บท
ตั้งค่า

6

หลินเสี่ยวเยว่ไม่เปิดโอกาสให้แก้ตัว นางเปิดสมุดบัญชีอีกเล่ม ก่อนใช้นิ้วชี้ลงบนรายการหนึ่ง

"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน มาดูตรงนี้ดีกว่า ราคาถ่านกับฟืนที่ลงเอาไว้ในบัญชีสูงกว่าราคาตลาดถึงสามเท่า ส่วนต่างที่หายไปกว่าร้อยตำลึงนี่ หายไปไหนกันนะ" นางเงยหน้าขึ้นช้าๆ

"เข้ากระเป๋าแม่นางสวี่ หรือเข้ากระเป๋าเจ้าด้วย"

"ใส่ร้าย ฮูหยินใส่ร้ายข้าน้อยนะขอรับ" ผู้ดูแลบัญชีเฉินเข่าอ่อน ทรุดลงคุกเข่ากับพื้นทันที

"ข้าน้อยรับใช้จวนโหวด้วยความซื่อสัตย์มาสิบปี ฮูหยินจะกล่าวหาข้าน้อยเพียงเพราะตัวเลขบนกระดาษไม่กี่แผ่นไม่ได้นะขอรับ"

"ใครว่าข้ากล่าวหาลอย ๆ"

หลินเสี่ยวเยว่หยิบกระดาษอีกชุดขึ้นมาวางบนโต๊ะ

เมื่อคืนหลังจากตรวจสมุดบัญชีคร่าวๆ นางก็ลองนำวิธีทำบัญชีคู่ที่คุ้นเคยจากยุคปัจจุบันมาประยุกต์ใช้ โดยแยกรายการรับและจ่ายออกจากกัน ตรวจสอบยอดเงินเข้าออกควบคู่กับจำนวนสินค้าที่ซื้อจริง แล้วเทียบกับราคาตลาดทีละรายการ

ผลที่ได้ชัดเจนจนแทบไม่ต้องอธิบาย

เงินหายไปเท่าไร

หายไปเมื่อใด

และหายไปจากรายการใด

ทุกอย่างปรากฏอยู่บนกระดาษอย่างเป็นระบบ

"มาดูนี่" หลินเสี่ยวเยว่ชี้ลงบนกระดาษ

"วันที่ห้า ซื้อถ่านห้าสิบตำลึง แต่ลงบัญชีหนึ่งร้อยห้าสิบตำลึง วันที่สิบสอง ซื้อฟืนสามสิบตำลึง แต่เบิกเงินออกไปเก้าสิบตำลึง ส่วนวันที่สิบแปด..." นางเงยหน้ามองผู้ดูแลบัญชีเฉิน

"ต้องให้ข้าอ่านต่อหรือไม่"

"ข้า... ข้าน้อย..."

"หากยังบอกว่าข้าใส่ร้าย ข้าจะให้คนไปตามพ่อค้าที่ขายถ่านกับฟืนมาถามต่อหน้าเจ้าเลยดีหรือไม่"

ผู้ดูแลบัญชีเฉินหน้าซีดเผือดทันที

จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากด้านนอก

เซี่ยอวิ๋นเฉิงในชุดขุนนางเต็มยศก้าวเข้ามาภายในห้องโถง เดิมทีเขากำลังจะออกไปว่าราชการ แต่ได้ยินเสียงเอะอะจึงแวะเข้ามาดู

สายตาคมกวาดมองทุกคนในห้อง ก่อนหยุดอยู่ที่ภรรยาซึ่งกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางกองสมุดบัญชี

"เกิดอะไรขึ้น"

หลินเสี่ยวเยว่เห็นสามี ดวงตาก็เป็นประกายทันที

"ท่านพี่" นางลุกพรวดจากเก้าอี้ คว้ากระดาษที่จัดทำไว้แล้วรีบเดินไปหาเขา

"ท่านพี่ดูสิเจ้าคะ คนรับใช้พวกนี้ยักยอกเงินของจวน เอาเงินบางส่วนไปปรนเปรอแม่นางสวี่หลาน ที่เหลือก็แบ่งเข้ากระเป๋าตัวเอง ข้าใช้วิธีทำบัญชีแบบใหม่ตรวจสอบยอดรับจ่ายจนจับพิรุธได้ ดิ้นไม่หลุดแน่นอนเจ้าค่ะ"

เซี่ยอวิ๋นเฉิงรับกระดาษจากมือนาง เดิมทีเขาเพียงคิดจะกวาดตามองคร่าวๆ ทว่าเมื่อเห็นรายละเอียดบนกระดาษ สีหน้าก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป

ตัวเลขทั้งหมดถูกจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่ รายการเงินเข้า เงินออก จำนวนสินค้า และส่วนต่างถูกแยกไว้อย่างชัดเจน ทั้งยังมีการตรวจสอบยอดสองฝั่งประกอบกัน ทำให้มองเพียงไม่กี่ครั้งก็เห็นทันทีว่ามีเงินรั่วไหลอยู่ตรงจุดใด

นี่เป็นวิธีที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน

เซี่ยอวิ๋นเฉิงมองกระดาษในมือ ก่อนเหลือบมองภรรยาที่กำลังเชิดหน้าด้วยความภาคภูมิใจ

แววประหลาดใจวาบผ่านดวงตาคมอย่างปิดไม่มิด

"จริงหรือ ผู้ดูแลบัญชีเฉิน" น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดัง แต่กลับเย็นเยียบเสียจนผู้ดูแลบัญชีเฉินตัวสั่น

เมื่อหลักฐานทั้งหมดถูกเปิดเผยจนไม่อาจบิดเบือนได้อีก ผู้ดูแลบัญชีเฉินก็หน้าซีดราวกระดาษ รีบหมอบลงกับพื้น

"ท่านโหวละเว้นด้วย ข้าน้อยผิดไปแล้ว เป็น... เป็นแม่นางสวี่หลานขอรับ นางเป็นคนสั่งให้ข้าน้อยทำ ข้าน้อยเพียงหลงผิดชั่ววูบ ท่านโหวโปรดไว้ชีวิตด้วย"

เซี่ยอวิ๋นเฉิงมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเย็นชา

"รับใช้จวนมาสิบปี แต่กลับกล้ายักยอกทรัพย์ของผู้เป็นนาย" เขาไม่ถามต่อแม้แต่คำเดียว

"ทหาร ลากตัวออกไป โบยสามสิบไม้ แล้วส่งตัวให้ทางการดำเนินคดี"

"ท่านโหว ไว้ชีวิตด้วย ฮูหยิน ฮูหยินช่วยข้าน้อยด้วย"

ทหารสองนายเข้ามาหิ้วปีกผู้ดูแลบัญชีเฉินออกไปทันที เสียงร้องขอชีวิตค่อยๆ ห่างออกไป จนภายในห้องโถงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง

เหล่าข้ารับใช้ที่เหลือพากันก้มหน้าต่ำกว่าเดิม ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง

หลินเสี่ยวเยว่กวาดตามองทุกคน ก่อนปรบมือสองครั้ง

แปะ แปะ

"เรียบร้อย กวาดบ้านเสียให้สะอาด เงินในคลังจวนจะได้ไม่รั่วไหลออกไปอีก อย่างน้อยเดือนนี้ก็ประหยัดได้หลายร้อยตำลึงเลยนะเจ้าคะ"

เซี่ยอวิ๋นเฉิงก้มมองกระดาษในมืออีกครั้ง ก่อนเงยหน้าสบตานาง

ความระแวงที่เคยฝังอยู่ในใจค่อยๆ ลดลงทีละน้อย

เขาไม่รู้ว่านางเปลี่ยนไปเพราะเหตุใด

แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ตั้งแต่นางเปลี่ยนไป จวนโหวกลับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

และสตรีตรงหน้าก็ดูเหมือนจะมีความสามารถซ่อนอยู่มากกว่าที่เขาเคยรู้เสียอีก

"เจ้า..." เซี่ยอวิ๋นเฉิงชูกระดาษขึ้นเล็กน้อย "ไปเรียนรู้วิธีทำบัญชีเช่นนี้มาจากที่ใด"

"ความลับเจ้าค่ะ"

หลินเสี่ยวเยว่ยักคิ้วอย่างเจ้าเล่ห์

จากนั้นนางก็ขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด ก่อนยื่นหน้าไปกระซิบด้วยรอยยิ้มหวาน

"แต่ถ้าท่านพี่อยากรู้ คืนนี้มานอนที่เรือนข้าสิเจ้าคะ ข้าจะสอนวิธีทำบัญชีแบบนี้ให้ท่านทั้งคืนเลย"

กึก!

เซี่ยอวิ๋นเฉิงชะงักทันที

ใบหน้าที่เมื่อครู่ยังเย็นชาน่าเกรงขามพลันแข็งค้าง ส่วนใบหูค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว

เขาหรี่ตามองภรรยาตัวแสบ

"หลินเสี่ยวเยว่..."

"เจ้าคะ"

"เจ้าจะพูดจาเช่นนี้ทุกวันเลยหรือ"

"ก็ท่านพี่ไม่ยอมมานอนกับข้าเสียทีนี่เจ้าคะ"

"เจ้า"

"หรือคืนนี้จะมาเจ้าคะ"

เซี่ยอวิ๋นเฉิงเงียบกริบ

หลินเสี่ยวเยว่กลั้นยิ้มจนแก้มแทบปริ

ท่านโหวหนุ่มถอนหายใจอย่างจนปัญญา ทว่าคราวนี้กลับไม่มีท่าทีโมโหแม้แต่น้อย

เขายกมือขึ้น ใช้ปลายนิ้วเคาะหน้าผากนางเบาๆ หนึ่งครั้ง

"เจ้านี่นะ ข้าต้องไปทำงานแล้ว อยู่จวนก็ซุกซนให้น้อยลงหน่อย"

หลินเสี่ยวเยว่ยกมือกุมหน้าผาก ก่อนฉีกยิ้มกว้าง

"ทราบแล้วเจ้าค่ะสามี เลิกงานแล้วรีบกลับมานะเจ้าคะ ข้ารอ เข้าหอกับท่านอยู่"

เซี่ยอวิ๋นเฉิงชะงักเล็กน้อยกับคำว่า ‘สามี’

“ไร้ยางอาย”

เขามองใบหน้ายิ้มแย้มของนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหมุนตัวเดินออกไป ก่อนทิ้งท้ายด้วยประโยคที่เหมือนคำด่าแต่คนถูกด่ากลับยิ้มกว้างเสียยิ่งกว่าอะไร

"ท่านพี่"

เซี่ยอวิ๋นเฉิงหยุดฝีเท้า แต่ไม่ได้หันกลับมา

"อะไรอีก"

"คืนนี้อย่ากลับดึกนะเจ้าคะ"

"รู้แล้ว"

"แล้วอย่าลืมเรื่องมานอนเรือนข้าด้วยนะเจ้าคะ"

ฝีเท้าของเซี่ยอวิ๋นเฉิงพลันเร็วขึ้นทันที

หลินเสี่ยวเยว่ยืนโบกมือไล่หลังด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี

ส่วนท่านโหวหนุ่มที่กำลังเดินออกจากเรือนนั้น แม้สีหน้ายังคงเคร่งขรึม แต่ริมฝีปากกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ อย่างไม่อาจควบคุม หัวใจที่เคยเย็นชามานานคล้ายมีบางสิ่งค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาทีละน้อย

ภรรยาที่เคยเอาแต่สร้างเรื่องในวันวาน บัดนี้กลับทั้งฉลาด ดูแลจวนเป็น ทั้งยังขยันตามประจบเขาเช้าเย็นเสียจนแทบตั้งรับไม่ทัน

เซี่ยอวิ๋นเฉิงส่ายหน้าเบาๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel