บทที่ 3 เข้าพบเป็นการส่วนตัว
บทที่ 3 เข้าพบเป็นการส่วนตัว
ธรรมเข้ามาในห้องรับรองส่วนตัวแล้ว เขาไม่พบใครเห็นแต่กระเป๋าสะพายของผู้หญิงที่ตั้งอยู่คู่กันกับโทรศัพท์มือถือซึ่งไม่ใช่ของเขา แน่นอนว่าวันนี้ชายหนุ่มรู้ว่าตนเองรับนัดใครไว้ และเขาตั้งใจที่จะมาสายเกินเวลานานเกือบสองชั่วโมง
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ย่ำเข้ามาใกล้ ธรรมละสายตาไปจากการสนทนากับเลขาส่วนตัวคนสนิท ก่อนที่เขาจะส่งแฟ้มในมือคืนไปด้วย
“ผมจะจัดการรันโฆษณาตัวแรกก่อน ส่วนตัวต่อไปคนที่จะมาแคชผมจะส่งรายชื่อให้คุณธรรมเลือกอีกทีครับ” แน่นอนว่าคำพูดนี้คนที่ยืนแอบฟังต้องหูผึ่ง!
ธรรมเลือกนางแบบด้วยตัวเองไม่ใช่ให้ลูกน้องทำ! อย่างนั้นการที่เธอโดนปลดจากละครก็ต้องเป็นฝีมือเขาอย่างแน่นอน!
“คุณศรไปพักผ่อนเถอะ ผมขอกาแฟร้อนสักที่” พูดจบเลขาส่วนตัวของธรรมก็ค้อมศีรษะแล้วเดินออกไป
ศรุตายิ้มค้างยืนอยู่ตรงนั้น แม้น้ำใจเล็กน้อยเขาก็ไม่คิดจะหันมาถามเธอว่าต้องการเครื่องดื่มอะไรไหม!
แต่ไม่เป็นไร! มาวันนี้ศรุตาไม่ได้ต้องการจะมาดื่มกินอะไร! เธอต้องการให้เขายัดเธอกลับเข้าไปในละครเรื่องนั้น!
“ฉันขอนั่งนะคะ” ในเมื่อเขาไม่เชื้อเชิญเธอนั่ง นางร้ายสาวก็สามารถเชิญตัวเองนั่งได้
“เชิญ…” ธรรมเพียงตอบกลับโดยไม่ชายตามามองเธอแม้สักนิดเดียว
ศรุตารู้ได้เลยว่าผู้ชายคนนี้น่าจะมีอะไรกับเธอในใจ และรังสีอคติมีมากจนรู้สึกได้ และศรุตาต้องรู้ให้ได้ว่าเหตุใดเขาถึงไม่ชอบเธอทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ!
ร่างสูงของธรรมนั่งลงนานแล้ว และเขาก็ไม่ได้เชิญผู้หญิงตรงหน้านั่ง แต่มันก็ไม่ได้เกินความสามารถของเธอ
นักธุรกิจหนุ่มยกปลายเท้าตวัดไขว่ห้างประสานมือไว้บนท่อนขาตัวเองเขามองเธอด้วยสายตาราบเรียบ แต่มันก็แฝงไปด้วยความกดดันหลายส่วนแบบที่คนโดนมองรู้สึกได้
ดวงตาคมเข้มกวาดสายตาผ่านไปเร็ว ๆ ธรรมมองร่างบางระหงหอมกรุ่นของหญิงสาวที่กำลังหย่อนสะโพกอวบอัดของเธอเพื่อนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม
สองมือเรียวขาวสุขภาพดียกพนมประกบกันกลางอกอิ่มไหว้เขาอยากจรดงดงาม ทั้งยังระบายยิ้มกว้างให้เห็นฟันขาวสะอาดเรียงสวยทุกซี่
มุมปากหยักของเขายกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นปกติแบบที่คนตรงหน้าไม่ทันจะเห็นมัน
ตลอดชีวิตเขาพบเจอผู้หญิงสวยมามาก ธรรมไม่ปฏิเสธว่าผู้หญิงตรงหน้าแม้แต่เงาก็ยังดูดี
ศรุตาเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ธรรมไม่ปฏิเสธว่าสวยมากจริง ๆ สวยแบบลืมหายใจ
แต่สำหรับชายหนุ่มแล้ว เขาไม่ได้มองคนแค่เปลือกนอกเพราะแม้แต่บางคนที่คิดว่ามองลึกเข้าไปยันกระดูก ก็ยังรู้จักกันไม่ดีพอ!
“ขอบคุณคุณธรรมมากนะคะ ที่เมตตาให้ตาเข้าพบ” น้ำเสียงของเธอช่างเหมาะกับหน้าตา ยามเอื้อนเอ่ยออกมากังวาลดุจธารน้ำไหลเอื่อย ๆ
หากหลับตาฟังก็เหมือนว่ากำลังฟังพอดแคสต์กล่อมเกลาความเมื่อยล้าในแต่ละวันได้
ทั้งที่ปากเธอระบายยิ้มอ่อนหวาน แต่ชายหนุ่มรู้ดีว่านั่นมันรอยยิ้มอาบยาพิษ!
“ผมไม่ได้เมตตา เพียงแต่ผมก็มีเรื่องอยากจะถามคุณ…เห็นคุณพยายามที่จะเข้าหาผมอย่างมากผู้ชายอย่างผมก็ต้องเอ็นดูเป็นธรรมดา” ความหมายคำว่า เอ็นดู ที่ออกมาจากปากเขา ศรุตาไม่ได้รู้สึกดีแต่เธอชาไปทั้งใบหน้าต่างหาก!
มันเหมือนว่าทุกสิ่งที่เธอเพียรทำมาหลายวันนี้ไม่ว่าจะเป็นจากเสาะหาผู้คนหรือวิธีการที่จะทำให้ตัวเองได้เข้าพบกับธรรม ผู้ชายตรงหน้ารู้เรื่องนั้น เขาก็รู้ทันเธอทั้งหมดแล้วน่ะสิ เขารู้ได้อย่างไรทั้งที่ส้มโอผู้จัดการของเธอแอบสืบเสาะอย่างเงียบเชียบ!
ธรรมไม่ชอบเธอจริง ๆ ศรุตารู้สึกได้ไม่ผิดแน่ นางร้ายสาวยิ้มก่อนจะใช้ปลายนิ้วชี้เก็บปลายเส้นผมทัดใบหู
มารยาสามพันเล่มเกวียนเธอคงจะต้องหยิบยกมาใช้ แต่! ธรรมไม่มองเธอเลย!
ศรุตาเริ่มหมดอารมณ์ ในเมื่อเขาไม่เล่นเธอก็ไม่เล่น!
“ถ้าคุณธรรมเปิดมาแบบนี้มาแล้ว งั้นตาก็ขอพูดตรง ๆ เลยแล้วกันนะคะ” น้ำเสียงที่เธอใช้ไม่เก็บความไม่พอใจอีกแล้ว
“เชิญ” เขาชอบพูดนักคำนี้เหมือนว่ากำลังแดกดันเธออย่างไงอย่างงั้น
“ตาไม่รู้ว่าไปพลาดทำอะไรให้คุณธรรมไม่พอใจ…” ศรุตาเม้มริมฝีปากหลังพูดจบและสบตาเขาอย่างจริงจัง
ธรรมไม่ปฏิเสธ นั่นก็แสดงว่าจริง! เขามองเธอด้วยสายตาราบเรียบติดจะเฉยชาด้วยซ้ำ แต่มันคือความเฉยชาประหนึ่งเกลียดชังมากกว่าจะชื่นชอบแบบที่ศรุตามั่นหน้าในทีแรก
“ตารู้สึกได้ว่าคุณไม่ชอบตามาก แต่ตามั่นใจว่าตาไม่รู้จักคุณมาก่อน เพราะฉะนั้นคนที่ไม่รู้จักกันแต่ไม่ชอบกันขนาดนี้นั่นเพราะคุณคงไปได้ยินอะไรที่ไม่ดีเกี่ยวกับตามา ถ้าเป็นเพราะข่าวของเพจ…” เธอไม่ได้คิดจะแก้ตัว แต่ก็ต้องพูดให้ธรรมมองตัวเองใหม่
เพราะการตัดสินใจของเขาก็มีผลต่องานที่เธอทำ เธอมั่นใจว่าที่กระเด็นจากละครก็ผลงานของอีตาอีโก้ที่สูงแข่งกับเปรตนี่
แต่ธรรมที่ฟังเธอพูดแล้วกลับเหยียดยิ้มเข้าใส่ทั้งที่ศรุตายังพูดไม่ทันจบประโยคเลยด้วยซ้ำ นี่กวนตีนปะ!
“ผมไม่ใช่คนโง่ศรุตา ผมไม่เชื่อข่าวลือที่ไม่มีมูลหรอก” นี่ขนาดไม่เชื่อนะ! ศรุตากัดฟันยิ้ม
“งั้นคุณธรรมก็ควรรู้ว่าข่าวนั้นแทบจะไม่มีมูลความจริงด้วยซ้ำ แต่คุณธรรมปลดตาออกจากละครทั้งที่ยังไม่รู้จักกัน นี่เหรอคะคนไม่...” และเธอก็หลุดพูดออกไปด้วยความตั้งใจแม้จะจงใจเว้นคำไว้แต่มีหรือว่าคนฉลาดอย่างธรรมจะไม่รู้ว่าเธอตั้งใจด่าเขาว่าโง่
ศรุตาแสร้งยกมือขึ้นปิดปากแกล้งโซซอรี่เขาอย่างจริงจัง ธรรมหน้าชา เขายิ้มค้างกลางอากาศมือหนาเผลอบีบกันแน่น
ที่ผ่านมาไม่มีใครกล้าพูดกับขาแบบนี้ธรรมรู้สึกสนุกขึ้นมาแล้ว นักธุรกิจหนุ่มตวัดสายตามองเธอแล้วยิ้ม
“เหตุผลที่ผมจะปลดคนนั่นคือคนคนนั้นไม่เหมาะสมที่จะทำงานให้ผม ผมเป็นคนสนับสนุนเงินทุนมันก็สิทธิ์ของผมที่จะเลือกหรือดีดใครให้กระเด็นออกไปก็ได้” เขากอบกุมชัยชนะไว้ด้วยรอยยิ้มเดียว
ธรรมมองเธอราวกับจะมองให้ลึกไปถึงกระดูก เขาพอจะรู้ชื่อเสียงของผู้หญิงตรงหน้ามามาก
“งั้นคุณธรรมก็กำลังจะบอกตาว่าที่ตากระเด็นออกจากละครเรื่องนี้ก็เพราะคุณไม่ชอบตา” ศรุตาฉีกยิ้มแต่ในปากเธอกัดกระพุ้งแก้มจนได้กลิ่นคาวเลือด
“ผมไม่ได้ไม่ชอบคุณ...ยังไม่ได้พูดสักคำ” สายตาของเขายิ่งกว่าเกลียดกันอีก ผู้ชายคนนี้ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ!
“ธรรมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ทำงานกันแบบนี้เหรอคะ ตาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ขนาดนี้ มายเซตของผู้บริหารจะ…” เธอพูดทิ้งไว้แค่นั้นก่อนจะบิดริมฝีปากเหยียด ๆ
ในเมื่อเขาโยนก้อนหินใส่เธอ ก็อย่าหวังว่าเธอจะโยนดอกไม้ให้!
“ศรุตา...ก่อนจะพูดอะไรควรคิดก่อน ผมไม่อยากให้คุณต้องมาเสียใจกับคำพูดสิ้นคิดของตัวเองนะ” ศุรตาสนใจที่ไหน เธอบิดยิ้มจ้องเขาอย่างไม่ยอม
นางร้ายสาวกำลังจะอ้าปากพูดประเด็นที่เรากำลังพูดกันอยู่นี่ แต่อีกฝ่ายกลับเปิดประเด็นใหม่แบบตรงเข้าเรื่อง และเรื่องนั้นกลับทำให้ร่างกายคนฟังชาวาบ!
