บท
ตั้งค่า

5

ฉินหว่านปรายตามองบาดแผลนั้นเพียงครู่ ก่อนหันไปสั่งสาวใช้คนสนิท

"ถางเว่ย นำยาสมานแผลที่ดีที่สุดกับชาร้อนมาให้ท่านอ๋อง"

"เพคะ คุณหนู" ถางเว่ยเก็บมีดสั้นกลับเข้าฝัก รีบก้มหน้ารับคำแล้วออกไปจัดการทันที

เซียวอี้เจิ้งหรี่ตามองฉินหว่านอย่างพินิจ

"เจ้าจำข้าได้ตั้งแต่แรกเห็นหรือ"

"ผู้ใดในเมืองหลวงจะไม่รู้จักชินอ๋องแห่งกองทัพพิทักษ์ชายแดนเล่าเพคะ"

ฉินหว่านแย้มยิ้ม พลางผลักสมุดบัญชีลับเล่มหนาไปวางตรงหน้าเขา

"พระองค์ได้รับพระราชทานตำแหน่งชินอ๋องตั้งแต่อายุยังน้อย คุมกำลังทหารนับแสน และเป็นแม่ทัพผู้ทำให้ศัตรูชายแดนหวาดผวา ทว่าเวลานี้กลับต้องลอบเข้ามาในเมืองหลวงทั้งที่ร่างกายเปื้อนเลือด หากข้าคาดไม่ผิด สายสืบที่พระองค์ส่งไปตรวจสอบเรื่องงบเสบียง คงถูกพวกขุนนางกรมคลังไล่ล่าสังหารปิดปากไปไม่น้อยแล้วกระมังเพคะ"

แววตาของเซียวอี้เจิ้งวาบผ่านด้วยรังสีสังหาร

"ขุนนางชั่วเหล่านั้นยักยอกงบเสบียงชายแดนไปกว่าครึ่ง ทั้งยังตกแต่งบัญชีคลังหลวงจนแนบเนียน พอข้าส่งคนเข้าไปตรวจสอบ พวกมันก็รีบโยกย้ายทรัพย์สินและทำลายหลักฐาน"

"พวกมันมิได้นำเงินไปซ่อนเฉย ๆ หรอกเพคะ" ฉินหว่านใช้นิ้วเรียวเคาะลงบนตัวเลขในสมุดบัญชีเบา ๆ

เคาะ... เคาะ...

"พวกมันใช้วิธีหมุนเงินบังหน้า นำงบเสบียงสงครามไปปล่อยกู้ดอกเบี้ยสูงให้แก่บ่อนพนันลับ และกว้านซื้อที่ดินนอกเมืองผ่านชื่อของผู้อื่น เมื่อถึงเวลาตรวจบัญชี จึงค่อยหมุนเงินบางส่วนกลับเข้าคลังเพื่ออุดช่องว่าง เงินหลวงถึงได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้"

ดวงตาสีเหล็กของเซียวอี้เจิ้งฉายแววประหลาดใจ

"เจ้าสืบเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร"

"สำนักบัญชีเหวินจินของข้ามิได้มีไว้เพียงนับตั๋วเงินนะเพคะ" ฉินหว่านยิ้มบาง ๆ คล้ายจงใจกวนโทสะบุรุษตรงหน้าอยู่เล็กน้อย

"ข้ามีคนคอยรวบรวมข้อมูลการซื้อขายและเส้นทางการเงิน ขุนนางคนใดซื้อสิ่งใด ซื้อที่ใด ซื้อเมื่อใด และใช้ชื่อผู้ใดถือครองแทน เพียงนำตัวเลขเหล่านั้นมาต่อกัน ความลับที่พวกเขาคิดว่าซ่อนไว้มิดชิด ก็จะปรากฏออกมาเอง"

เซียวอี้เจิ้งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ จ้องมองหญิงสาวในอาภรณ์เรียบง่ายตรงหน้า ใบหน้าของนางงดงามอ่อนหวาน ทว่าดวงตากลับสุกสว่างและเฉียบคมราวกับมองทะลุเล่ห์เหลี่ยมของผู้คนได้ทุกชั้น

"แล้วข้อตกลงที่เจ้าว่าคือสิ่งใด"

ฉินหว่านประสานมือวางลงบนโต๊ะ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ข้อแรก พระองค์ต้องการเงินสามแสนตำลึงทองสำหรับจัดซื้อเสบียง อาวุธ และชุดเกราะให้กองทัพ แต่คลังหลวงกลับร่อยหรอเพราะเหล่าขุนนางโกงกิน ข้าจะช่วยพระองค์ดึงเงินจากบัญชีดำและทรัพย์สินที่พวกมันยักยอกไป กลับคืนมาใช้กับกองทัพอย่างถูกต้อง"

"ดึงเงินจากบัญชีดำ" เซียวอี้เจิ้งแค่นยิ้มเย็น

"เจ้ากำลังเสนอให้ชินอ๋องอย่างข้ายักยอกเงินของผู้ที่ยักยอกเงินหลวงอีกทอดหนึ่งหรือ"

"มิใช่การยักยอกเพคะ แต่เป็นการนำทรัพย์สินของแผ่นดินกลับคืนสู่ที่ที่มันควรอยู่" ฉินหว่านยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

"เงินเหล่านั้นเดิมทีก็ควรถูกใช้เลี้ยงดูทหารชายแดนอยู่แล้ว เพียงแต่มีหนูโสโครกกลุ่มหนึ่งคาบไปซ่อนไว้ ข้าก็แค่ช่วยพระองค์ลากหนูออกจากรัง แล้วนำข้าวสารกลับเข้ายุ้งฉางเท่านั้น"

มุมปากของเซียวอี้เจิ้งขยับเล็กน้อย คล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม

"แล้วข้อที่สองเล่า"

"ข้าต้องการให้ท่านอ๋องเป็นผู้หนุนหลังสำนักบัญชีเหวินจิน และช่วยข้ากวาดล้างขยะบางชิ้นในเมืองหลวง โดยเฉพาะตระกูลสวี่กับตระกูลฉิน"

"ตระกูลสวี่" เซียวอี้เจิ้งขมวดคิ้ว

"สวี่เจ๋อ บัณฑิตหน้าขาวที่กำลังวิ่งเต้นซื้อตำแหน่งขุนนางขั้นสี่ผู้นั้นน่ะหรือ เขาเป็นสามีของเจ้ามิใช่หรือ"

"อดีตสามีเพคะ" ฉินหว่านแก้ทันควัน แม้ในความเป็นจริงหนังสือหย่ายังมิได้ลงนามอย่างเป็นทางการ

"อีกไม่นานเขาจะมิใช่สามีของข้า และต่อจากนั้น เขาจะไม่เหลือทั้งเงิน อำนาจ หรือชื่อเสียงให้เชิดหน้าชูตาในเมืองหลวงอีก"

เซียวอี้เจิ้งมองสตรีตรงหน้าด้วยความสนใจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับสตรีคนใดมาก่อน

นางมิได้เพียงฉลาดและคำนวณตัวเลขได้แม่นยำ แต่ยังเด็ดขาด รู้คุณคน และไร้ความปรานีต่อศัตรู นิสัยเช่นนี้กลับคล้ายคลึงกับเขาอย่างน่าประหลาด

"หากข้ายอมเป็นผู้หนุนหลังให้เจ้า ข้าจะได้สิ่งใดตอบแทน นอกจากตัวเลขในสมุดบัญชีเล่มนี้"

จังหวะนั้นถางเว่ยนำยาและชาร้อนเข้ามาวาง ก่อนถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่

เซียวอี้เจิ้งยกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ สายตายังคงจับอยู่บนใบหน้าของหญิงสาว

ฉินหว่านเหยียดยิ้มทรงเสน่ห์ ขยับกายเข้าใกล้โต๊ะเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น

"ข้าจะเป็นเหรัญญิกส่วนพระองค์ให้ท่านอ๋องเพคะ ไม่ว่าพระองค์จะต้องการเงินไปทำสงคราม ซื้ออาวุธ สะสมเสบียง หรือวางหมากในราชสำนัก ข้าจะหาทางนำเงินเหล่านั้นมาวางไว้ตรงหน้าพระองค์ให้ได้ โดยไม่แตะต้องทรัพย์สินของราษฎรผู้บริสุทธิ์แม้แต่ตำลึงเดียว"

เซียวอี้เจิ้งมองใบหน้างดงามที่แฝงไว้ด้วยความเฉลียวฉลาดและเจ้าเล่ห์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะหึในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นทำให้คนในห้องชะงักไปตามกัน เพราะนับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ชินอ๋องผู้เย็นชาหัวเราะออกมา

"ดี" ฝ่ามือใหญ่ตบลงบนโต๊ะเบา ๆ

"ข้ารับข้อเสนอของเจ้า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำนักบัญชีเหวินจินจะอยู่ใต้การคุ้มครองของตำหนักชินอ๋อง หากผู้ใดกล้าแตะต้องเจ้า หรือคนของเจ้าโดยไร้เหตุผล ก็เท่ากับเป็นศัตรูกับข้าและกองทัพพิทักษ์ชายแดน"

"ขอบพระทัยเพคะ ท่านอ๋อง" ฉินหว่านลุกขึ้นโค้งกายคารวะอย่างงดงาม

ทว่ายังไม่ทันที่เซียวอี้เจิ้งจะเอ่ยสิ่งใดต่อ เสียงร้อนรนของหลงจู้ใหญ่ก็ดังขึ้นจากด้านนอก

"คุณหนูเจ้าคะ เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ!"

ฉินหว่านหันไปทางประตู

"เข้ามาพูด"

หลงจู้ใหญ่รีบผลักประตูเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

"สวี่เจ๋อพาคนจากตระกูลสวี่ รวมถึงบ่าวไพร่จากตระกูลฉิน มาราวีอยู่ที่ร้านด้านหน้าเจ้าค่ะ เขาอ้างว่าสินทรัพย์ของคุณหนูเป็นทรัพย์สินของภรรยา ซึ่งสามีมีสิทธิ์จัดการ และจะมายึดสินเดิมของคุณหนูไปขายเพื่อชำระหนี้บ่อนพนัน" ฉินหว่านฟังรายงานจบกลับมิได้ตกใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ริมฝีปากของนางกลับค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มตลกร้าย

‘สวี่เจ๋อเอ๋ย สวี่เจ๋อ ข้ายังมิทันเริ่มลงมือ เจ้าก็รีบวิ่งเข้ามาหาที่ตายถึงประตูแล้ว’

นางหันไปมองชินอ๋องผู้ยังคงนั่งอยู่ข้างโต๊ะ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายเจ้าเล่ห์

"ท่านอ๋องเพคะ สนพระทัยไปชมลูกหนี้รายใหญ่ของสำนักบัญชีข้า ดิ้นรนเป็นครั้งสุดท้ายด้วยกันหรือไม่เพคะ"

บริเวณหน้าร้านสุราเหวินจินยามนี้ตกอยู่ในความวุ่นวาย บรรดาชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้า และลูกค้าที่ผ่านไปมาต่างพากันหยุดฝีเท้า มุงดูเหตุการณ์ด้วยความสนอกสนใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel