ตอนที่ 3 บ้านใหญ่สกุลหนาน1
ตอนที่ 3 บ้านใหญ่สกุลหนาน1
ข้าวขาวและกับข้าวสองอย่างตั้งอยู่บนโต๊ะ มีทั้งข้าว เนื้อและไข่ เด็กชายมองอาหารบนโต๊ะแล้วกลืนน้ำลาย ตั้งแต่เกิดมาเข้าเคยกินเนื้อแค่สองครั้ง วันปีใหม่ของบ้านใหญ่ที่ผ่านมากับสองเดือนก่อนในเมือง หากไม่ใช่เพราะท่านปู่เขาคงไม่ได้กินเนื้อหนึ่งชิ้นนั้น และหากไม่ใช่เพราะท่านแม่ต้องการขายเขาก็คงไม่ได้กินซาลาเปาไส้เนื้อฉ่ำน้ำมันหอมๆ
“เสี่ยวเป่ากินได้แล้ว” เจียงหว่านหนิงคีบเนื้อเปรี้ยวหวานลงบนชามข้าวขาวของบุตรชาย ก่อนจะคีบผัดผักให้ตัวเอง นางไม่ค่อยชอบกินเนื้อแต่ชอบทานผัก ดังนั้นอาหารจานเนื้อนางจึงทำให้เสี่ยวเป่าเท่านั้น
“ขะ...ข้ากินได้จริงๆหรือขอรับ” เสี่ยวเป่ายังคงไม่กล้าคีบอาหารใส่ปาก เขายังคงมีความกังวลปนความหวาดกลัว ได้เพียงมองมารดานั่งกินนิ่งๆ
“กินได้สิ หากเจ้าไม่กิน แม่จะเอาไปเททิ้ง” เจียงหว่านหนิงข่มขู่ ทำท่าจะยกชามเนื้อออกไป
เสี่ยวเป่าด้วยความกลัวว่ามารดาจะเสียอารมณ์และยกเนื้อไปทิ้งจริงๆ ก็รีบพุ้ยข้าวพร้อมกับเนื้อเข้าปาก ปากเล็กเคี้ยวหมุบหมับ แม้จะดูมูมมามไปสักหน่อย แต่ค่อยๆสอนไปก็พอแล้ว
“ช้าๆหน่อย ไม่ต้องรีบเดี๋ยวจะสำลักเอา แม่ล้อเล่นไม่เอาเนื้อของเจ้าไปทิ้งหรอก กินผักกับไข่ด้วยจะได้โตเร็วๆ” นางคีบจานผักให้เสี่ยวเป่าเพิ่มตามด้วยเนื้ออีกหลายชิ้น ก่อนจะก้มลงทานข้าวกับผักของตัวเอง ผลัดกับเงยหน้ามองการกินของเสี่ยวเป่าที่ใช้เวลาเพียงไม่นานก็หมดชาม
นางวางตะเกียบกับชามของตัวเอง มองอาหารบนโต๊ะที่หมดลง กาน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำพุวิญญาณถูกรินใส่จอกชา นางยื่นน้ำให้บุตรชาย ก่อนจะยกของตัวเองขึ้นดื่ม
เสี่ยวเป่ายกมือขึ้นลูบพุงที่ป่องออกมาเล็กน้อย ใบหน้ามอมแมมยกยิ้มก่อนจะมองไปยังมารดาที่มองเข้าอยู่ก่อนแล้ว เด็กชายหลบสายตาไม่กล้ามองมารดาที่ยามนี้แววตาเปลี่ยนไปมาก เขายังกลัวเลยว่านี่จะเป็นเพียงความฝันเท่านั้น
“คืนนี้แม่จะอาบน้ำให้เจ้าใหม่ แล้วก็ซักชุดเก่านี่ด้วย” เจียงหว่านหนิงไม่อาจมองความสกปรกนี้ได้อีกแล้วจึงคิดจะจัดการเสียแต่คืนนี้ ตัวนางเองก็เช่นกันกลิ่นเหลือทนแล้วจริงๆ
“อาบน้ำหรือขอรับ ทะ...ท่านแม่จะอาบให้ข้าด้วย” เสี่ยวเป่าที่ไม่คิดไม่ฝัน เคยเห็นแต่มารดาคนอื่นอาบให้ลูกของตน แต่ตอนนี้กลับเป็นเขาที่มารดากำลังจะอาบน้ำให้
เด็กชายดีใจจนตื่นเต้นไปหมด และเฝ้ารอช่วงเวลานั้นอย่างเงียบๆ
“เอาล่ะ แม่เอาชามพวกนี้ไปล้างก่อน ให้ค่ำกว่านี้แล้วเราไปอาบน้ำที่ลำธารหลังบ้านกัน” เดี๋ยวนางต้องเตรียมสบู่ แชมพู และเสื้อผ้าใหม่ให้พร้อม จะได้อาบน้ำตัวหอมๆเอาความสกปรกเหนียวเหนอะหนะออกไปเสียที แล้วบนหัวของเสี่ยวเป่าก็เหมือนจะมีเหาด้วย...ต้องกำจัด!!!
สะใภ้ใหญ่สกุลหนานหรือเหลียงหลิงชะเง้อคออยู่หน้ารั้วบ้านหลังเล็กของน้องสามี นางไม่เคยคิดจะเข้าไปเหยียบบ้านหลังนี้ให้เสนียดติดตัว หากไม่เพราะต้องมารับไอ้เด็กเหลือขอเสี่ยวเป่าตามคำสั่งของพ่อสามี นางไม่มีทางเดินมาบ้านรกร้างหลังนี้ โดยเฉพาะพบหน้านางผู้หญิงสกุลเจียงจอมชั่วร้ายนั่น
“เสี่ยวเป่า! เสี่ยวเป่า!” เหลียงหลิงตะโกนเรียกหลานชายของสามี ที่อายุน้อยกว่าบุตรชายของนางถึงสองปี แต่กลับมีหน้าตาโดดเด่นเหมือนน้องรองหนานหนิงเฉิง ต่างจากบุตรชายของนางที่หน้าตาดาษดื่นไม่สะดุดตา
‘ไอ้เด็กเหลือขอไม่มีพ่อ เหตุใดจึงมีหน้าตาเช่นนี้ได้ ช่างน่าโมโหนัก!’ เหลียงหลิงไม่ชอบบุตรชายของน้องสามีเลย และยังแอบทุบตีเขาบ้างเป็นบางครั้งหากพ่อสามีไม่อยู่ ในบ้านใหญ่นอกจากพ่อสามีแล้วก็ไม่มีใครเหลือบมองเจ้าเด็กนี่เลย
เสี่ยวเป่าได้ยินเสียงป้าสะใภ้ใหญ่ก็ดวงตาเลิ่กลั่ก เขามองไปยังหน้าประตูบ้านสลับกับห้องครัวที่มารดากำลังล้างชามอยู่ ในใจไม่อยากไปบ้านใหญ่อีกแล้ว เพราะนอกจากท่านปู่หนานกัวแล้ว คนอื่นๆล้วนรังเกียจเขาทั้งสิ้น โดยเฉพาะพี่ชายใหญ่หนานเลี่ยงรุ่ยที่มักจะกลั่นแกล้งทุบตีเขาเป็นประจำ
“ใครมาตะโกนอยู่หน้าบ้านกัน” เจียงหว่านหนิงถกแขนเสื้อมองออกไปด้านนอก แต่นางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเป็นใคร ส่วนใหญ่ก็เป็นพี่สะใภ้ใหญ่ผู้นี้ที่มาลากบุตรชายของนางไปบ้านใหญ่สกุลหนาน
“เป็นท่านป้าสะใภ้ใหญ่ขอรับ นางคงมารับข้าไปกินมื้อเย็น”เสี่ยวเป่าก้มหน้าลงตอบมารดาเสียงเบา
“เสี่ยวเป่าอยากไปกับนางมั้ย” นางถามหยั่งเชิงว่าบุตรชายคิดเช่นไรกับคนบ้านนั้น เพราะก่อนหนานหนิงเฉิงจะกลับมา นางต้องจัดการกับคนบ้านนั้นให้เด็ดขาด เพราะภายภาคหน้าจะได้ไม่มีพวกปลิงมาคอยดูดเลือดบ้านนาง
“ไม่ขอรับ ข้าอยากอาบน้ำกับท่านแม่” เสี่ยวเป่าส่ายหัวดุกดิก ก่อนจะมองไปยังหน้าบ้านปนความหวาดกลัว
เจียงหว่านหนิงสังเกตท่าทางนั้นก็รู้ว่าในนิยายบอกเอาไว้ไม่ผิด เหลียงหลิงผู้นั้นลงไม้ลงมือกับหลานชายสามีด้วยไม่พอใจที่เสี่ยวเป่านั้นมีดีกว่าบุตรชายตัวเอง ส่วนคนอื่นในบ้านใหญ่ก็ทำเป็นหลับหูหลับตามองไม่เห็น มีเพียงท่านปู่หนานของเสี่ยวเป่าที่มีบ้างที่ช่วยขัดขวาง แต่ก็ยังรักและตามใจหลานชายคนโตอย่างหนานเลี่ยงรุ่ยแบบเต็มส่วน
“เช่นนั้นก็อยู่ในบ้าน เดี๋ยวแม่จะไปบอกป้าสะใภ้ของเจ้าเอง ว่าวันนี้เสี่ยวเป่ากินข้าวแล้ว” เจียงหว่านหนิงย่อกายลงพูดกับบุตรชาย ก่อนจะยืดตัวเดินออกไปเมื่อบุตรชายตัวน้อยพยักหน้ารับ
