บทที่ 7 กรรมซัด
บทที่ 7 กรรมซัด
หลังจากนั้นไม่นานก็มีเหตุให้ศรุตาต้องรับออกมาจากธรรมเอนเตอร์เทนเมนต์อย่างเร่งด่วน เพราะได้รับสายโทรศัพท์จากพยาบาลส่วนตัวที่เธอจ้างไว้ดูแลบิดาที่บ้าน ว่าท่านต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยเนื่องจากวูบ หลังจากกลับจากฟอกไตทำให้ต้องกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง
โรคประจำตัวของท่านคือโรคไต บิดาของเธอทำการรักษาด้วยการฟอกไตเป็นประจำอยู่แล้ว ผลข้างเคียงของการฟอกไต ความดันเลือดต่ำจึงทำให้มีอาการวิงเวียน หน้ามืด คลื่นไส้ ซึ่งเป็นปกติของท่าน แต่ครั้งนี้รุนแรงแบบที่ท่านไม่ได้สติเลย
ศรุตารีบมาโรงพยาบาลแต่ก็ยังช้ากว่าผู้จัดการส่วนตัว เพราะเมื่อมาถึงโรงพยาบาลก็พบว่าส้มโอมาถึงก่อนเธอแล้ว เมื่อเห็นเธอก็เดินเข้ามาโอบเธอแล้วพาเดินไปอีกทางหนึ่ง
“ไม่เป็นอะไรมากแล้ว ดีกว่าพยาบาลพามาส่งโรงพยาบาลทัน”
คำพูดของผู้จัดการส่วนตัวทำให้สองขาของศรุตาแทบหมดแรง ดีว่าส้มโอพยุงศรุตาเอาไว้ได้ทัน เหมือนว่าบิดาจะมีอาการดีขึ้น และดีขึ้นที่ว่าคือทรง แต่ถ้าเข้าโรงพยาบาลแบบนี้นั่นเท่ากับว่าท่านทรุด
“พี่ทำเรื่องย้ายห้องให้พ่อตาแล้ว หมอบอกว่าจะเปลี่ยนห้องได้ก็ต้องรอให้อาการดีขึ้น ตาไม่ต้องห่วงนะ เลิกร้องไห้นะพรุ่งนี้ไปไหวไหมถ้าไม่ไหวพี่จะบอกกองว่าตาป่วย” พรุ่งนี้ศรุตามีถ่ายงานครีมกันแดดตัวใหม่ ส้มโอจึงต้องถามน้องสาวก่อนว่าไหวไหม
ศรุตาร้องไห้อย่างหนัก แต่เมื่อได้ยินผู้จดการส่วนตัวพูดถึงเรื่องงานในวันพรุ่งนี้เธอก็หยุดร้องไห้ราวกับสั่งได้ และยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างลวก ๆ ทำให้คนมองสะท้อนอยู่ในอก ส้มโอจับมือน้องบีบมือศรุตาเพื่อให้กำลังใจ
คนที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองต้องเป็นหนี้ 30 ล้านแถมเป็นหนี้ที่ไม่ได้ก่อขึ้นมาเองอีกด้วย และส่วนหนึ่งก็มาจากบิดาของตัวเอง ที่ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU
เสียงกลั้นสะอื้นทำให้ส้มโอต้องดึงน้องมากอดเพื่อปลอบประโลมหัวใจที่เจ็บช้ำ เรื่องที่ศรุตาเจอมันหนักหนาเกินไปไหม ขออย่าให้มันมีเรื่องที่หนักไปกว่านี้อีกเลย
“ขอบคุณค่ะพี่โอ ถ้าไม่มีพี่โอตาก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว” ส้มโอโอบบ่าเล็กของน้องเบา ๆ ไม่รู้เคาะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรนักหนา
“พี่ก็อยู่ตรงนี้นี่แหละ แกเถอะถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืน ส่วนเรื่องนั้น…” ศรุตาเม้มริมฝีปากยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตา เธอพยายามหยุดร้องไห้แต่น้ำตาเจ้ากรรมกลับไม่รักดีไหลออกมาไม่มีหยุด
“ตาไหวค่ะ ยังไงก็ต้องไหวแหละพี่ ตอนนี้ก็เหลือแค่งานถ่ายโปรดักซ์ใหม่ ละครหลุดก็ช่างมันเถอะพี่ ไว้ตาไปแคชเรื่องใหม่” ศรุตาพูดไปก็เช็ดน้ำตาไป
ปกติถ้าเป็นช่วงขาขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องไปแคชงานละครเรื่องไหนหรอก เพราะผู้จัดก็จะส่งบทมาให้เลือกเลย
แต่นี่ศรุตามีข่าวเสียหายซึ่งตอนนี้ใครที่อยากจะจับตัวเพื่อลงทุนก็ต้องคิดหนักหน่อย นางร้ายสาวจึงเลือกที่จะสิ่งแคชงานละครแทน เหมือนกลับไปช่วงแรก ๆ ของการเริ่มต้นแสดงอีกครั้ง
ศรุตาร้องไห้ไม่ได้ย้อท้อต่ออุปสรรคต่าง ๆ หรือไม่ใช่คนที่สู้ชีวิตแต่อย่างใด แต่เพราะศรุตาชอกช้ำเกินไป
ตลอดทางที่มาโรงพยาบาลเธอโทรศัพท์พูดคุยกับผู้จัดการส่วนตัวหมดแล้ว รวมถึงเรื่องที่ทางธรรมเอนเตอร์เทนเมนต์เสนอมาด้วย
“พี่หมายถึงเรื่องคุณธรรม…” ศรุตากะพริบแพขนตาที่เปียกชื้น เธอส่ายหน้า
“ตามองพี่แล้วบอกทีว่าเขาไม่ได้ล้อเราเล่นใช่ไหม” ส้มโอลูบแขนน้องแล้วถามขึ้น ศรุตาสบตาส้มโอ คงไม่ต้องพูดอะไรเพราะทุกสิ่งที่ส้มโอสงสัยน้องได้ตอบออกมาทางแววตาเศร้าหมองคู่นี้หมดแล้ว
“แล้วตาคิดว่ายังไง พี่ก็ไม่รู้ว่าคอนเนกชั่นเขากว้างแค่ไหน แต่ละครเรื่องล่าสุดที่ถอดเราออก ช่องไม่กล้ายุ่งกับเขา” ส้มโอค่อนข้างหนักใจ ส่วนมากศัตรูจะมาแบบไม่เปิดเผยแล้วแทงข้างหลังเราอย่างเงียบเชียบ
แต่นี่…ธรรมราชเขาเปิดเผยตัวตนและความต้องการของเขา โดยที่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าถ้าหากศรุตาเอาเรื่องนี้ไปพูดต่อ ตัวเขารวมถึงองค์การของเขาอย่างธรรมเอนเตอร์เทนเเมนต์จะเป็นอย่างไร
“ตาบอกไปแล้วว่าจะทำงานใช้หนี้ และคิดว่าเขาก็คงไม่ทำอย่างที่พูดหรอก ตาก็มีดีนะพี่โอ ตาสามารถหาเงินให้เขาได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงเลือกทำลายตาด้วยวิธีอื่นแทนวิธีนี้ไปแล้ว”
“พี่รู้ แต่เราก็อย่าย่ามใจไป เดี๋ยวพี่จะลองหาวิธีเข้าไปคุยกับเขาดูอีกทีว่าตาไม่รับงานพวกนี้ แต่ถ้ามีโอกาสทำความรู้จักกัน...” โอกาสทำความรู้จักก่อนจะไปมีเรื่องนั้นก็คงทำให้น้องสาวเธอรู้สึกดีได้มากกว่านี้แหละ
“ไม่ต้องหรอกพี่โอ ถามมากไปเขาก็จะเหยียบเราให้จมดินกว่าเดิมอีก ตาบอกเขาไปชัดเจนแล้วว่าจะทำงานใช้หนี้ ถ้าเขาอยากได้เงินคืนเขาก็ต้องให้งานตา” ส้มโอมองน้องสาวแล้วระบายลมหายใจ มือก็บีบนวดฝ่ามือเย็นเยียบนั่น
“เขาอาจจะสนใจเราจริง ๆ ก็ได้ เท่าที่เช็กก็เป็นคนที่น่าจับตามองมากนะ จบนอกด้วยเขาอาจจะอยากลงทุนกับเรา ถ้ามีเรื่องนั้นจริง ๆ ก็ได้ด้วยกันทั้งคู่” ส้มโอสกีนผู้ชายให้น้องทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พี่น้อง แม้แต่คนร่วมงานก็ต้องดูกันดี ๆ
เธอจะต้องสืบเสาะหาประวัติกันก่อน แล้วธรรมราชก็ถือว่าเป็นผู้ชายที่คบหาก็ดูจะไม่เสียหายอะไร แค่รู้จักก็ถือว่าคุ้มแล้ว
“คนอย่างเขาไม่จำเป็นต้องลงทุนกับผู้หญิงที่ไม่มีอะไรอย่างตาถึง 30 ล้านหรอก เขาแค่เป็นคนบ้า…ก็เท่านั้น” ส้มโอเกือบจะหลุดหัวเราะเมื่อน้องพูดเช่นนั้น
เธอยกมือขึ้นลูบศีรษะของศรุตา คนที่เธอดูแลศรุตาคือหนึ่งคนที่ส้มโอเอ็นดูมากเป็นพิเศษ
“พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรตาอย่างยังไงพี่ก็ว่าอย่างนั้นแหละ แค่คุณธรรมเขาก็น่าสนใจดี…” เธอไม่โกรธที่ผู้จัดการส่วนตัวพูดแบบนี้
ถ้าไม่มีเรื่องบ้า ๆ นี่ธรรมราชก็ถือว่าเป็นผู้ชายที่น่าสนใจ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนแบบเขายื่นข้อเสนอนี้มาให้เธอ
มีผู้ชายหลายคนไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักการเมือง เศรษฐี นายทุน มีหลายคนที่อยากจะทำเรื่องอย่างว่านี้กับเธอ แต่เพราะศรุตาไม่รับงานพวกนี้ แม้แต่งานกินข้าวก็ไม่รับ
ส้มโอปลุกปั้นศรุตามาด้วยสองมือ ถ้าน้องไม่เต็มใจเราก็ไม่บังคับกัน ตัวศรุตาเองก็ไม่ใช่คนไม่มีฝีไม้ลายมือ น้องเป็นคนเก่งถึงไม่มีเรื่องพวกนั้นก็สามารถดังขึ้นมาได้โดยไม่ใช้ทางลัดอื่น
“พี่โออยากให้ตาไปเป็นของเล่นไฮโซเหรอ…ตาอาจจะไม่ได้ทำงานให้พี่แล้วนะถ้าเกิดรวยมาก ๆ น่ะ” มันเศร้าเสียจนไม่รู้ว่าจะต้องปลอบประโลมตัวเองอย่างไร
เธอจึงพูดออกมาเล่น ๆ ทั้งที่หยาดน้ำตาก็ยังคลอเอ่อ บางทีถ้ามันเหนื่อยมากกว่านี้ แค่นอนกันแล้วหนี้หมด ศรุตาจะเก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายแล้วกัน
“เอาน่าแกก็จะผ่านไปได้เหมือนทุกครั้งนั่นแหละ พี่เชื่อว่าตาทำได้” ศรุตาพยักหน้าแมสที่สวมใส่เปียกชุ่มด้วยน้ำตาไปหมด
ส้มโอมองน้องด้วยความเห็นใจอย่างที่สุด ก่อนจะตบลงไปบนบ่าเล็กที่แบกรับอะไรไว้หลายต่อหลายอย่าง
“กลับบ้านไปอาบน้ำอาบท่านอนพัก พรุ่งนี้จะได้สู้ต่อ ส่วนทางนี้พี่จะดูให้ก่อน เราจะต้องเพิ่มพยาบาลเป็นสองกะนะ” ศรุตายกมือไหว้ขอบคุณผู้จัดการส่วนตัว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโอนเงินจำนวนหนึ่งออกไป
“ตาฝากพี่โอด้วยนะพี่ ถ้าขาดเท่าไหร่ก็บอกตาได้เลยตาจะโอนมาให้ค่ะ” ส้มโอถอนหายใจตบหลังมือน้องสาว
“ไม่ต้องห่วงหรอกพี่โอ ตาไหว” ถึงจะแหลกสลายแค่ไหนศรุตาก็ยังคงต้องยิ้มสู้ต่อไป
