บทที่ 35 ความโกรธของเซี่ยจิ้งหยวน 1/2
บ่าวไพร่สามสี่คนช่วยกันหามเปลไม้ลงมาโดยบนร่างของแม่นมฟางมีผ้าคลุมถึงแค่คอของนาง หลังจากเห็นกับตาทุกคนก็รู้แล้วว่าบ่าวไพร่ไม่ได้พูดโกหกแต่ละคนจึงตกใจกับภาพที่เห็น
“แม่นมฟางใคร ๆ มันบังอาจลงมือทำร้ายเจ้าถึงเพียงนี้” ฮูหยินเอกเข้าไปมองร่างของแม่นมฟางใกล้ ๆ
แต่สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็ถูกเปิดออกด้วยมือของฮูหยินเอกเช่นกัน เมื่อมือข้างหนึ่งของนางแตะลงไปบริเวณท้องที่ถูกมีดกรีดจนอวัยวะภายในหลุดออกมากองอยู่ด้านนอกแล้วในยามนี้
แผละ! “อะไรนิ่ม ๆ อยู่ที่ท้องของนาง?” พรึบ! “กรี้ดดด!! อึก แหวะ”
ตอนนี้แต่ละคนจดจำภาพอันสยดสยองของแม่นมฟางกันถ้วนหน้า ทันทีผ้าสีขาวถูกเปิดออกพวกเขาถึงกับอาเจียนสิ่งที่เพิ่งกินเข้าไปออกมา แม้แต่เซี่ยจิ้งหย่วนยังรีบเบือนหน้าหนีและสั่งให้จัดการศพของนางทันที
“เจ้าไปตามพ่อบ้านมาช่วยจัดการเรื่องศพของแม่นมฟางเดี๋ยวนี้ อย่าลืมส่งคนไปสืบมาให้ข้าว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของใครกันแน่”
“ขอรับนายท่าน”
ขณะนั้นเองบ่าวที่ถูกตัดลิ้นก็ล้วงเอาจดหมายของเซี่ยอู๋ซวงออกมาและยื่นให้กับเซี่ยจิ้งหยวน หน้าซองจดหมายไม่ได้เขียนไว้ว่ามอบให้ผู้ใดแต่คนรับก็เปิดมันและอ่านจดหมายฉบับนี้
หลังจากอ่านจดหมายแค่ไม่กี่บรรทัดเซี่ยจิ้งหยวนถึงกับขยำกระดาษจนยับยู่ยี่ก่อนจะปาทิ้งลงกับพื้นด้วยความโมโห
“มันจะมากเกินไปแล้วนะนังลูกอกตัญญุ กล้าดีอย่างไรใช้วาจาต่อผู้เป็นบิดาอย่างไร้มารยาทเช่นนี้ นางไปที่นั่นเหตุใดยังทำตัวไม่สมกับเป็นคุณหนูของตระกูลเซี่ยอีก!”
เซี่ยหรูเยียนที่หยุดอาเจียนเดินมาหยิบจดหมายบนพื้นขึ้นมาอ่าน เพราะนางเห็นว่าบิดามีโทสะมากกว่าครั้งไหน ๆ ก็อยากรู้อยากเห็นเช่นกัน พอเห็นเนื้อหาในจดหมายนางถึงกับโมโหเหมือนเซี่ยจิ้งหยวนอีกคน
“อะไรกันท่านพ่อนี่นังอู๋ซวงถึงกับสั่งให้ท่านพ่อเป็นคนไปรับมันที่เรือนฝึกตนด้วยตนเองหรือเจ้าคะ มันจะมากเกินไปแล้วนะไปอยู่ที่เรือนนั่นจะครบหนึ่งปีแล้วแต่กลับไม่ยอมปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นอีก”
“พี่หญิงใหญ่ก็นางไม่มีแม่คอยสั่งสอนนิสัยจะแย่ก็ไม่แปลกนี่เจ้าคะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินบุตรหลานพูดถึงเนื้อหาในจดหมายก็ยิ่งเกลียดหลานสาวคนนี้เพิ่ม “หึ ถ้ารู้ว่านางโตมาจะเป็นคนไม่มีจิตสำนึกเช่นนี้ละก็ตอนเด็กปล่อยให้อดตายไปเสียก็ดี”
“ท่านพ่อหรือพวกเราควรส่งคนไปให้มากกว่านี้เพื่อพานางกลับมา หากปล่อยไว้นานเกรงว่าองค์ชายสามจะไม่พอใจพวกเราเอาได้นะขอรับ” เซี่ยเทียนเหิงพอจะรู้ถึงนิสัยขององค์ชายสามดีว่าเป็นคนน่ากลัวเพียงใด
“จะทำอย่างไรได้ก็ต้องส่งคนไปจับตัวนางกลับมาให้เร็วที่สุดน่ะสิ” พูดจบเซี่ยจิ้งหยวนก็เรียกหาคนสนิทของตน “ฟู่เจิงครั้งนี้เจ้าเป็นคนลงมือพาบ่าวไพร่ที่ต่อสู้เป็นไปสักสามสิบคน ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเอาตัวนังเด็กนั่นกลับมาให้จงได้”
“บ่าวจะพาคนออกจากเมืองหลวงทันทีที่ประตูเมืองเปิดขอรับ”
เซี่ยจิ้งหย่วนไม่คิดจะอยู่หน้าจวนให้อับอายอีกเขาพาฮูหยินเอกกลับไปพักที่เรือนใหญ่ ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกลับเรือนของตนพร้อมกับภาพจำการตายของแม่นมฟางซึ่งมื้อเย็นไม่มีใครกินลงแม้แต่คนเดียว
ส่วนเจียงหมิ่นกับชิงเสวี่ยที่เห็นและได้ยินการพูดทั้งหมดเต็มสองหู พวกเขาก็รู้ทันทีว่าการตายของแม่นมฟางย่อมเป็นฝีมือของเซี่ยอู๋ซวงอยู่แล้ว
“พี่เจียงหมิ่นคุณหนูลงมือได้โหดเหี้ยมและเด็ดขาดมากเลยนะ”
“หึ ตายอนาจเช่นนี้ข้าคิดว่ายายแก่นั่นต้องเคยทำเรื่องเลวร้ายอะไรกับคุณหนูไว้แน่ ไม่เช่นนั้นนางอาจจะไม่ตายอย่างทรมานมากนักก็ได้”
“อืม แต่ท่านก็ได้ยินที่คุณชายคนนั้นพูดถึงองค์ชายสามใช่หรือไม่ อย่าบอกนะว่าคนตระกูลเซี่ยสนับสนุนองค์ชายสาม...”
“เรื่องนี้คงเกี่ยวกับฉีอ๋องแน่ ๆ เอาเป็นว่าวันนี้พวกเรากลับกันก่อน รอพรุ่งนี้เช้าค่อยสืบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงอีกที”
“เอาเช่นนั้นก็ได้”
เมื่อได้ยินเรื่องที่เกี่ยวกับเจ้านายของตนโดยบังเอิญและยังมีการพูดเกี่ยวกับองค์ชายสามเข้ามาอีก เจียงหมิ่นที่เป็นทหารมาก่อนย่อมเดาออกว่าเรื่องบางอย่างคงมีคนกำลังวางแผนแย่งชิงกันอยู่เป็นแน่
เพียงแต่ข่าวและเหตุการณ์ที่พวกเขาสืบมาได้นั้นไม่ทันได้ส่งออกไป เนื่องจากเจ้านายอย่างเซี่ยอู๋ซวงเปลี่ยนใจเดินทางเข้าเมืองหลวงก่อนกำหนด ดังนั้นทั้งสองคนจึงไม่ต้องเสียเวลาเขียนจดหมายแต่อย่างใด