บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 พลิกแผ่นดินหา - 3

"เป็นเพราะการจากไปอย่างกะทันหันของปรมาจารย์หลินซีแท้ๆ สองยอดคนแห่งยุคคู่ควรกันดั่งกิ่งทองใบหยก ทว่ากลับต้องมาพลัดพรากเพราะสหายทรยศ หากเป็นข้า ถูกพรากคนรักไปต่อหน้าต่อตา ก็คงจะบ้าคลั่งไม่ต่างกัน"

"แต่การทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้ชาวยุทธภพหวาดผวา" นักดาบคนเดิมขัดขึ้น

"ได้ยินว่าตอนนี้เหล่าผู้อาวุโสแห่งร้อยสำนักเต๋าเริ่มนั่งไม่ติด พวกเขากลัวว่าหากมู่เฉินยังคงเข่นฆ่าต่อไป จิตใจของเขาจะถูกธาตุมารเข้าแทรกซ้อน และกลายเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่เสียเอง! พวกเขาถึงกับส่งยอดฝีมือไปห้ามปราม แต่กลับถูกมู่เฉินซัดกระเด็นกลับมาบาดเจ็บสาหัส!"

"จุ๊ๆ ยามนี้ ใครหน้าไหนก็หยุดปรมาจารย์มู่ไม่ได้หรอก นอกจากวิญญาณของหลินซีจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาเท่านั้นแหละ!"

ข่าวลือเรื่องความบ้าคลั่งและโหดเหี้ยมของมู่เฉินแพร่กระจายไปราวกับไฟลามทุ่ง ชื่อของเขาบัดนี้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้ทารกหยุดร้องไห้ในยามวิกาล ไม่มีใครรู้ว่าเป้าหมายต่อไปของยอดบุรุษผู้บอบช้ำผู้นี้คือที่ใด

ณ ป่าไผ่ชานเมืองหลวง ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทยืนนิ่งเงียบอยู่ท่ามกลางดงไผ่ที่พริ้วไหว สายลมพัดเส้นผมสีเงินของเขาให้ปลิวไสว มู่เฉินเพิ่งสังหารผู้พิทักษ์กฎของลัทธิมารไปอีกสองคน เลือดสีแดงสดหยดลงจากปลายกระบี่ ทว่าในดวงตาของเขากลับไม่มีความยินดี มีเพียงความว่างเปล่า

"นายท่าน..." เงาดำสายหนึ่งพุ่งลงมาจากต้นไผ่ คุกเข่าทำความเคารพ เขาคือสายลับเงาที่มู่เฉินส่งไปสืบข่าวทั่วแผ่นดิน

"ได้เบาะแสของอวี้หยวนหรือไม่?" เสียงเย็นเยียบถามขึ้น

"เรียนนายท่าน อวี้หยวนซ่อนตัวได้แนบเนียนยิ่งนัก ราวกับมีผู้ทรงอำนาจคอยคุ้มกะลาหัวนางอยู่ ทว่า... สายลับของเราพบเบาะแสสำคัญบางอย่าง นางอาจจะกบดานอยู่ในเมืองหลวง อาศัยบารมีของขุนนางใหญ่ในราชสำนักเพื่อหลบหนีการตามล่าของท่านขอรับ!"

เมืองหลวง... ศูนย์กลางอำนาจของแคว้น สถานที่ที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและวังวนของมนุษย์

ดวงตาของมู่เฉินหรี่ลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตพวยพุ่งรอบกาย "ไปเมืองหลวง หากนางซ่อนตัวอยู่ในจวนขุนนาง ข้าก็จะถล่มจวนนั้น หากนางหลบอยู่หลังบัลลังก์มังกร ข้าก็จะบุกวังหลวงลากคอฮ่องเต้ลงมา!"

"นายท่าน ยังมีอีกเรื่องหนึ่งขอรับ" สายลับเงาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยรายงาน "ระยะนี้ ในตลาดมืดของเมืองหลวง มีข่าวลือแปลกประหลาดแพร่สะพัด..."

"เรื่องไร้สาระ ข้าไม่อยากฟัง"

"ตะ... แต่ว่า ข่าวลือนี้กล่าวถึงนักพรตไร้นามผู้หนึ่ง ที่สามารถใช้อากาศธาตุแทนกระดาษ ใช้ฟ้าดินเป็นน้ำหมึก วาดค่ายกลเต๋าสยบมารโลหิตได้ในชั่วพริบตาเดียว! วิธีการร่ายรำพู่กันและค่ายกลที่คนผู้นั้นใช้ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์บอกเล่าว่า มันช่างคล้ายคลึงกับวิชาสวรรค์ไร้รูปลักษณ์ของ... ของท่านปรมาจารย์หลินซียิ่งนักขอรับ!"

กึก!

มู่เฉินชะงักงัน กระบี่ในมือร่วงหล่นลงพื้นอย่างไม่รู้ตัว หัวใจที่เย็นเฉียบและตายด้านไปแล้ว กระตุกวาบขึ้นมาอย่างรุนแรงราวกับถูกกระแสอัสนีบาตฟาดฟันเข้าอย่างจัง!

"เจ้าพูดว่ากระไรนะ..." ชายหนุ่มพุ่งตัวเข้าไปคว้าคอเสื้อของสายลับเงายกขึ้นลอยเหนือพื้น ดวงตาเบิกกว้าง ลมหายใจถี่รัว "วิชาสวรรค์ไร้รูปลักษณ์?! มีคนใช้วิชานี้ในเมืองหลวงงั้นหรือ!"

วิชานี้เป็นเคล็ดวิชาเฉพาะตัวที่หลินซีคิดค้นขึ้นเอง ทั้งใต้หล้ามีเพียงนางคนเดียวที่สามารถใช้มันได้!

"ขะ... ข่าวลือว่าเช่นนั้นขอรับ! แม้คนผู้นั้นจะปกปิดหน้าตาและใช้เสียงดัดแปลง แต่วิชาที่ใช้เป็นของจริงแน่นอนขอรับ!"

มือของมู่เฉินสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เขารีบปล่อยสายลับเงาลง ดวงตาสีแดงก่ำทอประกายแห่งความหวังอันเจิดจ้าขึ้นมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน!

‘ซีเอ๋อร์... เป็นเจ้าใช่หรือไม่? หรือว่าเจ้ายังไม่ตาย? หรือว่ามีผู้สืบทอดวิชาของเจ้า? ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด ข้าจะต้องรู้ให้ได้!’

"เตรียมม้าเร็วที่สุด! ข้าจะเข้าเมืองหลวงเดี๋ยวนี้!"

มู่เฉินสะบัดผ้าคลุมสีดำ หมุนตัวก้าวย่างด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์มนา หัวใจที่แหลกสลายเริ่มกลับมาเต้นรัวอีกครั้ง หากมีโอกาสเพียงเศษเสี้ยวเดียวที่จะได้พบสตรีที่เขารัก ต่อให้ต้องพลิกเมืองหลวงจนพินาศ เขาก็จะทำ!

"รอข้าก่อนเถิด... ซีเอ๋อร์ หากเป็นเจ้าจริงๆ ครานี้ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าคลาดสายตาไปอีกแล้ว!"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel