บทนำ1
เหตุบังเอิญนำพาให้กลับมาพบกันอีกครา
ในห้วงยามค่ำ พระราชวังที่เย็นชาเงียบงันกลับถูกรบกวนด้วยเสียงกุกกักของใครบางคน
หลี่อวี้เฟินหน้าขึ้นสีจัด ร่างน้อยโอนเอนราวกับจะทรุดลงทุกขณะ นางเมาฤทธิ์ยากำหนัดจนสติพร่าเบลอ พยายามลากกายบอบบางหลบหนีจากเงามืดที่ไล่ตามมาอย่างไร้ทางเลือก บังเอิญผลักประตูตำหนักแห่งหนึ่งแล้วถลาเข้าไปเพื่อหาทางรอดจาเจ้าของยากำหนัดที่วิ่งตามมาไกล ๆ
เสียงประตูตำหนักปิดลงพร้อมกันนั้นเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังเข้ามาแทนที่ เจ้าของตำหนักเหลือบสายตามองด้วยดวงเนตรเข้มขรึมกับสิ่งปแปลกปลอมที่เข้ามาทันใด
ฉีเหวินหยวน
ชายหนุ่มผู้เป็นจิ้นอ๋องแห่งราชวงศ์ฉี ผู้มีนามกระฉ่อนเรื่องอำนาจบ้าอำนาจและความโหดเหี้ยมและความทรราชจากการสังหารบิดาเพื่อให้น้องชายขึ้นครองราชย์แทน
“ผู้ใดบังอาจบุกรุกตำหนักข้า ช่างบังอาจนัก!”
เสียงทุ้มต่ำเปี่ยมด้วยแรงกดดันเอ่ยขึ้น ขณะเขาก้าวเข้ามาเรื่อย ๆ แต่เพียงได้เห็นใบหน้าแดงก่ำดั่งลูกท้อ ริมฝีปากนุ่มที่เผยอหอบหายใจ และเรือนกายบอบบางที่สั่นเทิ้มของหญิงสาวผู้คลานมาหยุดแทบเท้า แววตาแข็งกระด้างของเขาก็พลันแปรเปลี่ยนอย่างประหลาดใจปนคะนึงหาอย่างสุดซึ้ง
...อวี้เฟิน
แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายสิบปี เขาก็ยังจดจำเคร้าโครงใบหน้าของนางได้ไม่มีลืม ทว่าก็ไม่อาจละความแค้นที่นางหายไปโดยไม่บอกกล่าวเช่นเดียวกัน
“ฮึ”
ฉีเหวินหยวนแสยะยิ้มเย็น ดวงตาสีดำเข้มวาววับด้วยเพลิงโทสะที่ซุกซ่อนมานานแสนนาน
“เจ้ากลับมาในสภาพเช่นนี้งั้นหรือ...อวี้เฟิน”
มือใหญ่ยกคางเรียวขึ้นอย่างไม่ปรานี บังคับให้นางสบตากับตน ใบหน้าและผิวคอของนางร้อนราวไฟลวก สายตาพร่าเบลอมองมาทางเขาอย่างล่องลอยนี้ทำให้เขารู้ว่านางกำลังเผชิญหนักกับพิษชนิดใดอยู่
“เห็นทีจำเป็นต้อง ‘ลงโทษ’ เจ้าสักหน่อย โทษฐานที่เคยทอดทิ้งข้าไปแล้วกลับมาในสภาพเช่นนี้”
หลี่อวี้เฟินไร้เรี่ยวแรงขัดขืน สติที่เลือนรางมีเพียงแรงปรารถนาล้นทะลัก นางตัวสั่นระริกพลางพึมพำอย่างอ้อนวอน
“ขอ...ท่าน...ช่วยข้าด้วย...”
ฉีเหวินหยวนหัวเราะในลำคอ ท่าทีของเขาดุดันทว่าสายตาที่มองเหยื่อตรงหน้าก็ร้อนแรงเกินต้านทาน
เขากระชากร่างน้อยขึ้นอุ้มแนบแน่นกับอกกำยำไม่ให้หนีไปไหนอีก ก่อนก้าวพาไปยังเตียงทองคำที่ตั้งอยู่ในสุดของห้องบรรทม
“เจ้าจะได้รับการช่วยเหลือ...” เสียงของเขาเย็นชา ทว่ากระหายและเสน่หาจนคนฟังแทบอดกลั้นไม่ไหว “แต่จะเป็นในแบบของข้าเท่านั้น”
เขาวางนางลงบนที่นอนอย่างแรงพอให้เตียงทองคำไหวสะเทือน
ฉีเหวินหยวนยืนมองร่างเล็กที่ทรุดอยู่เบื้องหน้า นางโอนเอน หอบหายใจหนักด้วยฤทธิ์ยากำหนัด ใบหน้าแดงซ่านดั่งลูกท้อสุก ริมฝีปากนุ่มนิ่มเผยอขึ้นราวกับเชื้อเชิญ ดวงตาคมกริบของเขาฉายแววร้อนผ่าว พลังโกรธแค้นเก่าเก็บไหลรวมกับความกระหายดิบในกายยามเห็นนางในดวงใจยั่วยวนเช่นนี้
เขาเอื้อมมือไปแตะต้องแก้มเนียนละเอียด ลูบไล้แผ่วเบาเหมือนกำลังสัมผัสกลีบดอกไม้งามที่อ่อนแอร่วงโรยง่าย
“เฟินเอ๋อร์...”
เสียงทุ้มต่ำกระซิบอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมหรี่ลงพราวระยับด้วยแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นมา
ภาพในอดีตวาบผ่านเข้ามาในหัว เด็กหญิงน้อยผู้มีดวงตาสุกใสวิ่งเล่นไปกับเขาในทุ่งหญ้า หัวเราะสดใสราวกับนกน้อย นางเคยเอื้อมมือแตะเขา แล้วพูดเสียงใสว่า
“โตขึ้น...ข้าจะแต่งกับเจ้านะ เหวินหยวน”
คำสัญญาง่าย ๆ ที่ตราตรึงใจเขามาโดยตลอด
ทว่าท้ายที่สุด นางก็หายตัวไปจากชีวิตเขา เหลือเพียงความว่างเปล่าเยียบเย็นแทน
ความแค้นพลุ่งพล่านขึ้นพร้อมกับแรงปรารถนา เขาก้มลงจุมพิตนางอย่างดุดัน รุนแรงราวกับจะลงโทษริมฝีปากอ่อนนุ่มนั้นที่เคยสัญญาเท็จ อวี้เฟินสะดุ้งเล็กน้อยแต่กลับมิได้ต่อต้าน นางยอมเปิดปากรับปลายลิ้นของเขาอย่างง่ายดายเพราะมันช่วยบรรเทาอารมณ์หวามไหวในกายได้บ้าง
ลมหายใจร้อนระอุประสานกัน เสียงครางหวานหูหลุดออกจากลำคอของนาง เมื่อปลายลิ้นหนาแทรกสอดเข้าไปกวาดชิมรสหวานในโพรงปากราวกับเพลิงลามทุ่งหญ้า รัดรึง พัวพัน ไม่ให้ลิ้นเล็กมีหนทางหลบหนี
กายบางสั่นเทาเพราะพิษกำหนัดและความทรมานภายใน สัมผัสเย็นเยียบบนต้นขาบอกชัดว่าของเหลวใสเริ่มหลั่งไหลออกมาแล้ว เพียงเพราะนางได้รับจุมพิตเท่านั้น...
มือเรียวที่สั่นระริกเอื้อมลงไปเบื้องล่างเพื่อจะปลดเปื้องตนเองด้วยความโหยหา ทว่าเหวินหยวนจับข้อมือนางไว้แน่นเสียก่อน
