บทที่ 1 คนของใคร
บทที่ 1 คนของใคร
“คนของธรรมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ งั้นเหรอ?” ศรุตาเหมือนว่าจะพึมพำอยู่ในลำคอตัวเอง
“เราไม่เคยร่วมงานกับเขา” ส้มโอบอก ก่อนจะเดินไปหยิบน้ำแร่ในตู้เย็นมาให้นางร้ายสาว
ศรุตามองหน้าตามร่างอวบอิ่มของผู้จัดการส่วนตัว และเธอก็ก้มหน้าลงก่อนจะคว้ามือถือมากดหาเสิร์ชหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต แค่เพียงไม่กี่นาทีก็ปรากฎข้อมูลที่เธออยากจะรู้
“ธุรกิจของธรรมอะไรนี่เพิ่งจะมาบูมช่วงปีสองปีนี้ อ๋อ…ธุรกิจครอบครัวทำอสังหา คอนโดที่เราอยู่ก็ของเขางั้นเหรอ? นี่สินะเจ้าของ! คนนี้เหรอสปอนใหญ่” ศรุตายื่นเปิดหน้าจอโทรศัพท์และยื่นให้ผู้จัดการส่วนตัวดู ส้มโอพยักหน้า คนนี้แหละเจ้าของธรรมเอ็นเตอร์เทนเมนต์
นางร้ายสาวจึงบิดริมฝีปาก แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าคนแบบนี้ต้องอีโก้สูงเฉียดฟ้า เกิดมาบนกองเงินกองทอง อะไรนิดหน่อยก็แตะไม่ได้
ไอ้น่าตาก็ดีอยู่นั่นแหละแต่นิสัยเห็นทีจะใช้ไม่ได้ เธอเกลียดนักพวกคนที่ไม่คิดจะฟังคนอื่นก่อนเลย อะไร ๆ ก็ตัดสินในสิ่งที่ตัวเองคิดเองเสียหมด
“ผู้บริหารหนุ่มหล่อไฟแรงสาวน้อยใหญ่ต่อคิวเพียบ” ส้มโอเดินมาหย่อนสะโพกนั่งลงข้างศรุตา และยื่นหน้าเข้าไปดูหน้าจอโทรศัพท์ด้วยกัน
“ใครจะต่อคิวก็ต่อไป ตาไม่สนใจอยู่แล้ว” ศรุตาเข็ดขยาดกับการคบคนรวยหรือคนที่มีฐานะสูงกว่าตัวเองแล้ว
แฟนคนล่าสุดที่เลิกกันไป ก็เพราะครอบครัวกีดกันหาว่าเธอไปปอกลอก เงินสักบาทศรุตาก็ไม่เคยเอากับใคร แต่ทำไมคนต้องคิดว่าเธอคบผู้ชายรวยเพราะเงินด้วย!
ตอนเลิกกันก็เจ็บระบมอยู่หลายเดือน หากไม่มีบิดาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเธอก็คงแย่ไปแล้ว สุดท้ายต่อให้เราทำดีเท่าไหร่ ทำดีแค่ไหน คนที่มองไม่เห็นก็ไม่คิดจะมองกันในแง่ดีอยู่ดี
“ไม่ได้สนใจ แต่ไม่หยุดดูรูปเลยนะ” ด้วยความเร็วแสง ศรุตากดสลับหน้าจอใช้แอคเค้าท์หลุมในการสอดส่องไอจีส่วนตัวของธรรม เดชเดชากุล
“ตาก็ต้องดูข้อมูลศัตรูสิพี่ แบบนี้เรียกศัตรูได้ไหมเพราะการที่เขาปฏิเสธตาก็เท่ากับเขาเป็นจุดเริ่มต้นขบวนการดิสเครดิตกันไหม แล้วนี่บริษัทเขาบูมอยู่ด้วยทำแบบนี้มันต่างกับทำให้ตาไม่มีที่ยืนตรงไหน เขาไปเชื่อข่าวไม่มีมูลจากเพจอิน้อยที่ไม่มีตัวตนอะไรนั่น โง่เกินไปแล้ว!”
ศรุตาพูดแล้วก็หงุดหงิดไม่หาย ส่วนนิ้วมือก็เลื่อนดูข้อมูลไปเรื่อย ๆ
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ว่าแต่เราเถอะ…ทำงานกับคนที่เกลียดได้ไหม”
“ทำไมจะทำไมไม่ได้ อะไรที่ได้เงิน ถ้าไม่ผิดศีลธรรมตาก็ทำได้ทั้งนั้น พี่โอเป็นคนสอนตาเองไม่ใช่เหรอ”
ส้มโอได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้างออกมา คราวนี้ส้มโอเข้าเรื่องได้สักที มือหนาของผู้จัดการส่วนตัวคว้ามือเธอไปจับ ศรุตาจึงหันไปมองด้วยความงุนงง
ส้มโอเป็นผู้ชายที่ร่างเป็นหญิง ผ่าตัดโมเครื่องมาใหม่หมด หากไม่ดูบัตรประชาชนก็คงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็น LGBTQ
“พี่ติดต่อขอเข้าพบ แต่เขาปฏิเสธสามครั้งแล้ว…” ส้มโอพูดแค่นั้นก่อนจะเว้นจังหวะหายใจ
ที่จริงส้มโออยากจะพูดมากกว่านั้นคืออีกฝั่งไม่ได้ปฏิเสธธรรมดา แต่เรียกว่าตัดบัวไม่มีเหลือใย แถมแสดงท่าทีไร้มารยาทไม่คิดจะรักษาน้ำใจกันไว้เลยด้วยซ้ำ
“แหงแหละ ตาดูหน้าไอ้ตาธรรมอะไรนี่ก็รู้ว่าอีโก้สูงแข่งกับเปรต แต่ประสบความสำเร็จแล้วยังไง ตัดสินคนอื่นโดยที่ไม่รู้ความจริงทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ แบบนี้มันใช้ได้เหรอ?!” ศรุตาเลื่อนนิ้วมือกวาดสายตาดูข้อมูลเจ้าของบริษัทเอ็นเตอร์เทนเมนต์ชื่อดังอะไรนั่น
“แกก็พูดไป คนที่อยู่สูงขนาดนั้นเขาก็รับสารตามที่คนเอาไปรายงานนั่นแหละ แต่เขายังไม่หาคนมาเสียบนั่นเท่ากับว่าเราก็ยังพอมีโอกาสอยู่” ส้มโอมั่นใจแบบนั้น
มันเหมือนว่าช่องก็แบ่งรับแบ่งสู้ เพราะศรุตาไม่ได้เริ่มมาเป็นนางร้ายเลย น้องสาวเธอคนนี้เริ่มมาจากอินฟลูเอนเซอร์ฐานคนติดตามจะดีจะร้ายก็อยู่ในกระแสได้ตลอด
แค่ศรุตาขยับตัวก็เป็นประเด็นไปเสียหมดแล้ว ถึงจะมีเรื่องไม่ดีแต่มันก็สลับ ๆ กันไป มีกระแสก็ดีกว่าไม่มีเลย ศรุตาถือว่าเป็นลูกรักของช่อง ประกอบกับผู้ใหญ่เอ็นดูอยู่มาก
เรื่องเต้าข่าวอะไรพวกนี้ก็เหมือนว่าผู้ใหญ่ทางช่องจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถ้าจะออกตัวไปออกหน้าไปเลยก็กลัวจะไม่ถูกใจสปอนเซอร์ เรื่องนี้ส้มโอผู้จัดการจึงต้องรับหน้าเสื่อเคลียร์เองทั้งหมด
เพราะทางช่องก็ไม่ได้ตัดศรุตาทิ้งซะทีเดียว ก็ให้ช่องทางการติดต่อคนของธรรมเอ็นเตอร์เทนเมนต์มาด้วย ตรงนี้ส้มโอรู้สึกว่ามันก็มีอะไรที่แปลกมากอยู่
ส้มโอคิดว่าเรายังพอมีโอกาสอยู่อย่างน้อยก็ได้เจอได้คุยกันก่อน ทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้นกว่านี้
“พี่โอไม่ต้องมาอ้ำอึ้ง จะให้ตาทำอะไร?” นางร้ายสาวหันหน้าไปถาม เพราะอยู่กันมานานไอ้ท่าทีป้อล้อกันแบบนี้ก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง
“แบบนี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อยก็ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่แต่งตัวสวย ๆ แล้วไปตามนัดแค่นั้นแหละ” ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนยาวกระพริบเชื่องช้า ก่อนที่ปลายนิ้วมือจะหยุดค้นหาข้อมูล
“เขาไม่รับนัดฉัน แต่เขาน่าจะรับนัดแก…จริงไหม” ศรุตามองหน้าผู้จัดการส่วนตัวโดยไม่พูดอะไร
“บางทีเขาอาจจะไม่ได้อยากคุยกับฉัน” ส้มโออยู่ในวงการนี้มานานปั้นเด็กให้โตมาไม่รู้เท่าไหร่ เรื่องแค่นี้เธอพอดูออก
“แล้วพี่มั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะอยากคุยกับตา ที่เขาทำคือการดิสเครดิตกันนะพี่ไม่ได้เอางานมาป้อนให้ถึงปาก” นางร้ายสาวก็อยากจะอินตามที่ผู้จัดการส่วนตัวพูด แต่คิดตามไม่ลงเมื่อนึกถึงความเป็นจริง
“ก็ไม่แน่หรอก ผู้ชายพวกนี้…อะไรที่มันยุ่งมันยากก็ชอบนักแหละ และถ้าเกิดเขารับนัดจริง ๆ แกจะไปไหม” แม้ส้มโอจะมั่นใจว่าศรุตาแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ แต่ก็อยากจะได้เป็นคำตอบที่ชัดเจน
“พี่พูดเหมือนไม่รู้จักตาเลยนะ ไปสิรอไร!”
