บทที่ 1 กำเนิดเซี่ยอู๋ซวงคนใหม่ 1/1
ภายในห้องปฏิบัติการกำลังมีเสียงไซเรนดังลั่นไปทั่วห้องทดลอง แสงสีแดงกะพริบถี่ยิบราวกับประกาศจุดจบของทุกสิ่งที่อยู่ในห้องแห่งนี้ หลินเฉียวเฉียวกดบาดแผลที่หน้าท้องจากการถูกมีดสั้นแทงทะลุปอด
เลือดอุ่น ๆ ไหลทะลักผ่านง่ามนิ้วไม่หยุดเบื้องหน้าของเธอตอนนี้คือชายหญิงที่คุ้นหน้าเป็นอย่างดีในฐานะนักฆ่าที่ทำงานร่วมกันมานาน ส่วนอีกคนที่เดินแหวกทางคนกลุ่มนี้เข้ามากลับเป็นหัวหน้าของเธอ
“อึก ทำต้องทำแบบนี้กับฉันหัวหน้า”
“อาเฉียวนะอาเฉียวเธอถามคำถามโง่ ๆ ออกมาได้ยังไงไม่สมกับตำแหน่งนักฆ่าอันดับหนึ่งเลยจริง ๆ” โม่สือหัวหน้าองค์กรลับพูดจาเยาะเย้ยลูกน้องที่เขาฝึกฝนมากับมือ
“ฉันช่วยคุณทดลองโครงการพลังจากเศษซากวัตถุจากยุคโบราณนับพันปีจนสำเร็จ แต่ผลที่ได้คือความตายทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย อึก”
“เฮ้อ อาเฉียวคนเรารู้ความลับมากเกินไปก็ไม่เป็นผลดีหรอกนะ แต่ก็ต้องขอบใจเธอกับพวกนักวิจัยกลุ่มนี้ที่ทำให้โครงการของฉันสำเร็จจนได้ ฮ่า ๆ ๆ”
“สารเลว! ต่อให้ฉันต้องตายคนอย่างแกอย่าได้คิดจะสมหวังเลย” สายตาของหลิงเฉียวเฉียวจ้องมองโม่สืออย่างอาฆาต
“อย่ามัวพูดมากจะดีกว่ารีบใส่รหัสเปิดเซฟให้ฉันเดี๋ยวนี้อาเฉียว แล้วฉันจะให้เธอจากโลกนี้ไปอย่างสบาย”
หลิงเฉียวเฉียวทำเพียงส่งยิ้มเย็นให้กับโม่สือและแกล้งกดรหัส แต่อันที่จริงเธอจะเปิดช่องที่ฝังสวิตซ์กดระเบิดซึ่งเธอแอบติดตั้งเอาไว้
“ฮ่า ๆ ๆ หัวหน้าพวกเราตายไปด้วยกันเถอะเพราะฉันไม่มีทางให้ของสิ่งนี้ตกไปอยู่ในมือของคนอย่างแก”
[คำเตือน! คำเตือน! ประตูทางออกถูกปิดตายแล้ว]
โม่สือและนักฆ่าคนที่เหลือสีหน้าเปลี่ยนในทันทีเพราะตอนนี้ทุกคนไม่สามารถออกจากห้องทดลองได้อีกแล้ว
“หลิงเฉียวเฉียวแกบ้าไปแล้ว!”
“ช่วยกันหาทางออกเร็วเข้าฉันยังไม่อยากตายนะ!”
“ฮ่า ๆ ๆ พวกแกไม่มีใครรอดจากที่นี่ไปได้”
หลิงเฉียวเฉียวหัวเราะอย่างสะใจในขณะเดียวกันระเบิดลูกแรกก็เริ่มทำงาน เธอหลับตาลงช้า ๆ อย่างคนที่ยอมรับโชคชะตาของตัวเอง และคิดว่านี่คงเป็นผลจากความไว้ใจเพียงเพราะเป็นเพื่อนร่วมองค์กร
เพียงแต่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อลมหายใจเฮือกสุดท้ายขาดสะบั้นลง ในวินาทีสุดท้ายแหวนมิติที่ทดลองสำเร็จกำลังพาดวงวิญญาณของเธอไปยังโลกคู่ขนาน ที่เหมือนยุคอดีตของบรรพบุรุษอย่างกับแกะ
เพียงแต่ที่แห่งนั้นเธอต้องใช้ความสามารถของการเป็นนักฆ่าและอาชีพหมอ เพื่อแก้แค้นให้ใครบางคนรวมถึงการอยู่รอดในครอบครัว ที่พี่น้องจ้องแต่อิจฉาริษยาคอยแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นต่อกัน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดสิ่งแรกที่หลิงเฉียวเฉียวสัมผัสได้คือ ความเจ็บปวดแสบสันทั่วแผ่นหลังกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในอากาศเสียงล้อเกวียนดังเอี๊ยดอ๊าดอยู่ข้างหู
“ฮึก...คุณหนูท่านต้องอดทนไว้นะเจ้าคะ”
หลินเฉียวเฉียวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นซึ่งเหนือศีรษะเป็นหลังคาไม้เก่า ๆ ไม่ใช่เพดานโลหะของห้องทดลองไม่ใช่โรงพยาบาลและไม่ใช่โลกที่นางรู้จัก ขณะนั้นเองก็มีความทรงจำมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเธอ
และก็มีชื่อหนึ่งดังขึ้นในหัว “เซี่ยอู๋ซวง” เด็กสาวอายุสิบห้าหนาวบุตรสาวดาวอัปมงคลแห่งจวนรองเสนาบดีกรมโยธา ถูกบิดาสั่งโบยยี่สิบไม้และขับออกจากจวนเพื่อส่งตัวไปยังเรือนฝึกตนนอกเมืองราวหนึ่งร้อยลี้
‘อ่ะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เจ็บจนขยับตัวแทบไม่ไหวเลยเหรอเนี่ย’
หลิงเฉียวเฉียวค่อย ๆ ซึมซับความทรงจำในหัวทั้งหมดอย่างช้า ๆ จนเข้าใจเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นกับเธออย่างกระจ่างแจ้งแล้วว่าบัดนี้เธอมาเกิดใหม่ในร่างของหญิงสาวที่มีชื่อว่าเซี่ยอู๋ซวง
ซึ่งนางได้สิ้นใจระหว่างถูกบ่าวไพร่ส่งไปเรือนฝึกตนของตระกูลเซี่ย หลิงเฉียวเฉียวไม่คิดว่าเจ้าของร่างจะมีชีวิตรันทดไม่ต่างจากชีวิตของเธอ ดวงตาที่เคยหม่นหมองยามนี้กลับกลายเป็นดวงตาที่เย็นชาและน่ากลัว หลังสัมผัสถึงความเจ็บปวดที่เจ้าของร่างเคยได้รับ
ประกายเย็นเยียบที่ปรากฏขึ้นในดวงตาคู่นี้กำลังให้คำมั่นสัญญากับเจ้าของร่างเดิม ซึ่งบ่าวทั้งสองที่ติดตามมาไม่ทันสังเกตว่าคนที่ลืมตาอยู่หาใช่เจ้านายคนเดิมของพวกนางไม่