บทนำ
บนตึกระฟ้าใจกลางเมืองกรุงแห่งหนึ่ง ที่ชั้นบนสุดเป็นห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูงเจ้าของธุรกิจนำเข้า ส่งออกและผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเมื่อเร็ว ๆ นี้เพิ่งเปิดตัวธุรกิจตัวใหม่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับเครือข่ายโทรศัพท์ ซึ่งแม้จะเพิ่งเปิดตัวไปแค่ไม่กี่เดือน แต่ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีเกินที่คาดไว้
ภายในห้องทำงานที่กินพื้นที่เกือบทั้งชั้นนั้น มีกระจกล้อมรอบไว้เกือบทุกด้านทำให้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สวย ๆ กลางกรุงได้ง่าย ๆ อีกทั้งยังมีการจัดสัดส่วนไว้อย่างดี ได้แก่ ส่วนของโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้สักทองราคาหลายแสน พร้อมกับเก้าอี้บุนวมขนาดใหญ่ที่ปรับระดับได้หลายระดับทำให้ผู้ที่นั่งทำงานได้เอนหลังพักได้อีกทั้งยังมีที่นวดได้ในตัว อีกฝั่งตรงข้ามมีชุดรับแขกราคาแพงตั้งอยู่เพื่อเป็นมุมสำหรับรับแขกพิเศษ
และวันนี้ชุดรับแขกราคาแพงก็ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างดี ด้วยการรับ 'แขก' พิเศษ
หญิงสาวในชุดกางเกงขายาวผ้าพริ้วสีขาว เสื้อปาดไหล่สีน้ำเงินเข้มตัดกับผิวขาวเนียนของเจ้าของร่าง ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง ช่วยเสริมใบหน้าให้ดูเป็นสาวที่มีบุคลิกมาดมั่น ริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงสดแย้มยิ้ม นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มหลังแว่นกันแดดสีชามองไปที่วิวเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเด็ดเดี่ยวกับการตัดสินใจครั้งนี้ เรียวขาสวยไขว้ห้างด้วยท่าทางเฉกเช่นนางพญา แขนข้างหนึ่งพาดไปที่วางแขนโซฟาตัวเดี่ยว พลางยกมือเท้าคาง รอคอยเจ้าของห้องอย่างใจจดใจจ่อ อีกมือถือกล่องกำมะหยี่สีแดงเข้ม ภายในบรรจุแหวนเพชรเม็ดขนาดกลางราคาหลายล้าน
เวลาผ่านไปสักพักเสียงประตูห้องทำงานขนาดใหญ่นี้ก็ถูกเปิดออกด้วยชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้อง นัยน์ตาคมปลาบมองไปที่หญิงสาวที่รออยู่ในห้อง ด้านหลังของเขามีหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต ผมหน้าม้าช่วยขับให้ใบหน้าดูน่ารักน่าถนุถนอมและชวนให้ชายใดที่ได้เห็นอยากปกป้อง ยืนกอดแฟ้มสีหน้ากังวล พลางมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าเป็นระยะ ๆ
ร่างสูงของชายหนุ่มเดินมาหยุดอยู่ตรงที่หญิงสาวอีกคนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วในห้อง ใบหน้าคมคายหล่อเหลา ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ พลางจ้องหญิงสาวที่ได้ชื่อว่า 'คู่หมั้น' ของตน หรือก็คือ 'มัลลิกา' อย่างไม่วางตา
'คิรากร' ไม่ชอบนักเวลาที่มีใครมาลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวอย่างเช่นห้องทำงานของเขา หากไม่ได้รับอนุญาต แต่หญิงสาวเบื้องหน้ากลับใช้อำนาจของการเป็น 'คู่หมั้น' เข้ามานั่งในห้องทำงานของเขาอย่างหน้าตาเฉย แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีสถานะเป็น 'คู่หมั้น' แต่เขากลับไม่ชอบเอาเสียเลย
ผู้หญิงที่เอาแต่ใจ ชอบวีน เหวี่ยง อย่างมัลลิกา หาได้อยู่ในความสนใจของตนเลยสักนิด หากจะหาใครสักคนที่จะแต่งงานด้วยแล้วนั้น ถ้าเป็นอย่าง 'พริมา' ผู้ที่เป็นเลขาส่วนตัวของเขาก็ว่าไปอย่าง ทั้งอ่อนโยน ร่าเริง ขยัน พูดจาไพเราะอ่อนหวาน แต่กับมัลลิกานั้นช่างตรงข้ามกับ 'พริมา' อย่างสิ้นเชิง เหมือนนางร้ายกับนางเอกก็ไม่ปาน
'มัลลิกา' เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายเดินมาหยุดอยู่ตรงที่เธอนั่ง ก็ลุกขึ้นยืนหันไปเผชิญหน้า 'คู่หมั้น' ของตนอีกครั้ง พลางถอดแว่นกันแดดเหลือบไปมองหญิงสาวอีกคนที่ยืนเยื้องไปข้างหลังของชายหนุ่ม คิรากรที่เห็นดังนั้นจึงเดินเอาตัวมาบังร่างบางเบื้องหลังทันที ด้วยความที่ใส่รองเท้าส้นสูงถึงสามนิ้วครึ่ง ทำให้สายตาของมัลลิกาเมื่อเงยหน้าเพียงเล็กน้อยก็จะสบกับสายตาของชายหนุ่มพอดี ทำให้เห็นว่าชายหนุ่มที่กำลังมองมาทางเธอนั้นมีสีหน้าไม่พอใจเพียงใด
'แหม-- ไม่ต้องทำเป็นอัศวินพิทักษ์นางเอกก็ได้ย่ะ เชอะ! ฉันไม่สนใจหรอกย่ะ!'
มัลลิกาคิดในใจ พลางกรอกตามองบน เบะปากนิด จากนั้นก็ยื่นกล่องแดงกำมะหยี่ที่ได้เตรียมเอาไว้ให้ชายหนุ่ม
"อะไร?"
คิรากรที่รู้สึกแปลกใจในท่าทีของมัลลิกา ที่ไม่แม้จะอาละวาดใส่พริมาเหมือนแต่ก่อน แถมยังทำสีหน้าเหมือนเซ็งโลกนั่นอีก เมื่อเห็นอีกฝ่ายยื่นมือถือกล่องกำมะหยี่สีแดงมาให้ตน จึงถามกลับเสียงแข็ง
'เอ้า! ตาบอดรึไงเนี่ย ก็เห็น ๆ อยู่จะถามทำไม'
มัลลิกาได้แต่นึกในใน แต่ไม่ได้พูดออกไป ได้แต่ถอนหายใจเสียงดัง พลางตอบกลับไปเสียงห้วนแข็งเหมือนกันด้วยความรู้สึกว่า รับ ๆ ไปสักทีสิโว้ย ฉันเมื่อย
"แหวนหมั้น"
คิรากรขมวดคิ้วสงสัย ในใจมีแต่คำถาม และปรากฏความไม่พอใจขึ้น แต่ยังไม่ได้ยื่นมือไปรับของจากมัลลิกา พลางส่งสายตาเข้มถาม ทางด้านหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่เบื้องหลัง แม้ว่าจะไม่เห็นเหตุการณ์ แต่จากที่ได้ยินก็พอให้พอเดาออก พอได้ยินดังนั้นก็เบิกตาโพลงตกใจทันที พลางเหลือบตามองชายหนุ่มเบื้องหน้า
มัลลิกาที่เห็นว่าชายหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะรับกล่องแหวนสักที ก็จิ๊จ๊ะ อย่างหงุดหงิดพลางหันไปวางกล่องแหวนนั้นบนโต๊ะกระจกที่อยู่เข้าชุดกับโซฟารับแขกอย่างเสียงดัง พลางหันหน้ามาตอบกับร่างสูงอย่างสบาย ๆ
"ตั้งแต่วันนี้ ฉันกับคุณไม่ได้มีอะไรต่อกันอีก ถือว่าการหมั้นหมายระหว่างเราเป็นโมฆะละกันนะ ส่วน...."
มัลลิกาปรายตาไปมองหญิงสาวด้านหลัง จากนั้นก็หันมามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มกวนประสาทแล้วพูดต่อว่า
"คุณจะเอาไปหมั้นกับผู้หญิงคนไหนนั้น ก็แล้วแต่คุณ"
คิรากรที่ได้ยินดังนั้นก็พาลโมโห กำลังจะอ้าปากพูด แต่ก็โดนมัลลิกาสวนกลับมาก่อนว่า
"อ้อ! เรื่องป๊ะป๋ากับคุณลุงไม่ต้องเป็นห่วง ฉันเคลียร์ให้เรียบร้อยแล้ว ขอให้มีความสุขต่อจากนี้นะคะ คุณ คิ-รา-กร บ๊าย - บาย"
พูดจบมัลลิกาก็หันไปหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมราคาหลายแสนของตน แล้วเดินออกจากห้องอย่างอารมณ์ ก่อนออกจากห้องยังหันมาโบกมือบ๊าย บายอย่างยียวน ด้วยสีหน้าเริ่ด ๆ ส่งท้าย
คิรากรที่สมองยังประมวลผลกับเหตุการณ์ตรงหน้านั้น สายตายังคงจ้องมองไปที่กล่องแหวนกำมะหยี่ด้วยสายตาสงสัย และไม่พอใจอย่างยิ่ง ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ทั้งๆ ที่มันเป็นสิ่งที่เขาต้องการแท้ ๆ
'มัลลิกา!'
