บ้างประปรายเมื่อคราวต้องจำใจก้าวขาเข้าไปเหยียบในจวนอัปมงคลหลังนั้น นางแทบหดตัวเหลือนิ้วครึ่ง ก้มหน้างุด มิกล้ากระทั่งเงยหน้าขึ้นมาสบสายตา แม้ในยามพูดจาสนทนายังตัวสั่นงันงก เสียงตะกุกตะกักทำราวกับเขาเป็นไอ้พวกโจรปล้นราคะเสียกระมัง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel