บท
ตั้งค่า

4

"ส่งมา"

"ไหนบอกว่าพอใช้ได้อย่างไรเล่า" มือที่กำลังยื่นตะเกียบไปคีบเนื้อของเซี่ยอวิ๋นเฉิงชะงักทันที

เขาเงยหน้าขึ้นมองนาง หลินเสี่ยวเยว่เม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น

"ขำอะไร"

"เปล่าเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ขำเลยสักนิด"

"หลินเสี่ยวเยว่"

"เจ้าคะ ๆ ข้าไม่ขำแล้ว ท่านพี่กินต่อเถิดเจ้าค่ะ"

กว่ามื้อเย็นจะจบลง อาหารบนโต๊ะก็แทบไม่เหลือ

เซี่ยอวิ๋นเฉิงเอนหลังเล็กน้อย ก่อนนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอกินอาหารที่บอกว่า ‘พอใช้ได้’ เสียจนเกือบหมด จึงรีบวางตะเกียบแล้วปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมตามเดิม

"อืม... รสชาติถือว่าใช้ได้ แก้ขัดยามหิวได้ดี"

หลินเสี่ยวเยว่ก้มมองหม้อที่แทบเหลือแต่น้ำซุป

‘แก้ขัดยามหิว’

‘หากอร่อยจริงๆ ท่านคงกินหม้อเข้าไปด้วยกระมัง’

เซี่ยอวิ๋นเฉิงทำเป็นมองไม่เห็นสายตาล้อเลียนของนาง ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"เห็นแก่ความตั้งใจของเจ้า เรื่องเมื่อวานข้าจะไม่รื้อฟื้นเอาความอีก"

"ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านพี่"

หลินเสี่ยวเยว่ยิ้มกว้าง ก่อนดวงตาจะกลอกไปมาอย่างเจ้าเล่ห์

โอกาสดีเช่นนี้จะปล่อยให้หลุดมือได้อย่างไร

นางขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด ก่อนยื่นหน้าเข้าไปถามด้วยรอยยิ้มหวาน

"แล้ว... คืนนี้ท่านพี่จะนอนที่เรือนของข้าไหมเจ้าคะ"

กึก

เซี่ยอวิ๋นเฉิงชะงักทันที

ดวงตาคมที่เคยนิ่งสงบพลันไหววูบ

เพียงไม่กี่อึดใจ ใบหน้าที่เพิ่งหายแดงจากความเผ็ดก็เริ่มร้อนขึ้นมาอีกครั้ง และคราวนี้แม้แต่ใบหูก็แดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด

"เจ้า... เจ้าเป็นสตรี พูดจาไม่รู้จักละอายฟ้าดินบ้างหรืออย่างไร" น้ำเสียงเข้มขึ้นคล้ายตำหนิ แต่กลับฟังดูเหมือนกำลังกลบเกลื่อนความประหม่ามากกว่า

"เอ้า จะอายทำไมล่ะเจ้าคะ" หลินเสี่ยวเยว่เอียงคอ ทำหน้าตาใสซื่อ

"ข้าเป็นภรรยาของท่านพี่ จะชวนสามีมานอนที่เรือนตัวเองผิดตรงไหน เราสองคนมีหนังสือสมรสถูกต้อง มิได้ลักลอบเป็นชู้กันเสียหน่อย"

"หลินเสี่ยวเยว่"

"เจ้าคะ"

"เจ้า..."

เซี่ยอวิ๋นเฉิงจ้องใบหน้าซื่อ ๆ ของนางอยู่ครู่หนึ่ง แต่กลับหาคำพูดมาตอบไม่ได้

ยิ่งเห็นแววตาซุกซนที่ซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น เขาก็ยิ่งมั่นใจ

นางตั้งใจแกล้งเขา

ท่านโหวหนุ่มรีบผุดลุกขึ้น สะบัดแขนเสื้อเพื่อรักษาท่าที

"ข้า... ข้ายังมีราชการต้องจัดการคืนนี้ เจ้าอย่าได้พูดจาไร้สาระ"

"อ้าว แล้วจะไม่ค้างกับข้าจริงๆ หรือเจ้าคะ"

"ไม่"

"คิดดีๆ ก่อนนะเจ้าคะ"

"ไม่ต้องคิด"

"ท่านพี่เจ้าขา"

"ข้าไปแล้ว"

พูดจบ เซี่ยอวิ๋นเฉิงก็สาวเท้ายาวๆ ออกจากเรือนอาหารไปอย่างรวดเร็ว ราวกับหากอยู่ต่ออีกเพียงชั่วอึดใจจะต้องเสียอาการมากกว่านี้แน่นอน

หลินเสี่ยวเยว่นั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง

นางหัวเราะจนแทบฟุบลงกับโต๊ะ พลางมองแผ่นหลังกว้างที่รีบเดินหายออกไปจากเรือน

‘ปากแข็ง แต่หูแดงแจ๋เลยนะท่านโหว...’

หลินเสี่ยวเยว่ยกมือเท้าคาง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

‘คืนนี้ข้าจะปล่อยท่านรอดไปก่อนก็ได้’

‘แต่คืนต่อๆ ไป ข้าไม่ปล่อยให้รอดแน่’

บรรยากาศภายในห้องหนังสือของจวนโหวเงียบสงัด สายลมยามค่ำคืนพัดพาความเย็นลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะ เซี่ยอวิ๋นเฉิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เนื้อดี ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบตึงดุจผิวน้ำในฤดูเหมันต์ ทว่าจิตใจกลับไม่ได้สงบนิ่งเช่นสีหน้าแม้แต่น้อย

ภาพภรรยาตัวแสบที่ยิ้มร่า แววตาซุกซน รวมถึงคำพูดประหลาดอย่าง ‘เลิฟยู’ และประโยคชวนเขาไปค้างที่เรือนเมื่อหัวค่ำ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหาย

‘สตรีผู้นี้ คิดจะใช้กลอุบายล่อลวงให้ข้าตายใจ แล้วค่อยหาโอกาสหนีไปภายหลังหรือไม่’

ความระแวงยังคงฝังลึกอยู่ในใจ

ความแคลงใจที่สะสมมาตลอดหนึ่งปีไม่อาจเลือนหายไปได้เพียงเพราะความเปลี่ยนแปลงชั่วข้ามคืน

เซี่ยอวิ๋นเฉิงรู้ดีว่าหลินเสี่ยวเยว่เคยเกลียดชังเขามากเพียงใด นางเคยหลบหน้า ต่อต้าน และเอ่ยปากอยู่หลายครั้งว่าไม่ต้องการใช้ชีวิตร่วมกับเขา

แล้วจู่ ๆ จะเปลี่ยนมาเป็นภรรยาผู้คลั่งรักภายในคืนเดียวได้อย่างไร

เซี่ยอวิ๋นเฉิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเปิดลิ้นชักโต๊ะ ดึงกระดาษซวนจื่อเนื้อหนาแผ่นหนึ่งออกมา

บนกระดาษมีตัวอักษรเขียนไว้อย่างชัดเจน

‘หนังสือหย่า’

นี่คือหนังสือหย่าที่เขาร่างเอาไว้ตั้งแต่หลายเดือนก่อน เพียงแต่ยังไม่ได้มอบให้นาง เหลือเพียงลงนามและประทับตราให้เรียบร้อยเท่านั้น

ดวงตาคมทอดมองกระดาษตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง

"หลินเสี่ยวเยว่ ข้าจะดูว่าเจ้าจะเสแสร้งไปได้นานสักเพียงใด"

ท่านโหวเอ่ยเสียงเบา ก่อนเรียกบ่าวหน้าห้องเข้ามาแล้วสั่งให้ไปเชิญฮูหยินมาพบ

ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าเบาๆ ก็ดังขึ้นจากด้านนอก

หลินเสี่ยวเยว่เดินนวยนาดเข้ามาในห้องหนังสือ ในมือถือถ้วยชาดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น นางสวมอาภรณ์สีฟ้าอ่อนสำหรับพักผ่อน เส้นผมดำขลับปล่อยสยายบางส่วน ดูเรียบง่ายและสบายตากว่าปกติ

"ท่านพี่เรียกข้าหรือเจ้าคะ" นางส่งยิ้มหวาน ก่อนนำถ้วยชาไปวางลงข้างมือเขา

"ดึกมากแล้ว ยังไม่นอนอีกหรือเจ้าคะ งานหนักเพียงใดก็ต้องรักษาสุขภาพนะ"

เซี่ยอวิ๋นเฉิงไม่ได้แตะถ้วยชา

เขาเพียงยกมือขึ้น ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเลื่อนกระดาษแผ่นนั้นไปหยุดตรงหน้านาง

"ลงนามเสีย" น้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึกจนหลินเสี่ยวเยว่ต้องก้มลงมอง

"นี่คือหนังสือหย่า ในเมื่อเจ้าเคยบอกว่าอยู่กับข้าแล้วไม่มีความสุข ข้าก็จะคืนอิสรภาพให้เจ้า ทรัพย์สินเดิมของเจ้า ข้าจะสั่งให้คนขนกลับตระกูลหลินทั้งหมด"

หลินเสี่ยวเยว่ชะงัก ดวงตากลมกวาดมองตัวอักษรบนกระดาษ ก่อนจะหยุดอยู่ตรงคำว่า ‘หนังสือหย่า’ ที่เด่นหราอยู่ตรงหน้า

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหนังสือชั่วขณะ

เซี่ยอวิ๋นเฉิงจับจ้องทุกความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของนางอย่างไม่วางตา

เขากำลังรอ รอให้นางแสดงความดีใจ

รอให้นางรีบคว้าพู่กันมาลงนาม เพื่อจะได้ออกจากจวนไปหาเจ้าบัณฑิตจางผู้นั้น

หรืออย่างน้อยก็รอให้นางเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมาเสียที

ทว่า สิ่งที่หลินเสี่ยวเยว่ทำกลับทำให้ท่านโหวผู้สุขุมถึงกับนิ่งค้าง

นางไม่ได้หยิบพู่กัน แต่คว้าหนังสือหย่าขึ้นมาแทน

แคว่ก

กระดาษซวนจื่อเนื้อดีถูกฉีกออกเป็นสองส่วนต่อหน้าต่อตาเขา

ยังไม่พอ แคว่ก แคว่ก

สองส่วนกลายเป็นสี่

สี่กลายเป็นแปด

เซี่ยอวิ๋นเฉิงยังไม่ทันได้เอ่ยห้าม หลินเสี่ยวเยว่ก็รวบเศษกระดาษทั้งหมด เดินฉับ ๆ ไปยังเตาถ่านสำหรับต้มน้ำชา แล้วโยนมันลงไปอย่างไม่ลังเล

ฟุ่บ

เปลวไฟลุกวาบ เผาหนังสือหย่าจนขอบกระดาษม้วนงอ ก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นเถ้าถ่านต่อหน้าต่อตาเจ้าของหนังสือ

"เจ้า... เจ้าทำอะไรของเจ้า"

เซี่ยอวิ๋นเฉิงผุดลุกขึ้นทันที ใบหน้าที่ปกติสุขุมเยือกเย็นปรากฏความตกใจอย่างหาได้ยาก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel