บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 คนรักที่ถูกพราก

“เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ เจ้าหลับนอนกับตวนอ๋องได้อย่างไร”

ใบหน้างามที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงส่ายไปมากับภาพในความฝัน ภาพที่เลือนรางนั้นเป็นภาพที่นางกำลังด่าทอน้องสาวที่กล้าหลับนอนกับจ้าวเทียนอวี่ สามีชั่วที่สังหารพี่ชายคนโตไป

จากนั้นภาพก็ตัดไปตอนที่เสนาบดีหลิวเจิ้งเต๋อเข้ามา แล้วเขาก็ถูกน้องสาวแทงจนตายไปต่อหน้าตน โดยมีจ้าวเทียนเลี่ยอดีตคนรักกำลังนั่งมองด้วยสายตาเย็นชา

“เจ้าฆ่าท่านพ่อ.. นังชั่ว เจ้ามันไม่ใช่คน...”

“เสวี่ยเหมยหากเจ้ากตัญญูต่อหลิวเจิ้งเต๋อจริงๆ เช่นนั้นก็ไปอยู่ด้วยกันเสีย” หลิวเสวี่ยอวี่ปักมีดลงที่อกของหลิวเสวี่ยเหมย ความเจ็บปวดนั้นกำลังบาดลึกลงทุกขณะ โลหิตไหลนองไปทั่วพื้นห้อง

นางพยายามส่งเสียงเรียกหาจ้าวเทียนเลี่ย พร้อมกับคลานเข้าไปหา ก็ถูกน้องสาวตามมาปักมีดเข้าที่แผ่นหลังอีกครั้ง

“กรี๊ดดด!” เสียงกรีดร้องดังขึ้น พร้อมกับร่างอรชรที่ตื่นจากฝันร้าย มือเรียวยกขึ้นแตะสำรวจบริเวณที่ถูกแทงแต่ก็ไม่พบบาดแผล ไหล่เล็กสั่นเทาด้วยความตกใจ หายใจหอบหนัก เหงื่อผุดเต็มหน้าผากกับฝันร้ายที่เพิ่งผ่านพ้น

“นี่ข้าฝันไปหรือ... แต่เหตุใดจึงเหมือนจริงขนาดนี้” หญิงสาวพึมพำกับตนเอง ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออกพร้อมกับสาวใช้ที่รีบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“คุณหนู เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ” คำเรียกที่ไม่คุ้นหู กับสาวใช้ที่ไม่คุ้นหน้า ทำเอานางขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

“ข้า... โอ๊ย!” ยังพูดไม่ทันจบ มือเรียวยกขึ้นกุมขมับทั้งสองข้าง ความจำที่ไม่คุ้นเคยเริ่มไหลบ่าเข้ามาในหัวอย่างไม่ขาดสาย

นางจำได้แค่ว่าตนคือหลิวเสวี่ยเหมย สตรีที่ถูกคนรักทอดทิ้งเพียงเพราะพระราชโองการที่บังคับให้เขาแต่งงานกับสตรีต่างแคว้น ความโศกเศร้าเสียใจและความอยุติธรรมที่นางได้รับยังคงฝังแน่นอยู่ในใจ

แต่เมื่อความทรงจำของไป๋หลินเยว่เจ้าของร่างเดิมค่อยๆ ผุดขึ้นมา นางกลับพบว่าโชคชะตาช่างเล่นตลกยิ่งกว่า คู่หมั้นของไป๋หลินเยว่คือแม่ทัพหลี่เมิ่งยวน คู่หมั้นแต่วัยเยาว์ บุรุษที่นางเฝ้ารอคอยมาเนิ่นนาน เขากลับพาสตรีอื่นกลับมาด้วยเพื่อแต่งงานในตำแหน่งฮูหยินเอก ความจริงอันโหดร้ายนี้บีบคั้นหัวใจดวงน้อยจนเกินจะต้านทานไหว

สามวันก่อน วันที่หลี่เมิ่งยวนกลับมาพร้อมขบวนทัพที่ชูธงสกุลหลี่ ไป๋หลินเยว่ออกไปรอต้อนรับคู่หมั้นถึงประตูเมือง พอม้าของเขาก้าวมาถึงระยะสายตา นางก็ลืมรักษากิริยารีบวิ่งเข้าไปหาเขาด้วยความดีใจ

ทว่ากลับถูกสตรีนางหนึ่งที่ควบอาชาอยู่ข้างกาย กระชากบังเหียนพุ่งเข้ามาคล้ายจะพุ่งชนนาง

“ว้าย! ม้าพยศแล้ว” สตรีนางนั้นกรีดร้องเสียงหลงบนหลังม้า ในขณะที่ไป๋หลินเยว่กำลังจะถูกม้าเหยียบบนถนน ดวงตานางเบิกโพลงด้วยความตกใจ คิดว่าชาตินี้คงไม่รอดแล้ว

ทันใดนั้นเองก็มีแส้ตวัดมารัดเอวของนางดึงให้พ้นจากระยะที่ม้ากำลังพุ่งชน หญิงสาวตัวสั่นเทาในอ้อมกอดของบุรุษแปลกหน้าด้วยความสั่นกลัว

หลี่เมิ่งยวนรีบควบม้ามาใกล้แล้วลงมาจากหลังม้า เห็นดังนั้นหญิงสาวก็ดีใจที่คู่หมั้นกำลังเข้ามาปลอบโยน นางไม่ได้มองแม้แต่หน้าของผู้มีพระคุณ

“ขอบคุณที่ช่วยเหลือ” นางเพียงเอ่ยคำนั้นแล้วรีบวิ่งเข้าหาอ้อมกอดของชายคนรัก

แต่สิ่งที่เขาทำกลับทำให้เจ็บปวดจนแน่นอก ร่างกำยำของแม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกรวิ่งตรงไปยังร่างบอบบางของสตรีที่ตัวสั่นบนหลังม้า เขาโดดขึ้นหลังม้าตัวนั้นแล้วโอบกอดนางเอาไว้จากด้านหลัง ไม่ได้สนใจตนเองผู้เป็นคู่หมั้นเลยแม้แต่น้อย

เสี่ยวฉุย สาวใช้ที่กำลังตามหานายของตน เมื่อเห็นว่าคุณหนูสามไป๋ยืนอยู่ต่อหน้าแม่ทัพหลี่ที่เพิ่งมาถึง ก็รีบเข้าไปยืนด้านหลัง ก่อนจะสังเกตเห็นว่าใบหน้าของนางดูซีดเผือดจนน่าตกใจ แต่คู่หมั้นของคุณหนูของตนกลับอยู่บนหลังม้ากับสตรีอื่น

“ชิงเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

“ข้าเพียงแค่ตกใจเจ้าค่ะ คุณหนูผู้นั้นวิ่งพรวดพราดเข้ามาทำให้ม้าของข้าตกใจ โชคดีที่นางเองก็ไม่เป็นอะไร” หญิงงามกล่าวเสียงสั่น ซบลงบนอกของแม่ทัพหลี่อย่างจงใจ แววตาที่ปรายมาทางไป๋หลินเยว่ชัดว่าจงใจให้นางเห็น

หลี่เมิ่งยวนมองลงมาจากหลังม้า เห็นว่าเป็นคู่หมั้นของตนก็ถึงกับพ่นลมหายใจออกมาด้วยความระอา

“เป็นเจ้านี่เอง เยว่เอ๋อร์”

ไป๋หลินเยว่กล่าวคำใดไม่ออก เขาเพิ่งสังเกตเห็นนางหรอกหรือ เหตุการณ์เมื่อครู่เขาไม่รู้หรือว่าเป็นนางที่เกือบถูกม้าเหยียบตาย สายตาของแม่ทัพผู้นี้คงจะมีแต่สตรีอีกนางที่กำลังซบอกอยู่บนหลังม้า

“พี่เมิ่งยวน เหตุใดท่านกับนางจึงใกล้ชิดกันเพียงนั้น” คำถามที่เอาแต่ใจเป็นครั้งแรกหลุดออกมา น้อยนักที่นางจะเอ่ยวาจาตัดพ้อเช่นนี้

จางอวี้ชิงเคยเห็นภาพวาดของสตรีตรงหน้ามาก่อนแล้ว นางรู้ว่าอีกฝ่ายคือใคร แต่แสร้งทำเป็นว่าไม่รู้จัก

“นางคือใครหรือเจ้าคะ ท่านแม่ทัพ” ใบหน้าหวานเงยหน้าถามจนริมฝีปากใกล้จะชิดกันอยู่แล้ว

“นางคือ... คู่หมั้นของข้า” น้ำเสียงนั้นฟังดูไม่เต็มใจกล่าวถึงนัก

แต่ไป๋หลินเยว่ก็ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย อย่างน้อยเขาก็ยังแนะนำว่านางมีสถานะใด สตรีผู้นั้นก็ควรตัดใจได้แล้ว

“เจ้ามาก็ดี ข้ากลับมาก็คิดจะขอพระราชทานสมรส จัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด” น้ำเสียงนั้นกล่าวอย่างราบเรียบ

“เจ้าค่ะ พี่เมิ่งยวน ข้าจะเตรียมตัวให้พร้อม”

“ข้าจะแต่งงานกับชิงเอ๋อร์ ให้นางเป็นภรรยาเอก แต่ไม่ต้องกังวล ครั้งนี้เจ้าก็จะได้รับสมรสเท่าเทียม หาใช่อนุไม่ เพียงแต่ตำแหน่งฮูหยินตราตั้งนั้นมีได้เพียงหนึ่ง” น้ำเสียงนั้นยังคงราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ แต่ทำเอาคนฟังแทบขาดใจ

“สมรสเท่าเทียม... หมายความว่า ท่านจะแต่งทั้งกับนาง และข้าหรือ” คุณหนูไป๋เอามือกุมอก ความเจ็บปวดในอกทำให้นางรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เสี่ยวฉุยประคองคุณหนูของตน ภายในใจโกรธแทนนางแต่ก็ไม่สามารถสอดปากได้

“ข้าไม่พูดซ้ำ” พูดจบเขาก็กระตุกบังเหียนควบม้าพาจางอวี้ชิงมุ่งหน้ากลับจวนแม่ทัพ

ร่างอรชรรู้สึกถึงภาพที่พร่ามัว ก่อนที่สติของนางจะดับไปพร้อมกับเสียงแว่วของสาวใช้ที่เรียกหาคนให้รีบพานางกลับจวน

ความทรงจำในวันนั้นจบลงด้วยอาการป่วยของเจ้าของร่าง หลิวเสวี่ยเหมยในร่างที่อ่อนแอนี้สูดหายใจและกำผ้าปูที่นอนจนยับย่น ร่างนี้ไข้สูง ไม่ดื่มไม่กินด้วยความตรอมใจอยู่นานถึงสามวัน จนราชครูไป๋ถึงกับถอดใจ ไป๋ฮูหยินผู้เป็นมารดาของนางก็เดินทางไปขอพรที่อารามนอกเมืองเพื่อให้คุ้มครองบุตรี แต่หารู้ไม่ว่าคืนนี้นางได้สิ้นใจไปแล้ว และตอนนี้วิญญาณของตนก็มาแทนที่

น้ำแกงยายเมิ่งชามนั้น หลิวเสวี่ยเหมยคงไม่ได้ดื่ม นางถึงได้กลับมาจุติในร่างใหม่พร้อมความทรงจำที่ประสบชะตารักที่ไม่ต่างกันนัก

“สมเพช... ช่างสมเพชยิ่งนัก ขนาดเกิดใหม่ก็ยังไม่วายถูกพรากคนรักอีกครั้ง” นางพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“อะไรหรือเจ้าคะ” สาวใช้คนเดิมยังคงถามด้วยความห่วงใย คุณหนูของตนนอนซมด้วยพิษไข้และอาการตรอมใจ เรี่ยวแรงจะลืมตายังไม่มี ตอนนี้กลับลุกนั่งแล้วบ่นพึมพำจนนางรู้สึกกังวล

“ข้ากระหายน้ำ”

เมื่อได้ยิน เสี่ยวฉุยก็รีบรินน้ำชามาให้ ไป๋หลินเยว่รับมาค่อยๆ จิบ รู้สึกถึงคอที่แห้งผากนั้นเริ่มชุ่มขึ้นมา ชาติก่อนในนางของหลิวเสวี่ยเหมย นางเสียใจแต่ก็ไม่ได้ถึงกับล้มป่วยและอดข้าวอดน้ำจนตายอย่างร่างนี้ แต่ก็อย่างว่า จิตใจของคนนั้นความเข้มแข็งย่อมต่างกัน

“คุณหนูให้บ่าวนอนเป็นเพื่อนหรือไม่เจ้าคะ”

“ไม่ล่ะ เมื่อครู่ข้าแค่ฝันร้ายน่ะ เจ้าออกไปพักเถอะ”

เมื่อได้ยินอย่างนั้นเสี่ยวฉุยจึงไม่อยากขัดใจ อย่างไรตอนนี้คุณหนูสามของตนก็ยอมดื่มน้ำแล้ว คงกำลังฟื้นตัว นางจึงรีบออกไปตามคำสั่งทันที

เมื่อประตูปิดลง ร่างบอบบางนั้นก็เอนตัวนอนลง ดวงตาคู่งามจ้องมองไปที่เพดานห้องนอนอย่างว่างเปล่า

“การได้รับโอกาสให้เกิดใหม่อีกครั้ง ย่อมมีเหตุผล สวรรค์คงให้โอกาสข้าได้แก้ไขชะตาชีวิตของไป๋หลินเยว่ผู้นี้ ไม่ให้ต้องมีจุดจบเช่นเดียวกัน”

เพราะชาติก่อนยึดติดหลงใหลไปกับคำเยินยอ คิดว่าตนเองเป็นสตรีอันดับหนึ่งอยากได้สิ่งใดต้องได้ ยามที่ท่านพ่อขอพระราชทานสมรสกับตวนอ๋องให้ นางไม่คิดสิ่งใด คิดเพียงว่าในเมื่อชุ่นอ๋องจ้าวเทียนเลี่ยแต่งพระชายาเอกไปแล้ว นางจะด้อยกว่าไม่ได้

ในใจมีเพียงความเอาชนะ เดินหมากพลาดหนึ่งครั้งล้มทั้งกระดาน ชาติใหม่นี้นางจะไม่พลาดอีก

“ดีละ เช่นนั้นข้าจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม” นางบอกกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น ก่อนจะหลับตาลงนอนพักผ่อน ปล่อยให้ความทรงจำส่วนที่เหลือของไป๋หลินเยว่ค่อยๆ ทยอยทำหน้าที่ของมัน

********************
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel