ตอนที่ 1 แต่งงานสะเดาะเคราะห์ - 2
บุรุษผู้นี้คือเจ้าบ่าวอายุสั้นของนางนั่นเอง จ้าวเฟยหลง!
แม้จะมีผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวปิดบังเอาไว้ แต่เพราะมีความสามารถที่พิเศษเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป ทำให้นางรับรู้ได้ถึงพลังงานความตายที่แผ่ออกมาจากกายของเขาได้อย่างชัดเจน มันทำให้หลี่เหม่ยหลินรู้สึกหายใจติดขัด นางถึงกับต้องหลับตาลงพลางทำสมาธิให้นิ่งเข้าไว้เพื่อขับไล่ไออัปมงคลเหล่านี้ไม่ให้รุกคืบเข้ามาในจิตใจของนางได้
“ไปกันเถอะ”
อยู่ๆก็มีเสียงทุ้มนุ่มของบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมา เมื่อหลี่เหม่ยหลินลืมตาขึ้นมามองก็พบว่ายามนี้จ้าวเฟยหลงกำลังยื่นมือมาตรงหน้านาง แม้ริมฝีปากของเขาจะประดับรอยยิ้ม แต่ดวงตาของชายหนุ่มกลับไม่ยิ้มเลยแม้แต่น้อย
หลี่เหม่ยหลินแม้จะไม่อยากยินยอมแต่ยามนี้คงไม่อาจแก้ไขสิ่งใดได้อีกแล้ว นางจึงยื่นมือของตนไปวางลงบนฝ่ามือของเขา คนทั้งสองพากันก้าวเดินเข้าสู่จวนชินอ๋อง มุ่งหน้าไปยังโถงพิธีที่เตรียมการเอาไว้ มารดาของจ้าวเฟยหลงเมื่อเห็นว่าเจ้าสาวมาถึงแล้วก็พลันยิ้มเต็มใบหน้า
คนทั้งสองเข้าพิธีด้วยกันอย่างถูกต้องตามประเพณีปฏิบัติ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีคำนับฟ้าดินและพิธีการต่างๆแล้ว จ้าวเฟยหลงก็ขยับเข้ามาใกล้หลี่เหม่ยหลินพลางเอ่ยกระซิบบางอย่างที่ข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ได้ยินกันเพียงสองคน
“เจ้าคือหลี่เหม่ยหลินสินะ? จำไว้ว่าที่ข้ายอมแต่งกับเจ้า เพราะมีเหตุผลที่ต้องจำยอม อย่าหวังว่าข้าจะยกย่องเจ้าเป็นพระชายาจริงๆ และอย่าได้คิดจะใช้เล่ห์เหลี่ยมมาปั่นหัวข้า อยู่ในจวนแห่งนี้หากข้าให้เจ้าทำสิ่งใดเจ้าจงทำตามแต่โดยดี อย่าได้อิดออดหรือมีข้อสงสัย หากเจ้าทำตัวว่าง่ายเจ้าจะสุขสบายมั่งคั่งไปทั้งชีวิต แม้แต่ยามที่ต้องตายก่อนวัยอันควรข้าก็จะทำศพให้เจ้าเป็นอย่างดี”
เขาเอ่ยกับนางอย่างไร้เยื่อใย เดิมทีเจ้าของร่างเดิมรู้จักกับจ้าวเฟยหลงมาตั้งแต่วัยเยาว์ เพราะสองครอบครัวสนิทสนมกัน แต่พอนานวันเข้าเมื่อเขาและนางเติบโตขึ้นก็ไม่ได้พบหน้ากันอีก จ้าวเฟยหลงจึงแทบจะจำใบหน้าของหลี่เหม่ยหลินไม่ได้แล้ว เขาเองก็ใช่ว่าอยากจะทำเช่นนี้ แต่เขาไม่มีหนทางแล้วจริงๆ เขายังมีหลายอย่างที่ยังทำไม่สำเร็จ หากต้องมาตายก่อนวัยอันควรคงรู้สึกเจ็บใจไม่น้อย เมื่อมีไต้ซือชี้แนะว่าเขาต้องหาสตรีที่มีวันเดือนปีเกิดเป็นยันต์สะเดาะเคราะห์มาแต่งงานด้วย เขาจึงรีบทำตามทันที แต่ผู้ใดจะคาดคิดกันเล่าว่าสตรีที่เขาตามหาแทบพลิกแผ่นดินนางนั้นจะกลายเป็นหลี่เหม่ยหลินไปได้
แม้จะหมั้นหมายกันมาตั้งแต่ยังเยาว์ แต่เขาไม่อยากแต่งกับสตรีอ่อนแอเช่นนางที่เอะอะก็ร้องไห้บีบน้ำตาไม่หยุด เขาเคยต่อต้านไม่ยอมทำตามคำสั่งของมารดาด้วยซ้ำ แต่เมื่อได้รู้ว่านางมีดวงชะตาที่สามารถรับเคราะห์แทนเขาได้ เขาจึงคิดแผนการใหม่ขึ้นมาและยอมแต่งงานกับนางในที่สุด
หลี่เหม่ยหลินเมื่อได้ฟังวาจาระคายหูที่จ้าวเฟยหลงเอ่ยกับตน ก็รู้สึกโมโหในใจ นางอยากจะกระโดดถีบเขาสักหน หรือไม่ก็ทำพิธีสวดบูชาสาปแช่งให้เขารีบๆตายไปเสีย
หรือว่านางจะแช่งให้เขาตายเร็วๆดีนะ หากเขาตายไปสมบัติทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของนางใช่หรือไม่!
ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นมาในหัวของหลี่เหม่ยหลินไม่หยุด เหตุใดนางจะต้องญาติดีกับอ๋องชั่วผู้นี้ด้วยเล่า ในเมื่อเขาคิดจะใช้นางเป็นกระโถนรองความตาย เช่นนั้นนางก็ช่วยสาปแช่งให้เขาไปยมโลกเร็วขึ้นสักหน่อย เช่นนี้ก็ดูจะสมน้ำสมเนื้อกันดีมิใช่หรือ!
คนสองคนแม้จะเข้าพิธีแต่งงานกันแต่กลับมีแผนการชั่วร้ายต่อกันไม่จบไม่สิ้น
กว่าจะเสร็จสิ้นพิธีการที่แสนน่าปวดหัวนี้ก็ทำเอาหลี่เหม่ยหลินแทบจะทนไม่ไหว มงกุฎบนหัวนี่หนักมาก หนักเสียจนคอนางแทบจะหัก ส่วนชุดพิธีการก็ซ้อนทับกันหลายชั้นเสียจนนางแทบทนไม่ไหว เมื่อพิธีการจบสิ้นลงและถูกพาตัวมายังห้องหอ หญิงสาวก็แทบอยากจะกรีดร้องออกมาเสียเดี๋ยวนั้น
