ตอนที่ 3 บ้านใหญ่สกุลหนาน3
ตอนที่ 3 บ้านใหญ่สกุลหนาน3
ทุกวันนี้หากไม่มีเงินที่เจ้ารองส่งกลับมา บ้านสกุลหนานคงไม่มีแม้แต่ข้าวจะกิน หากไล่สตรีแซ่เจียงกับเสี่ยวเป่าออกไป เจ้ารองมารู้เรื่องภายหลังเขาจะอธิบายเรื่องนี้ยังไงกัน ตราบใดที่เจียงหว่านหนิงยังอยู่บนที่ดินของสกุลหนาน เงินจากเจ้ารองก็ต้องส่งมาบ้านใหญ่ทุกเดือน เขาไม่มีทางปล่อยเงินนี้ไปเด็ดขาด!
เหลียงหลิงรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลแต่ก็ทำได้เพียงสงสัย ในใจมีความขุ่นเคืองพ่อสามีที่ไม่เด็ดขาดกับนางเจียงหว่านหนิงนั่นสักที ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรที่นางไม่รู้กันแน่
‘คืนนี้ค่อยถามท่านพี่ก็แล้วกัน’
เมื่อหนานหยุนซีออกมาจากห้องและหนานเลี่ยงรุ่ยกลับมาจากเล่นข้างนอก ครอบครัวบ้านใหญ่สกุลหนานก็ลงมือทานมื้อเย็น ซึ่งมีเพียงข้าวต้มข้นๆ ผัดผักและไข่ต้มสำหรับบุรุษในครอบครัว ส่วนสตรีก็กินเพียงผัดผักกับผักดองเท่านั้น
‘อย่างน้อยข้าก็ยังได้กินข้าวต้มข้นๆ ส่วนเจียงหว่านหนิงก็คงนอนกอดท้องกินลมไปวันๆ ไม่รู้เมื่อไหร่จะตายไปสักที’ เหลียงหลิงนั่งคิดในใจ พลางซดข้าวต้มร้อนๆพร้อมกับผักดองรสเค็ม ซึ่งในช่วงนี้นับว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวหนึ่งแล้ว
“ท่านพ่อ...ปีนี้ข้าต้องสอบจวี่เหรินขอรับ คงต้องมีค่าเดินทางไปในเมืองสักหน่อย การสอบคราวนี้ต้องสอบถึงสามวันสามคืน อาจจะต้องไปพักในเมืองล่วงหน้าสักเดือน” หนานหยุนซีพูดขึ้น มือของเขาวางตะเกียบลง มองไปยังบิดาที่ตอนนี้เป็นหัวแรงหลักของครอบครัว ดังนั้นเรื่องเงินในการสอบก็ต้องขอจากบิดาเท่านั้น
“ต้องใช้เงินเท่าไหร่ ค่าเช่าบ้านในเมืองก็ไม่ใช่ถูกๆ” หนานกัวถามบุตรชายคนโตที่เป็นหน้าเป็นตาเป็นสกุลหนาน หากคราวนี้เขาสอบได้จวี่เหรินละก็...สกุลหนานต้องเจริญรุ่งเรืองที่สุดในรอบหลายรุ่นที่ผ่านมา
“น่าจะห้าตำลึงทองขอรับ ยังมีเครื่องเขียนที่ยังไม่ได้ซื้อด้วย เครื่องเขียนข้าตอนนี้เก่าชำรุดเกือบหมดแล้ว เพราะช่วงนี้ข้าหักโหมฝึกฝนจนเกินไป” หนานหยุนซีบอกจำนวนเงินที่เขาต้องการ ทำให้หนานกัวถึงกับชะงัก ส่วนคนอื่นๆนั้นอ้าปากค้างกับจำนวนเงินที่มากกว่าทำงานสองปีเสียอีก
“จะ...เจ้าใหญ่ มากถึงเพียงนั้นเชียว” หลี่กุ้ยฮวาใบหน้าซีดเซียวกับจำนวนเงินที่ไม่รู้ว่าในบ้านจะมีถึงหรือไม่ เพราะยังคงมีค่าอาหารที่ต้องสำรองเอาไว้ยามจำเป็น อีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้วด้วย หากนำเงินเอาไว้สำหรับสอบจนหมด หน้าหนาวนี้ครอบครัวสกุลหนานอาจจะต้องลำบากมากเป็นแน่
“ปีนี้มีการชุมนุมของเหล่าบัณฑิตก่อนสอบด้วย หากไม่เข้าร่วมก็คงไม่ได้แนวข้อสอบกลับมา” หนานหยุนซีแสร้งทำหน้าสลดเพื่อให้ได้เงินจำนวนนี้ ไม่ใช่เพื่อสอบจวี่เหรินอะไรนั่นหรอก แต่เงินห้าตำลึงทองนี้เขาต้องการเป็นอย่างมาก
“อืม พ่อจะรีบหาเงินให้ได้ก่อนหน้าหนาว เจ้าเตรียมสอบให้ดีเถอะ จะได้เป็นหน้าเป็นตาให้สกุลหนานเรา” หนานกัวพยักหน้ารับ ถอนหายใจอย่างหนักอึ้ง เงินก่อนหน้าที่เจ้ารองส่งมาเดือนละห้าตำลึงก็ยังคงพอมีอยู่ แต่วันก่อนเจ้าใหญ่ก็เพิ่งขอไปซื้อตำราถึงสองตำลึงทอง ที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็ราวหกตำลึงทองเท่านั้น ซึ่งไม่พอจะพ้นหน้าหนาวนี้เป็นแน่
“ท่านพ่อ...เช่นนั้นก่อนหน้าหนาวเราเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตให้เร็วขึ้น เผื่อจะขายได้ราคาดี” เหลียงหลิงคาดหวังในตัวสามีกว่าใคร เพราะนางอยากจะเป็นภรรยาจวี่เหรินเต็มที ต่อไปจะได้โอ้อวดได้อย่างเต็มปาก โดยไม่รู้เลยว่า...สามีที่นางคาดหวังเอาไว้นั้น กำลังทำสิ่งที่นางจะเสียใจไปตลอดชีวิต
“ก็ดีเหมือนกัน” หนานกัวพยักหน้าตกลงทำตามที่สะใภ้แนะนำ อย่างน้อยผลผลิตในนาก็น่าจะขายได้หลายตำลึงเงิน หากได้ราคาดีก็คงจะพอได้สักหนึ่งตำลึงทอง
‘หรือเขาจะลองเขียนจดหมายถึงเจ้ารองสักครั้งแล้วบอกเรื่องเสี่ยวเป่า บางทีอาจจะได้เงินเพิ่มมาอีกสักหน่อย’ หนานกัวคิดอย่างเห็นแก่ตัว แต่ก็ต้องปัดความคิดนั้นทิ้งไป เพราะหากเจ้ารองรู้ว่ามีเสี่ยวเป่าบางทีก็อาจจะลาออกจากทหารกลับมาอยู่กับครอบครัว คราวนี้เดือนละห้าตำลึงเงินก็คงไม่ได้อีก
‘ไม่ได้ๆ ข้าจะเสี่ยงไม่ได้เด็ดขาด’
หนานหนิงเฉิงไม่มีทางรู้เลยว่าเงินทุกตำลึงที่เขาส่งมาเพื่อให้เจียงหว่านหนิงอยู่อย่างสบายนั้น แท้จริงถูกบิดาของเขาฮุบไว้จนหมด ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีสักตำลึงตกถึงมือของคนที่เขาตั้งใจจะให้ และไม่เคยรับรู้การมีอยู่ของเสี่ยวเป่า แม้เพียงเศษเงินของบิดาตัวเองเสี่ยวเป่ายังแทบจะไม่ได้รับ กินข้าวที่บ้านใหญ่ทุกเย็นแต่เขากลับได้กินเพียงน้ำข้าวต้มเท่านั้น เนื้อก็เคยได้กินเพียงหนึ่งชิ้นในวันปีใหม่ซึ่งเป็นเศษเหลือจากหนานเลี่ยงรุ่ย
“ท่านปู่...เข้าหน้าหนาวแล้วยังจะมีเนื้อให้กินหรือไม่ ข้าอยากกินเนื้อขอรับ เมื่อตอนเย็นไม่รู้มีบ้านใดผัดเนื้อหอมมาก ข้าดมตามกลิ่นอยู่นาน สุดท้ายก็หาไม่เจอว่าบ้านไหนมีเนื้อให้กินในช่วงนี้” หนานเลี่ยงรุ่ยนั่งกินข้าวที่ไม่มีแม้แต่เนื้อก็โอดครวญ พุงอ้วนกลมของเขากำลังหายไป
“เจ้าอยากกินจนจมูกได้กลิ่นเนื้อเชียว ถ้าอย่างนั้น...พรุ่งนี้ปู่จะซื้อเนื้อมาสักหน่อย” หนานกัวตามใจหลานชายอย่างไรก็ยังคงตามใจอยู่อย่างนั้น ไม่แน่ว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า...หลานชายของเขาคนนี้อาจจะเดินรอยตามบิดาสอบบัณฑิตสร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูล
‘หึ...พรุ่งนี้ข้าจะโม้ทั้งหมู่บ้าน ว่าบ้านใหญ่หนานจะมีเนื้อกินกัน’ เหลียงหลิงเตรียมโอ้อวดโดยไม่รู้เลยว่ามันเป็นเรื่องน่าขบขันเพียงใดสำหรับเจียงหว่านหนิง
