บทที่ 2: อาหารตา... รสชาติโอชะกว่าอาหารเช้า - 2
มือเรียวนุ่มนิ่มเอื้อมมาจับข้อมือเขาไว้แผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้หยางเฟยชะงัก ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่าง
แพรวาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนได้กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นกายชายชาตรีที่ทำเอาพริตตี้สาวใจเต้นระรัว ‘โอ๊ย... งานดี งานพรีเมียม ซิกแพ็กแน่นเปรี้ยะ อยากจะเอาหน้าไปซุก!’ เธอคิดในใจ แต่ภายนอกยังคงรักษามาดนางพญา
“ท่านพี่เหงื่อออกเยอะขนาดนี้ หากรีบสวมเสื้อคลุมทับ จะเป็นผดผื่นเอาได้นะเจ้าคะ”
เธอยื่นมือไปหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดจากอกเสื้อของตัวเอง ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกโมก “ให้ข้าเช็ดให้ดีกว่า...”
โดยไม่รอคำอนุญาต แพรวาเขย่งปลายเท้าขึ้น ยกมือขึ้นซับเหงื่อที่หน้าผากและขมับของชายหนุ่มอย่างเบามือ นิ้วก้อยของนาง ‘บังเอิญ’ ปัดผ่านใบหูและต้นคอของเขาซ้ำๆ อย่างจงใจ
หยางเฟยตัวแข็งทื่อ เขาควรจะผลักนางออก เขาควรจะตวาดนาง แต่กลิ่นหอมเย็นๆ จากตัวนาง และสัมผัสแผ่วเบาที่แสนสบายนั้นกลับตรึงเขาไว้
“เจ้า...” เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย “ต้องการอะไรกันแน่?”
แพรวาลดมือลง แต่ไม่ยอมถอยห่าง เธอยังคงยืนอยู่ในระยะอันตราย ระยะที่หน้าอกของนางเกือบจะชิดกับแผงอกเปลือยเปล่าของเขา
“ข้าเห็นว่าท่านพี่ทำงานหนัก ฝึกทหารเหน็ดเหนื่อย...” เธอหันไปรับถ้วยน้ำแกงจากเสี่ยวปิง “ข้าจึงตั้งใจตื่นแต่เช้า ลงครัวตุ๋นน้ำแกงไก่ดำใส่โสมด้วยตัวเอง เพื่อนำมาบำรุงกำลังให้ท่าน”
นางยื่นถ้วยน้ำแกงควันฉุยมาตรงหน้าเขา ส่งสายตาอ้อนวอนเหมือนลูกแมวน้อย “ลองชิมสักคำสิเจ้าคะ... ข้าตั้งใจทำมากเลยนะ มือพองไปหมดแล้วเนี่ย”
เธอแสร้งยกนิ้วมือข้างหนึ่งให้ดู มีรอยแดงจางๆ (ที่จริงๆ แล้วเกิดจากตอนหนีบผมเมื่อเช้า)
หยางเฟยมองหน้านางสลับกับถ้วยน้ำแกง “วางยาข้าอีกหรือเปล่า?” เขาถามอย่างระแวง
แพรวาหัวเราะเสียงใส ราวกับเขาเล่าเรื่องตลก “ท่านพี่... หากข้าจะวางยาท่าน ข้าไม่ใช้วิธีตื้นเขินแบบนั้นหรอกเจ้าค่ะ”
นางขยับหน้าเข้าไปใกล้อีกนิด กระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน “ยาปลุกกำหนัดน่ะ... มันไร้รสชาติ สู้ความเร้าใจจาก ‘ธรรมชาติ’ ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ”
หยางเฟยหน้าร้อนฉ่า คำพูดสองแง่สองง่ามของนางทำเอาสติเขาเริ่มกระเจิง “เจ้า!”
“ดื่มเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวจะเย็นชืดเสียก่อน” นางตักน้ำแกงขึ้นมา เป่าเบาๆ แล้วยื่นไปจ่อที่ปากเขา “อ้าปากสิเจ้าคะ... อ้าาาา”
ท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกรยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก ท่ามกลางสายตาของลูกน้องนับสิบที่แอบมองอยู่ห่างๆ จะปัดทิ้งก็เสียมารยาท จะด่าก็ด่าไม่ออก เพราะนางไม่ได้ทำอะไรผิด แถมยังดู... ใส่ใจ
สุดท้าย เขาจึงจำใจอ้าปากรับน้ำแกงคำนั้น รสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องยาจีน อุ่นกำลังดี ไหลลื่นลงคอไปอย่างง่ายดาย
“อร่อยไหมเจ้าคะ?” แพรวาถามตาแป๋ว
หยางเฟยกลืนน้ำแกงลงคอ พยักหน้าแกนๆ “ก็... พอทานได้”
“ถ้าเช่นนั้นก็ทานให้หมดนะเจ้าคะ ข้าจะได้ดีใจ” นางป้อนเขาคำแล้วคำเล่า หยางเฟยก็กินไปเรื่อยๆ อย่างงงๆ รู้ตัวอีกที น้ำแกงก็หมดถ้วย
แพรวายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่สดใสจนตาหยี ทำให้ใบหน้าที่เคยดูร้ายกาจดูสว่างไสวขึ้นมาทันตา “เก่งมากเจ้าค่ะเด็กดี” เธอลืมตัว เผลอพูดเหมือนตอนเชียร์แขก
หยางเฟยชะงัก “เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?”
“เอ่อ... ข้าหมายถึง... ท่านพี่ทานเก่งมาก น้องดีใจเจ้าค่ะ” แพรวารีบแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมมาซับมุมปากให้เขา
“เอาล่ะ ภารกิจของข้าเสร็จสิ้นแล้ว ข้าไม่กวนเวลาฝึกของท่านพี่แล้วเจ้าค่ะ” นางถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ย่อกายคารวะอย่างงดงาม
“อ้อ... คืนนี้เดือนมืด อากาศน่าจะหนาว...” แพรวาทิ้งสายตาเจ้าเล่ห์ไว้ที่เขาเป็นครั้งสุดท้าย “...หากท่านพี่รู้สึก ‘ร้อนรุ่ม’ เพราะฤทธิ์โสมในน้ำแกง... เรือนปีกตะวันตก ประตูไม่ได้ลงกลอนนะเจ้าคะ”
พูดจบนางก็หันหลังเดินนวยนาดจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของสาวใช้ ทิ้งให้แม่ทัพหนุ่มยืนคว้างอยู่กลางลานฝึก
ความรู้สึกอุ่นวาบในท้องเริ่มแผ่ซ่าน... ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์โสม หรือเพราะแม่เสือสาวในคราบลูกแมวที่เพิ่งเดินจากไปกันแน่
หยางเฟยมองตามแผ่นหลังบางนั้นไปจนสุดสายตา หัวใจที่เคยด้านชากับสตรีผู้นี้... กำลังเต้นแรงจนเขาต้องยกมือกุมอกซ้าย
‘ไป๋ลี่หลิน... เจ้าคิดจะปั่นหัวข้าเล่นหรืออย่างไร!’
...
ทางด้านแพรวา เมื่อเดินพ้นระยะสายตาของหยางเฟยมาแล้ว เธอก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือทาบอก “โอ๊ยยยย... แม่เจ้าโว้ย! แซ่บเว่อร์!” เธอระบายความอัดอั้นกับเสี่ยวปิง
“ฮูหยิน! ท่านทำได้ยังไงเจ้าคะ! ท่านแม่ทัพยอมกิน! แถมยัง... ยังยอมให้ท่านเช็ดเหงื่อด้วย!” เสี่ยวปิงตื่นเต้นจนหน้าแดง
แพรวายักไหล่ “ก็บอกแล้ว... น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินยังกร่อน แล้วนับประสาอะไรกับใจคน” เธอยิ้มกริ่ม นึกถึงสายตาตะลึงงันของหยางเฟยเมื่อครู่
“แต่เดี๋ยวนะเสี่ยวปิง... เมื่อกี้ตอนข้าซับเหงื่อ ข้าแอบเห็นรอยแผลเป็นที่ไหล่เขา... เหมือนแผลเก่าที่ยังไม่หายดี”
“อ๋อ... น่าจะเป็นแผลจากศึกชายแดนเมื่อเดือนก่อนเจ้าค่ะ เห็นว่าท่านหมอหลวงมารักษาแล้ว แต่ท่านแม่ทัพไม่ค่อยยอมพัก แผลเลยหายช้า”
แพรวาหยุดเดิน ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ “แผลยังไม่หาย... ไม่ยอมพักผ่อน...” สมองอันชาญฉลาดของเธอประมวลผลแผนการใหม่ออกมาทันที
“เสี่ยวปิง... กลับไปเตรียมสมุนไพรพอกแผล กับผ้าพันแผลสะอาดๆ”
“ฮูหยินจะทำอะไรเจ้าคะ?”
“คืนนี้...” แพรวาเลียริมฝีปากเบาๆ “...หมอเถื่อนอย่างข้า จะไป ‘ตรวจภายใน’ เอ้ย! ตรวจร่างกายท่านแม่ทัพถึงห้องนอน!”
งานป้อนข้าวผ่านไปแล้ว... ต่อไปคืองาน ‘ถึงเนื้อถึงตัว’ แบบจัดเต็ม!
