บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 กระชับความสัมพันธ์2

ตอนที่ 2 กระชับความสัมพันธ์2

“เสี่ยวเป่า...หมูป่ามันไปแล้ว ลุกขึ้นได้แล้วนะ” นางสะบัดมือขายเจ้าหมูป่าขนเหล็กซึ่งได้เหรียญมากถึง 2,000 เหรียญ คุ้มค่ากับหน้าไม้อันนี้ที่เสียเหรียญไปมากมายจนใจนางเจ็บไปหมด ยังดีที่ได้มาเพิ่มเท่าตัว

“จะ...จริงหรือขอรับ” เสี่ยวเป่าเงยหน้าขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆ เมื่อพบว่าตัวเองนอนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของมารดาก็รีบลุกขึ้นทันที

ร่างเล็กที่เด้งออกไปยืนก้มหน้านิ่งอยู่ในสายตาของเจียงหว่านหนิงตลอดเวลา นางมองท่าทางน่าเอ็นดูของเด็กชายก็นึกอยากจะทุบตีเจ้าของร่าง ที่กล้าลงมือกับเด็กน่ารักเช่นนี้ได้ยังไง ไม่แปลกใจเลยที่พระเอกจะฆ่าเจียงหว่านหนิงอย่างไม่ลังเล

เจียงหว่านหนิงลุกขึ้นปัดเศษดินออกจากร่างกาย มีเพียงบางส่วนที่มีรอยเลือดเท่านั้นที่ไม่สามารถปัดออกได้ ซึ่งนางคงต้องกดน้ำพุวิญญาณมาล้างแผลเหล่านี้เสียแล้ว แต่ตอนนี้คงต้องแบกร่างบาดเจ็บนี้กลับไปที่บ้านเสียก่อน

“ท่านแม่บาดเจ็บ เสี่ยวเป่าขออภัยขอรับ” เด็กชายพูดเสียงเบา ในใจก็รู้ว่าต้องโดนตีเป็นแน่ แต่ก็ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง คราวนี้เขาคงโดนตีหนักกว่าทุกครั้ง

“รู้ตัวว่าผิดแล้วใช่มั้ย มีอย่างที่ไหนมาเดินซุกซนถึงในป่า หากแม่ไม่เดินมาทางนี้ ป่านนี้เจ้าโดนหมูป่าขนเหล็กกัดจนตายไปแล้ว กลับไปแม่จะลงโทษเจ้า” เจียงหว่านหนิงสั่งสอนเด็กชายเสียงเข้ม แม้ไม่อยากจะดุแต่อย่างไรก็ต้องสั่งสอนเอาไว้ มิเช่นนั้นเขาจะพาตัวเองไปเจออันตรายอีก

“เสี่ยวเป่ารู้ผิดแล้ว ท่านแม่ตีเสี่ยวเป่าได้เลย แต่...แต่ อย่าขายเสี่ยวเป่านะขอรับ” เด็กชายเงยหน้าขึ้น สบตาเข้ากับดวงตาของมารดาที่ปกติจะดุร้ายราวกับสัตว์ป่า แต่วันนี้กลับดูอ่อนโยนไม่เหมือนทุกวันที่ผ่านมา เขาคุกเข่าลงขอร้อง แม้มารดาจะทุบตีเขาก็ยังดีกว่าขายเขาให้กับนายหน้าพวกนั้น

เจียงหว่านหนิงมองเด็กชายที่ช่างรู้ความแต่ก็คงต้องสั่งสอนกันอีกยาว เข่าของลูกผู้ชายไหนเลยนึกจะคุกก็คุกได้ตามใจ เด็กคนนี้อ่อนแอเกินไปแล้ว

“ลุกขึ้นแล้วตามแม่กลับบ้าน โทษของเจ้าค่อยว่ากันเมื่อกลับไปถึง” หญิงสาวกล่าวเสร็จก็เข้าไปยกร่างบุตรชายขึ้น นางอุ้มเขาไว้ในอ้อมแขนได้สบาย พอจับเช่นนี้ก็รู้สึกว่าเสี่ยวเป่าตัวเล็กมาก เล็กราวกับเด็กเพียงสองหนาวเท่านั้น

“ทะ...ท่านแม่” เสี่ยวเป่าตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้เพียงจะขยับตัว และไม่กล้าแม้แต่จะนำแขนไปโอบรอบคอของมารดา

เจียงหว่านหนิงมองท่าทางนั้นก็อมยิ้มและคว้าแขนเล็กมาโอบรอบคอของนางเอาไว้ พาร่างที่บาดเจ็บของตัวเองและบุตรชายตัวเล็กมุ่งตรงไปยังบ้านหลังน้อย หากช้ากว่านี้มื้อเย็นคงต้องเลื่อนเป็นมื้อค่ำเสียแล้ว

นางมองแสงสีส้มบนท้องฟ้าและมองลงไปในหมู่บ้านที่ทุกครัวเรือนมีควันลอยกรุ่น บ่งบอกว่าในครัวของพวกเขากำลังเตรียมอาหาร มีเพียงบ้านของนางซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้านที่มีเพียงความรกร้างเท่านั้นที่มองเห็น นางถอนหายใจมองสภาพน่าเวทนาของบ้านหลังน้อย

ในนิยายบอกว่าบ้านหลังนี้สร้างขึ้นง่ายๆหลังจากที่พระเอกแต่งงานกับเจียงหว่านหนิง หนานหนิงเฉิงหรือพระเอก ลูกชายคนรองของบ้านสกุลหนานตัดสินใจขอแยกบ้านหลังแต่งงาน ด้วยกลัวว่าภรรยาชั่วของตัวเองจะไปรังควานบ้านใหญ่ของพ่อแม่สามี ซึ่งนั่นก็ตรงกับความต้องการของแม่สามีตัวร้ายเข้าพอดี

บ้านสกุลหนานมีบุตรชายสองคน คนโตชื่อหนานหยุนซีเป็นที่รักใคร่ของทั้งพ่อทั้งแม่ แต่งงานกับหญิงสาวแซ่เหลียงชื่อเหลียงหลิง ทั้งสองมีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคนอายุห้าหนาว ทั้งพ่อแม่ปู่ย่าล้วนรักใคร่ตามใจ แต่เสี่ยวเป่าของนางกลับไม่มีใคร

‘คงไม่ใช่ว่าหนานหนิงเฉิงเป็นเด็กเก็บมาเลี้ยงหรอกนะ แต่ในนิยายก็ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้นี่ หรือข้าจะพลาดหน้าไหนไป’ น่าคิดจริงๆ

“เสี่ยวเป่าอยากกินเนื้อมั้ย” เจียงหว่านหนิงถามบุตรชายในอ้อมแขน เพียงได้ยินเสียงนางร่างเล็กก็เกร็งจนตัวแข็ง

“ท่านแม่จะขายเสี่ยวเป่าอีกแล้วเหรอขอรับ” เสียงปนสะอื้นดังขึ้น เด็กชายตัวน้อยปล่อยแขนที่โอบรอบคอนาง ก้มหน้านิ่งปล่อยน้ำตาไหลออกมา

นางขมวดคิ้วมุ่น ถามถึงเนื้อไยเจ้าเด็กคนนี้ถึงคิดว่านางจะขายเขากันเล่า

‘อ่อ..คงไม่ใช่ว่าเรื่องตอนนั้น’ เจียงหว่านหนิงนึกย้อนไปเมื่อราวสองเดือนก่อนที่เจ้าของร่างเดิมหลอกพาบุตรชายไปในเมือง พาเขาไปกินซาลาเปาไส้เนื้อหอมกรุ่นแต่ก็ราวกับฝันหนึ่งตื่น เมื่อพบว่าเบื้องหน้าคือนายหน้าค้าทาสที่กำลังมองเด็กชายตาเป็นมัน

หากไม่ใช่เพราะหนานกัวหรือปู่หนานเห็นหลานชายเข้าเสียก่อน เสี่ยวเป่าคงถูกขายเป็นทาสไปเสียแล้ว และเพราะเรื่องราวคราวนั้น บ้านใหญ่หนานจึงมารับเสี่ยวเป่าไปกินมื้อเย็นด้วยทุกวัน ส่วนสะใภ้รองอย่างเจียงหว่านหนิงก็ปล่อยให้อดตายอยู่ที่บ้านจนนางได้เข้ามาอยู่ในร่างแทน

‘เจียงหว่านหนิงหนอเจียงหว่านหนิง ช่างโง่เขลาเห็นแก่ตัว’

“ใครว่ากันเล่า เสี่ยวเป่าจำไว้นะ ต่อไปนี้แม้จะไม่ขาย ไม่ดุด่า แล้วก็จะเลี้ยงดูเจ้าอย่างดี รอท่านพ่อของเจ้ากลับมาจากสงคราม” จากในนิยายก็คงจะปลายฤดูเหมันต์นู่นแหละ ก็ราวสี่เดือนหลังจากนี้ หวังว่ากลับมาถึงหนานหนิงเฉิงจะไม่ชักดาบมาฟันคอนางหรอกนะ

“ท่านแม่พูดจริงเหรอขอรับ” เสี่ยวเป่าหันมองมารดาสายตาเศร้าสร้อยปนความหวังเล็กๆ เขาเอาแขนกลับมาโอบรอบคอนางอีกครั้ง ก่อนจะเอียงศีรษะวางลงบนต้นคอของนาง ท่าทางออดอ้อนนั่นทำให้นางใจแทบละลายจนเหลวไปกองกับพื้น

‘อดีตแพทย์หญิงนักวิจัยที่อยู่แต่ในห้องแลบไม่เคยมีความรักไม่เคยมีแฟน ข้ามมิติคราวเดียวได้ทั้งลูกทั้งสามี แต่จะว่าไป...เอาแค่ลูกไว้ก็พอแล้ว’ ส่วนพระเอกก็ยกให้นางเอกไปเถอะ

“จริงซิ นับจากวันนี้ไปครอบครัวเราต้องดีขึ้นแน่นอน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel