6# ตั้งใจทำงาน
ลัลณ์ลลินเรียกแท็กซี่มาส่งที่โรงพยาบาลเอกชนซึ่งคุณยายพักรักษาตัวอยู่ ทันทีที่ประตูห้องพักผู้ป่วยเปิดออกคุณยายก็ยิ้มกว้างให้หลานสาวตัวน้อยทันที
“มาแล้วเหรอลูก เป็นยังไงบ้างทำงานเหนื่อยไหม” ยายถามแบบนั้นเพราะเมื่อวานเย็นเธอออกไปโดยที่คุณยายยังคงหลับเพราะฤทธิ์ของยาที่คุณหมอให้ผ่านทางสายน้ำเกลือ ลัลณ์ลลินจึงฝากคุณพยาบาลให้บอกคุณยายไว้ว่าเธอไปทำงานและจะรีบกลับมาหายายในตอนเช้า
“ลัลทำได้ค่ะยาย” เธอเดินเข้าไปยืนข้างๆ เตียงคนป่วยพร้อมกุมมือยายไว้แน่น
“ทำไมพายาย มานอนห้องพิเศษล่ะเปลืองเงินเปล่าๆ วันนี้ย้ายยายกลับไปห้องผู้ป่วยรวมเถอะนะ” ยายของเธอยังคงเป็นกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
“ลัลคุยกับคุณพยาบาลมาแล้ว ค่าใช้จ่ายไม่แพงมากลัลจ่ายให้ยายไหวค่ะ งานใหม่ของลัลได้เงินมากพอจ่ายค่าห้องพิเศษให้คุณยายได้เลยนะคะ” ลัลณ์ลลินบอกยายด้วยน้ำเสียงสดใสเพื่อให้ยายคลายกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษา
“จริงเหรอลูก สมัยนี้ทำงานร้านเหล้าเขาให้เงินมากเลยหรือ แต่ถึงยังไงลัลก็ต้องระวังตัวนะที่แบบนั้นมีแต่คนเมา เราเป็นผู้หญิงต้องระวังตัวให้มาก” ยายบอกพลางบีบมือเล็กที่เกาะกุมมือยายไว้เบาๆ
“ไม่ต้องห่วงค่ะยาย ลัลจะระวังตัวค่ะ” เธอบอกยายก่อนจะเดินไปนั่งรอที่โซฟาเมื่อคุณพยาบาลเข้ามาวัดไข้และเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับยาย
ลัลณ์ลลินมองเห็นยายดูสดใสขึ้นมากเมื่อเทียบกับเมื่อวานและเห็นคุณพยาบาลดูแลคุณยายอย่างดีก็ทำให้เธอรู้สึกดีไปด้วย เงินที่เธอหามาได้จากการใช้ร่างกายของเธอเข้าแลกทำให้คนที่เธอรักสะดวกสบายในการรักษาพยาบาล แค่นี้ก็สุขใจมากแล้ว
เพราะความเหนื่อยล้าและร่างกายที่โดนเขาเคี่ยวกรำมาทั้งคืนจนปวดร้าวไปหมด ทำให้ลัลณ์ลลินเผลอหลับไปบนโซฟาในห้องพักผู้ป่วย
ยายสมพรมองหลานสาวหลับสนิทอยู่บนโซฟาข้างๆ เตียงผู้ป่วยด้วยความรักความสงสาร เด็กสาวที่เติบโตมาอย่างไม่ได้สุขสบายนักเพราะต้องหารายได้พิเศษเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนหนังสือและช่วยแบ่งเบาภาระของยายมาจวบจนใกล้เรียนจบมหาวิทยาลัย ขยันเรียนและเป็นเด็กดีสร้างความภูมิใจให้กับตัวเธอเองเป็นอย่างมาก
“สงสัยคงจะเหนื่อยมากหลับปุ๋ยเชียว” ยายสมพรซึ่งอาการไข้ดีขึ้นหัวเราะหลานสาวอย่างเอ็นดู
ลัลณ์ลลินหลับไปนานจนมารู้สึกตัวอีกทีตอนเย็นเพราะเสียงล้อรถเข็นของเจ้าหน้าที่ซึ่งนำอาหารเข้ามาส่งให้ผู้ป่วยในช่วงค่ำ
“ลัลป้อนให้ค่ะยาย” เธอเดินเข้าไปใกล้พร้อมแกะพลาสติกใสที่ครอบปากชามข้าวต้มอุ่นๆ ออก
“ยายกินเองก็ได้ลูก แล้ววันนี้ไม่ไปทำงานรึ”
“วันนี้ไม่ต้องค่ะ” เธอบอกยายพร้อมตักข้าวต้มป้อนยาย
“ลัลต้องไปทำงานทุกคืนวันศุกร์และจะไม่ได้กลับมานอนบ้านนะคะยาย”
“แล้วลัลจะไปค้างที่ไหนล่ะหรือว่าไปค้างห้องใบเฟิร์นเหมือนเดิม” คำถามของยายทำให้ลัลณ์ลลินมีคำตอบให้กับยายทันที ทั้งๆ ที่ตอนแรกก็กำลังคิดว่าจะบอกยายว่ายังไงดี
“ใช่ค่ะ ลัลจะค้างห้องใบเฟิร์นค่ะยาย” เธอจำต้องโกหกยายออกไปแบบนั้น เพราะลูกค้าของเธอบอกว่าคืนวันศุกร์เธอต้องค้างที่โรงแรมกับเขา
“อีกไม่กี่เดือนลัลก็จะเรียนจบแล้ว ลัลจะหางานทำแล้วก็เลิกทำงานกลางคืนเสียทีค่ะ”
ลัลณ์ลลินบอกยายพร้อมรอยยิ้ม ฝ่ามือเหี่ยวย่นลูบลงบนศีรษะเล็กพร้อมรอยยิ้มแสนอบอุ่นเช่นกัน
“ดูสิยุงกัดที่คอเป็นรอยแดงหมดแล้ว ไปซื้อยามาทาเสียนะลูก” น้ำเสียงที่แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยของยายทำให้หัวใจดวงน้อยหล่นวูบ มือเล็กยกขึ้นวางทาบทับรอยแดงบริเวณข้างลำคอขาวทันทีด้วยความกระดากอาย
ก๊อก!ก๊อก!
“คุณยายสวัสดีค่ะ” ใบเฟิร์นโผล่หน้าเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยพร้อมกับน้ำเสียงสดใส หอบหิ้วกระเช้าผลไม้สดเข้ามาวางบนโต๊ะเล็กภายในห้องคนป่วย
“คุณยายดูสดใสมากเลยค่ะ หายไวๆ นะคะ” เสียงใบเฟิร์นยังคงเจื้อยแจ้วกับคุณยายอยู่พักใหญ่จนคนป่วยหลับ เธอจึงเดินออกมาจากข้างเตียงผู้ป่วยมานั่งลงบนโซฟาข้างๆ ลัลณ์ลลิน
“เป็นไงลัลเล่าให้ฟังหน่อย คนที่ลัลไปทำงานพิเศษน่ะ ตกลงว่าเป็นใครแล้วเขาเป็นคนยังไง”
ใบเฟิร์นส่งเสียงกระซิบกระซาบถาม ลัลณ์ลลินรีบหันกลับไปมองที่เตียงคนไข้ทันทีก่อนจะลากแขนใบเฟิร์นออกมานอกห้องพักผู้ป่วยลงไปที่ร้านคาเฟ่ชั้นล่างของโรงพยาบาล
“สรุปว่าเขาเป็นใครนะ คนที่ยอมจ่ายค่าเลี้ยงดูเดือนละสองแสนเพื่อนอนกับลัลอาทิตย์ละวันเนี่ย” เสียงใบเฟิร์นถามขึ้นเบาๆ เมื่อเข้ามานั่งในร้านคาเฟ่และสั่งเครื่องดื่มเรียบร้อย
“ไม่รู้สิ ลัลไม่กล้าถามชื่อเขา เพราะในสัญญาเขาห้ามถามเรื่องส่วนตัว”
“ห๊ะ! ลัลเอากับเขาโดยที่ไม่รู้ชื่อเขา?” ใบเฟิร์นทำหน้าตกใจเหมือนกับเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเสียเต็มประดา
“อือ”
ลัลณ์ลลินตอบได้เพียงแค่สั้นๆ พร้อมกับแก้มใสร้อนผ่าวด้วยความเขิน เมื่อเพื่อนของเธอพูดโจ่งแจ้งเห็นภาพซะขนาดนั้น ทำให้นึกถึงคำพูดที่แสนทุ้มนุ่มของเขาคนนั้นที่บอกเธอเมื่อคืนทุกครั้งที่ย้ายสถานที่เพื่อทำกิจกรรมรักสุดร้อนแรง ‘ผมอยากเอาลัลในห้องน้ำ’ ‘ผมอยากเอาลัลที่โซฟา’ ‘ผมอยากเอาลัลที่เก้าอี้’ ‘ผมอยากเอาลัลถึงเช้า’ และเขาก็เอาเธอจนถึงเช้าจริงๆ โดยที่เธอเองแทบจะจำไม่ได้ว่าหลับไปนอนไหน
เพี๊ยะ!
“ใจลอยไปถึงไหนจ๊ะ นี่แค่คืนแรกก็ใจลอยเลยนะ” ใบเฟิร์นตีแขนเธอเบาๆ พร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อเห็นว่าเธอใจลอยไปไกล
“เปล่าซะหน่อย” เธอตอบเพื่อนไปพร้อมแก้มแดงไปถึงใบหูด้วยความเขินอาย
“แล้วเขาเป็นใคร ใช่คนที่อยู่ที่โต๊ะวีไอพีคืนนั้นไหม”
คำถามใบเฟิร์นทำให้ลัลณ์ลลินนึกไปถึงแขกวีไอพีที่ร้านของเจ้านายพี่พอลล่าที่เธอกับใบเฟิร์นไปดูแลเมื่อคืนก่อนขึ้นมา
น้ำเสียงที่ทุ้มนุ่มแผ่นหลังที่อบอุ่น จะใช่คนคนเดียวกันกับคุณลูกค้าของเธอหรือเปล่านะ
“ไม่แน่ใจเหมือนกันจ้ะ เพราะคืนนั้นลัลเห็นหน้าแขกที่โต๊ะไม่ครบทุกคน” ลัลณ์ลลินตอบไปตามความจริงเพราะความมืดสลัวของร้านและความเขินอายทำให้เธอไม่กล้าหันกลับไปมองแขกคนที่เธอแอบขโมยความอบอุ่นจากแผ่นหลังของเขาซึ่งนั่งหลังชนกัน
“แล้วเขาเป็นไง หล่อไหม เด็ดไหม! แซ่บไหม!” ใบเฟิร์นยกแขนเท้าคางจ้องหน้าเธอแล้วยิงคำถามพร้อมรอยยิ้มและสายตาคาดคั้นอยากรู้อยู่ในที
“ฮื้อ! ถามอะไรก็ไม่รู้” ลัลณ์ลลินแก้มแดงไปถึงใบหู กัดริมฝีปากล่างด้วยความกระดากอาย
“ไม่ต้องเขินหรอกบอกมาเลยไวๆ” เพื่อนของเธอยังคงซักไซ้ใคร่รู้ตามประสาเพื่อนสนิทที่พูดคุยกันแทบทุกเรื่อง และตัวใบเฟิร์นเองก็เป็นคนร่าเริงกล้าพูดกล้าคุยมากกว่าลัลณ์ลลินซึ่งเป็นฝ่ายรับฟังเสียมากกว่า
“เขาก็…หล่อมากแล้วก็...หุ่นดีมาก...แล้วก็สุภาพมากด้วย”
“หืม…ลัลโชคดีจังที่ได้ทำงานกับผู้ชายแบบนั้น แล้วเรื่องอย่างว่าล่ะเป็นไง แซ่บมั๊ย?”
ใบเฟิร์นถามพลางเอียงคอจ้องมองไปที่รอยแดงซึ่งประทับอยู่บริเวณข้างลำคอขาวระหงเหนือคอเสื้อยืดของลัลณ์ลลิน
“อื้อ…ไม่เอา…ไม่พูดแล้ว!” ลัลณ์ลลินแก้มร้อนเหมือนโดนไฟนาบสองข้างแก้มเพราะความเขิน รีบยกมือขึ้นปิดรอยแดงบริเวณข้างลำคอทันที
ถึงในครั้งแรกจะดูอึดอัดขัดเขินแต่เมื่อเขาปรนเปรอเธอด้วยบทพิศวาสที่ร้อนแรงบทแล้วบทเล่าจนเธอเสร็จสมหลายต่อหลายครั้ง ทำให้เธอเองก็เริ่มเรียนรู้ที่จะปรนเปรอเขาตามที่เขาบอกให้ทำ เขาจะประทับใจเธอหรือเปล่านะ เขาจะจ้างเธอต่อไหม ถ้าเขาไม่ประทับใจแล้วไม่จ้างต่อล่ะ!
“ใบเฟิร์นมีหนังจะแนะนำให้ลัลดูไหม ลัลกลัวเขาจะไม่ถูกใจที่ลัลไม่เก่งเรื่องบนเตียงแล้วไม่จ้างลัลต่อ ลัลอยากทำงานนี้สักสามเดือนเพื่อจะได้เงินมากพอใช้หนี้ให้ยาย”
“จัดให้! เรื่องแบบนี้ไว้ใจใบเฟิร์นคนนี้ได้เลยจ้ะ” ใบเฟิร์นทำท่าทางเหมือนคนเชี่ยวชาญเรื่องบนเตียงก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง
“แต่ขอเฟิร์นหาก่อนนะ เดี๋ยวจะส่งลิงค์ให้ทางโทรศัพท์ คนแบบเขาคงจะเจอผู้หญิงมาเยอะ ลัลต้องเอาชนะผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยนอนด้วยให้ได้ รับรองว่าเขาจะต้องติดใจลัลจนไม่ยอมให้ลัลเลิกทำงานนี้เลยทีเดียว”
ใบเฟิร์นพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น สองสาวก้มมองจอมือถือบนโต๊ะจนศีรษะชนกันพร้อมเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นมาเป็นระยะ
ขอแค่ให้เขาจ้างสักสามเดือนก็พอแล้ว ขอแค่ให้ได้เงินมาสักก้อนพอปลดหนี้ก้อนใหญ่ให้กับยาย เผื่อว่าคุณยายจะได้เลิกทำงานเสียที
ลัลณ์ลลินวาดฝันจะหางานทำหลังเรียนจบแล้วเป็นคนหาเงินเลี้ยงดูยาย ให้ยายได้ออกมาพักหลังจากกรำงานหนักมาทั้งชีวิต
คุณยายย้ายออกจากโรงพยาบาลกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ไม่กี่วันก็ต้องกลับไปทำงานตามปกติ
“ยายคะคืนนี้ลัลจะไปทำงาน ยายอยู่บ้านคนเดียวได้หรือเปล่าคะ” ลัลณ์ลลินถามยายในขณะที่กำลังเตรียมตัวออกไปตามนัดในคืนวันศุกร์
“ยายแข็งแรงดีแล้ว ลัลไม่ต้องเป็นห่วงยายหรอก ไปทำงานของหนูเถอะลูก”
“แล้วนี่ไปซื้อยามาทารอยยุงกัดหรือยังล่ะ เดี๋ยวก็เป็นรอยแผลเป็นหรอก” น้ำเสียงของยายที่ฟังดูเป็นห่วงเป็นใยยิ่งทำให้คนเป็นหลานกระดากอาย
“ทาแล้วค่ะเดี๋ยวก็หาย” ลัลณ์ลลินบอกยายพลางใช้มือลูบรอยแดงที่ลำคอเบาๆ พร้อมหัวใจวูบไหวเมื่อนึกไปถึงคนที่ตั้งใจทิ้งรอยแสดงความเป็นเจ้าของรอยแดงนั้นไว้
