บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 สตรีที่รู้ความ

ในห้องโถงเรือนชั้นใน ไป๋หลินเยว่ขณะที่นั่งพิจารณาเทียบเชิญสีแดงที่วางอยู่บนโต๊ะ สกุลไป๋ถูกเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองชัยชนะของกองทัพสกุลหลี่ที่จะจัดขึ้นในวังหลวงอีกสามวันข้างหน้า นางรู้ดีว่านี่คือกับดัก หลี่เมิ่งยวนคงใช้โอกาสที่ชื่อเสียงกำลังรุ่งโรจน์ทูลขอพระราชทานสมรสต่อหน้าพระพักตร์เพื่อผูกมัดนางให้ดิ้นไม่หลุด และถือโอกาสนี้ให้หญิงสามัญชนผู้นั้นได้รับพระราชทานสมรสไปด้วย

“คุณหนูเจ้าคะ ท่านราชครูให้มาเชิญท่านไปที่ห้องโถงใหญ่ เอ่อ... แม่ทัพหลี่มาหาท่านเจ้าค่ะ”

เสี่ยวฉุยรายงานด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ไป๋หลินเยว่ลุกขึ้นช้าๆ แววตาเรียบเฉยทว่าเย็นเยียบ นางจัดการแต่งกายให้ดูสง่างาม ก่อนจะก้าวไปยังห้องโถงใหญ่

เมื่อไปถึง นางพบกับหลี่เมิ่งยวนในชุดลำลองสีเข้มที่ดูองอาจผ่าเผย สีหน้าดูมั่นใจและเป็นต่ออย่างเห็นได้ชัด เขานั่งจิบน้ำชาอยู่ข้างบิดาของนางด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

“เยว่เอ๋อร์ มานี่สิ แม่ทัพหลี่มีข้อเสนอที่ยุติธรรมที่สุดมาให้เจ้าแล้ว” ราชครูไป๋กวักมือเรียกบุตรี ให้มานั่งข้างๆ

หลี่เมิ่งยวนวางถ้วยน้ำชาลง ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างอรชรที่กำลังหย่อนกายนั่งลงด้วยความถือดี

“เยว่เอ๋อร์ ที่ข้ามาวันนี้ เพราะอยากให้เจ้าเลิกดื้อรั้นเสียที ข้าตกลงกับท่านราชครูแล้วว่า ในงานแต่งครั้งนี้ ข้าจะยกให้เจ้าเป็นฮูหยินตราตั้งของจวนแม่ทัพแต่เพียงผู้เดียว”

ไป๋หลินเยว่เลิกคิ้วเล็กน้อย “แล้วจางอวี้ชิงล่ะ”

“ชิงเอ๋อร์จะได้เข้าพิธีในฐานะฮูหยินเอกเท่าเทียมกับเจ้า นางมีเกียรติเป็นภรรยาเอกร่วมกับเจ้าทุกประการ เพียงแต่ชื่อในทะเบียนบรรพชนและตำแหน่งจากราชสำนักจะเป็นของเจ้า นี่คือการถอยคนละก้าวที่ข้ามอบให้เจ้าแล้ว” หลี่เมิ่งยวนกล่าวเสียงเรียบ

“ถอยคนละก้าวหรือ” ไป๋หลินเยว่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความสมเพช

“ท่านเรียกการตบหัวแล้วลูบหลังว่าการถอยคนละก้าวหรือ ข้าบอกแล้วว่าไม่ตกลง ต่อให้เป็นฮูหยินตรา ข้าก็ไม่ปรารถนา”

“เยว่เอ๋อร์ เจ้าหยุดสามหาวเดี๋ยวนี้! แม่ทัพหลี่ให้เกียรติเจ้าถึงเพียงนี้แล้ว เจ้าจะเอาอะไรอีก” ราชครูไป๋ตวาดบุตรีคนที่สามขึ้นมาทันที

“ท่านพ่อ ท่านไม่เห็นหรือว่า...”

“พอได้แล้ว!” ราชครูไป๋ลุกขึ้นยืนพลางสะบัดชายเสื้อ

“การแต่งงานเป็นเรื่องของบิดามารดาจัดการให้ เจ้าเป็นบุตรีไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจข้ามหน้าข้ามตา ข้าตกลงกับแม่ทัพหลี่แล้วว่างานแต่งของสองตระกูลจะต้องถูกจัดขึ้นตามข้อกำหนดเดิมอย่างสมเกียรติที่สุด” เขาพูดเสียงแข็งกว่าทุกครั้ง เพื่อให้นางรู้ว่าตนเอาจริง

หลี่เมิ่งยวนลุกขึ้นยืน เขาเดินเข้ามาใกล้ไป๋หลินเยว่เล็กน้อย กลิ่นอายของผู้ชนะแผ่ซ่านออกมาจนน่าอึดอัด เขาปรายมองนางพร้อมกับยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยการเย้ยหยันว่านางไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือของเขาไปได้

“ท่านราชครูโปรดวางใจ ข้าจะดูแลเยว่เอ๋อร์อย่างดี ในฐานะ... ฮูหยินเอกที่ถูกต้องตามประเพณี” เขาจงใจเน้นประโยคท้าย พร้อมกับสายตาที่มองนางราวกับมองนกในกรง

หญิงสาวรู้สึกถึงหัวใจถูกบีบคั้นด้วยความเจ็บใจ นางมองบิดาที่หันหลังให้ราวกับไม่ไยดีในความรู้สึกของบุตรี และมองบุรุษตรงหน้าที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าทางผู้ใหญ่เพื่อเอาชนะสตรีตัวเล็กๆ เช่นนาง

‘หลี่เมิ่งยวน ท่านคิดว่าการบีบบังคับเช่นนี้จะทำให้ท่านชนะหรือ’ นางกำหมัดแน่น ความน้อยใจที่มีต่อบิดาและความแค้นที่มีต่อชายตรงหน้าหลอมรวมเป็นเพลิงที่สุมอยู่ในอก รอยยิ้มเยาะของเขายิ่งตอกย้ำว่าในสายตาของเขา นางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่เขาจะวางไว้ตรงไหนก็ได้

“ในเมื่อท่านพ่อกล่าวเช่นนี้ ข้าก็ไม่มีสิ่งใดจะพูดอีกเจ้าค่ะ” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยก่อนจะย่อกายลาด้วยท่าทางที่ดูพ่ายแพ้

“ข้าขอตัว” นางหมุนตัวเดินจากมาโดยไม่หันกลับไปมอง ทิ้งให้หลี่เมิ่งยวนยืนยิ้มกริ่มด้วยความลำพองใจ

ที่จวนแม่ทัพสกุลหลี่ หลี่เมิ่งยวนก้าวเท้าเข้ามาด้วยท่าทางผ่อนคลาย รอยยิ้มของผู้ชนะยังคงประดับอยู่บนใบหน้าคมเข้ม เมื่อเห็นจางอวี้ชิงเดินออกมาต้อนรับด้วยใบหน้าที่อ่อนหวาน เขาก็คว้าเอวบางของนางเข้ามากอดไว้อย่างทะนุถนอม

“ท่านกลับมาแล้ว... ทางจวนราชครูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ คุณหนูไป๋ยอมรับข้อเสนอของท่านหรือไม่” จางอวี้ชิงเอ่ยถามเสียงแผ่ว พลางลอบสังเกตสีหน้าของชายคนรัก

หลี่เมิ่งยวนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “นางจะว่าอย่างไรนั้นไม่สำคัญหรอกชิงเอ๋อร์ เพราะอย่างไรเสียราชครูไป๋ก็อยากได้ข้าเป็นลูกเขยจนตัวสั่น ต่อให้นางจะพยศเพียงใด บิดาของนางก็จัดการสยบนางให้ข้าเรียบร้อยแล้ว”

เขาพานางเดินไปนั่งที่ศาลากลางสวน ก่อนจะกุมมือนางขึ้นมาจูบเบาๆ พลางชื่นชม “เจ้าช่างรู้ความเสียจริง ที่เสนอแผนการนี้ให้ข้าได้แต่งกับนาง”

“ข้าไม่อยากให้ท่านกังวลใจ รู้ว่าการแต่งงานกับบุตรีราชครูจะช่วยเหลือจวนแม่ทัพได้มาก” นางพูดอย่างคนที่ต้องฝืนทนและกล้ำกลืน

“เจ้าอดทนไปก่อนนะชิงเอ๋อร์ ข้ารู้ว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับเจ้า แต่อย่างไรเสียเจ้าก็ไม่ได้เกิดในตระกูลขุนนาง ต่อให้ข้าทูลขอพระราชทานสมรสให้เจ้าเป็นภรรยาเอกเท่าเทียม แต่ตำแหน่งฮูหยินตราตั้งจากราชสำนักก็มิอาจตกเป็นของเจ้าได้อยู่ดี”

“ข้าทราบดีเจ้าค่ะ ข้าเพียงแค่เสียใจที่ไม่อาจเคียงคู่ท่านได้อย่างเต็มภาคภูมิ” จางอวี้ชิงแสร้งทำสีหน้าสลดลงเล็กน้อย

“ตำแหน่งนั้นก็แค่หัวโขน ข้ายกให้นางไปเถิด ให้นางคอยดูแลเรื่องจุกจิกในบ้าน ส่วนข้ากับเจ้า เราจะครองรักกัน ข้าตั้งใจไว้แล้วว่า จะให้นางเป็นเพียงสตรีเฝ้าห้องหอ ส่วนเจ้า เจ้าจะเป็นคนเดียวที่ให้กำเนิดทายาทสกุลหลี่ ข้าจะไม่ยอมให้นางมีบุตรกับข้าเด็ดขาด เพื่อให้เจ้าและลูกของเราเป็นใหญ่ในจวนนี้”

จางอวี้ชิงซบลงบนอกแกร่ง ยิ้มรับอย่างว่าง่าย

“ท่านช่างดีกับข้าเหลือเกินเจ้าค่ะ ข้าจะปรนนิบัติท่านให้ดีที่สุด” ทว่าภายใต้ใบหน้าใสซื่อและรอยยิ้มที่ดูไร้เดียงสา ดวงตาของจางอวี้ชิงกลับฉายประกายอำมหิตและละโมบออกมาอย่างปิดไม่มิด ในใจของนางกำลังคำนวณแผนการอย่างรวดเร็ว

‘ฮูหยินตราตั้งงั้นหรือ ปล่อยให้นางถือครองไปก่อนเถิด เมื่อใดที่ข้าก้าวเท้าเข้าจวนหลี่อย่างเต็มตัว ข้าจะบีบนางให้จมดิน ใช้วิธีทุกอย่างให้นางอยู่อย่างตายทั้งเป็น เมื่อนางสิ้นท่า อำนาจการดูแลจวนทั้งหมด รวมถึงสินเดิมอันมหาศาลของตระกูลไป๋ที่นางหอบหิ้วมา ก็จะต้องตกเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว’ นางลอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ขณะที่มือยังคงลูบไล้ไปตามอกเสื้อของหลี่เมิ่งยวน

“เราเข้าไปด้านในเถิดเจ้าค่ะ ข้าอยากปรนนิบัติให้ท่านแล้ว”

“ได้สิ ชิงเอ๋อร์ของข้า รู้ความที่สุด” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดู

แม้จะดูออกว่าวันแรกที่มาถึงนางจงใจทำให้ม้าพยศเพื่อทำร้ายไป๋หลินเยว่ แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเพียงความหึงหวงของสตรี อีกทั้งคุณหนูสามไป๋ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก เรื่องนี้จึงไม่ได้ถือสาอะไรกับนาง

********************
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel