2
นัยน์ตาก้าวร้าวสยบนางให้ปิดปากนิ่งเงียบ ก้มหน้าคุดคู้ไม่กล้าโต้แย้ง เจียลี่จำได้ว่าวันก่อนเขารังแกนาง เขาเมาสุรา ขัดขานางจนล้มหน้าคะมำจับกบอยู่หน้าเรือน ข้อเท้าของนางปวดระบม เดินกะเผลกเป็นหญิงพิการ ท่านอาไล่ตะเพิดนางเป็นไล่สุนัข นางตกใจกลัวจนตัวสั่น ทว่ากลับใจสู้ขึ้นมาจึงไม่คิดหนีไปไหนไกล นางกลับมาทำหน้าที่ของนาง หลังจากการเดินทางไปช่วยเหลือครอบครัวขายผ้าที่ตลาด นางระลึกถึงบุญคุณของเขา หากเขาไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางเอาไว้ นางคงได้เป็นผีเฝ้าป่าไปนานแล้ว
“เจ้ามารับใช้อดีตท่านอาเขยอย่างข้าได้หลายวัน ก็น่าจะรู้ พักนี้ข้าอารมณ์แปรปรวน ถ้าเจ้าไม่อยากมา ไม่จำเป็นต้องมา”
“ข้ามาได้ ข้ายินดีรับใช้ท่านอา”
“แล้วเจ้าจะปรนนิบัติข้าไปถึงเมื่อไร? บุญคุณที่เจ้าว่าจึงจะทดแทนจนหมดสิ้น”
“เมื่อเห็นว่าท่านอาสบายใจ ไม่ร่ำสุราด้วยความทุกข์ ท่านได้บ่าวรับใช้ที่ดี ดูแลท่านได้ไม่บกพร่อง ข้าค่อยบอกลาท่าน ระหว่างนี้ข้าจะมา...”
เจียลี่ยืนกรานว่านางจะมาอย่างแน่นอน ด้วยรอยยิ้มที่น่ารันทดอดสู
‘คนขี้เมา’ ไม่กล้าเอ่ยไล่นางอีก เขาออกคำสั่งให้นางนอนบนฟูกในอีกห้องหนึ่ง ตะวันขึ้นเมื่อไรค่อยเดินทางไป ขืนนางเดินลุยป่ากลับบ้านของนางในยามนี้ เขาคงได้เดือดร้อนเพราะนางเป็นแน่แท้
--------------------------
ชายผู้เป็นเพียงอดีตเขยสกุลเยี่ย ปากเอ่ยว่าเจียลี่เป็นสาวเป็นแซ่ ควรระมัดระวังตนให้มากอย่างกุลสตรีพึงกระทำ กลับยอมให้นางค้างแรมในห้องรับรองแขก กระทั่งเขาสร่างเมาจากฤทธิ์ข้าวฟ่างแดงหมักในรุ่งเช้า แลเห็นนางรีบกลับบ้านไปช่วยขายผ้าในตลาดเช่นเดิม จึงส่งคนไปแจ้งข่าวแก่บิดามารดาของนางว่านางมาเหยียบเรือนท่านอาขี้เมาในยามวิกาล
ถึงนางจะไปมาหาสู่ด้วยความหวังดี เกรงว่าท่านอาอาจได้รับอันตรายจากฟืนไฟ อาจเมามายสุราจนถึงแก่ชีวิตในที่พักอาศัยลำพัง นางก็เป็นบุตรสาวพ่อค้าขายผ้าที่มีชื่อเสียง มีหน้ามีตาในวงศ์ตระกูลขุนนาง คนในราชสำนักแห่กันมาซื้อผ้า สั่งอาภรณ์ซึ่งถักทอจากช่างฝีมือดีของสกุลเยี่ย
สกุลเยี่ยล้วนมีลูกหลานเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย อาจทำให้ชื่อเสียงหวังเฟยมัวหมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อหนุ่มน้อยใหญ่ล้วนหาข้ออ้างมาพบพวกนาง แม้อาจทำได้เพียงชะโงกคอมองด้านหน้าร้านขายผ้า
ชาวบ้านในเมืองพูดกันปากต่อปากว่า ‘ลี่จิ่น’ บุตรสาวคนเล็กสกุลเยี่ย เมื่อครั้งยังเป็นสาวสะพรั่งอายุครบสิบห้าปี สามารถเข้าร่วมการคัดสรรสาวงามเพื่อเข้าวังไปเป็นนางสนมได้ ทว่านางแสนดื้อรั้นไม่ฟังผู้ใด นางไม่มีความมักใหญ่ใฝ่สูง รักสำราญและชอบทำอะไรตามใจตน ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้สร้างปัญหาเหมือนพี่สาวอย่าง ‘จินเยว่’ ซึ่งอยู่มาวันหนึ่งก็ตั้งครรภ์กับชายยากจนไร้สกุล หลังคลอดบุตรและเลี้ยงดูบุตรสาวจนเติบใหญ่ ผู้อาวุโสในตระกูลเยี่ยจึงให้ทั้งสองมาช่วยเหลือกิจการขายผ้า อย่าได้ไปเรียกลี่จิ่นให้ต้องทำงานเหน็ดเหนื่อย นางจะช่วยหรือไม่ช่วย ให้แล้วแต่นาง
ทุกวันนี้ลี่จิ่นอายุยี่สิบเก้าปี ยังคงสวยสะพรั่งไม่ต่างจากหญิงสาวอายุยี่สิบปี หลายปีก่อนนางหันไปเอาใจเจ้าของโรงถลุงแร่โลหะอย่างหวังเฟย ก่อนจะทอดทิ้งเขาอย่างไม่ไยดี ไปสานต่อสัมพันธ์กับคุณชายสาม บุตรชายคนโปรดผู้ครองแคว้นเล็ก ๆ ทางภาคตะวันออก ได้ยินว่าอีกไม่นานจะได้ไปครองแคว้นสวี
หวังเฟยไม่ตกหลุมพรางสกุลเยี่ยอีกเป็นแน่แท้ เขากำลังครุ่นคิดเรื่องนี้ แม้กระทั่งจุดประสงค์ของเจียลี่ นางมาปรนนิบัติเขาเพื่อทดแทนบุญคุณจริงหรือไม่
“สตรี... ล้วนเป็นเช่นเดียวกันทั้งนั้น แสวงหาผู้มีอำนาจ เพื่อคุ้มกะลาหัวตน” ในน้ำเสียงเคียดแค้น หวังเฟยชิงชังลี่จิ่นเข้ากระดูกดำ เขาหันหลังกลับไปพูดกับสตรีร่างผอมบาง เพียงได้ยินเสียงฝีเท้าของนาง วางตะกร้าไม้ใส่อาหารหลายอย่าง กลิ่นหอมฟุ้งของอาหารนั้นเขาคุ้นชินเป็นอย่างดี
ตาคมจรดมองดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลา นัยน์ตาลุกโชติช่วงด้วยเพลิงโทสะ
ลี่จิ่นเคยนำดอกเหมยกุ้ยฮวามาใส่แจกัน นางทำอาหารมาให้เขา สามถึงสี่วันครั้ง หลังจากที่เขาเลิกจากการคุมบ่าวรับใช้หน้าเตาเผาในโรงถลุงแร่โลหะ จะได้พบรอยยิ้มสวยหวานของนางเป็นประจำ
“อาหญิงเจ้าเคยนำดอกไม้มาใส่แจกันโง่เง่านี่ เพื่อหลอกลวงข้า นางทำอาหารมาให้ข้าชิมมากมาย หวังว่าเจ้าคงไม่คิดจะทำเช่นเดียวกับนาง”
“นางไม่ได้ทำ!” เสียงตะคอกดัง ใบหน้าสดสวยแดงก่ำมองสีหน้าเรียบเฉยของท่านอา
ผิดไปจากกิริยาเรียบร้อยว่านอนสอนง่ายของเจียลี่ นางมิอาจปิดบังความจริงอีกต่อไป
“ข้าเป็นผู้ทำอาหารทั้งหมดนี้ ท่านอาหญิงแอบอ้างฝีมือข้า น้ำหน้าอย่างนางหรือจะทำอาหารเป็น”
เจียลี่ทำให้ชายร่างผอมยืนนิ่งงัน นางหยิบอาหารออกจากตะกร้าหลายชั้น วางไว้บนโต๊ะในห้องรับแขกกว้างขวาง นางรู้ว่าเขาจะกินอาหารที่นี่
“เต้าหู้ผัดผักใส่ไข่ น้ำแกงหวาน ไก่ตุ๋น หมั่นโถว ข้าทำ ไม่ใช่นาง นางไม่เคยทำอาหารให้ท่านกินแม้แต่อย่างเดียว” นางไม่ลืมวางไหเหล้าหมักชั้นดีไว้บนโต๊ะหลังสงบสติอารมณ์ลง เมื่อก่อนนี้นางเคยฝากสุรามาให้ท่านอา ทว่าจะให้คาดเดา นางว่าอาหญิงไม่ได้เอ่ยชื่อของนางแม้สักคำเดียวหรอก
“นี่สุราท่าน ดื่มเข้าไปเยอะ ๆ จะได้ลืมสตรีลวงโลกอย่างลี่จิ่นได้เสียที ท่านอามีตาแต่ไร้แววจริง ๆ”
