ตอนที่ 1 จุดจบของแม่ทัพทมิฬ
ตอนที่ 1
จุดจบของแม่ทัพทมิฬ
ณ ชายแดนต้าเหลียง
ท่ามกลางท้องฟ้ามืดครึ้มในยามเช้า ทั่วบริเวณมีไอหมอกหนาอันเย็นเยียบปกคลุม มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวและเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ ดังมาตามลมเป็นระยะ
ไม่นานเสียงของธรรมชาติทั้งหมดกลับถูกฉีกกระชากจากเสียงศาสตราวุธที่ปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง เสียงกีบม้าศึกนับพันและเสียงคำรามของทหารนับหมื่นที่พร้อมจะตายเพื่อแผ่นดิน กลิ่นคาวเลือดผสมดินโคลนคละคลุ้งไปทั่วเมื่อร่างหนึ่งล้มลง ร่างใหม่ก็ก้าวข้ามไปเพื่อใช้คมดาบฟาดฟันใส่เนื้อหนังของฝ่ายตรงข้ามจนเลือดสาดกระเซ็น จนย้อมผืนดินให้กลายเป็นสีแดงฉาน
กลางสมรภูมิรบที่ดุเดือด แม่ทัพหนุ่มนามว่า เซียวเหยียนหลง ผู้ได้ฉายานามว่า ‘แม่ทัพทมิฬผู้ไร้ใจ’ กำลังปะทะคมดาบกับแม่ทัพแคว้นเป่ย เสียงโลหะของดาบทั้งสองกระทบกันดัง
เคร้ง! เคร้ง!
ทุกท่วงท่าของเซียวเหยียนหลงมีแต่รุกไล่ดุดันราวพายุโหมกระหน่ำ ส่วนแม่ทัพแคว้นเป่ยทำได้เพียงตั้งรับอย่างยากลำบาก ใบหน้าเริ่มซีดเผือดจากการเสียเปรียบ
"เจ้ารังแต่จะตั้งรับอย่างนั้นหรือท่านแม่ทัพ หรือฝีมือเจ้ามีแค่นี้" เซียวเหยียนหลงเอ่ยเยาะหยัน น้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก
"หุบปากซะ… ไอ้ปีศาจ" แม่ทัพแคว้นเป่ยตะโกนตอบกลับด้วยความโกรธ แต่ก็มิอาจเปลี่ยนสถานการณ์ได้
การต่อสู้ของทั้งสองเริ่มยาวนานขึ้น จนเซียวเหยียนหลงเริ่มที่จะเบื่อกับการหยอกล้อเหยื่อ และต้องการจบศึกนี้โดยเร็วที่สุด จึงแสร้งทำเป็นเปิดช่องว่างที่ลำตัวด้านซ้ายให้ศัตรูตายใจ เมื่อแม่ทัพแคว้นเป่ยเห็นเช่นนั้นก็ไม่รอช้า พุ่งดาบเหล็กกล้าของตัวเองเข้ามาหมายจะปลิดชีพอย่างสุดแรง
แต่ดวงตาคมกริบของเซียวเหยียนหลงที่จับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูอยู่แล้วทำการบิดตัวหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็วและแม่นยำ จนเส้นผมสีดำสนิทพลิ้วไหวไปตามแรงลม ทำให้ปลายดาบของศัตรูเฉือนผ่านอากาศไปอย่างเฉียดฉิว
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ชายหนุ่มก็ใช้สันดาบที่อยู่ในมืออีกข้างกระแทกเข้าที่ข้อมือของแม่ทัพแคว้นเป่ยอย่างแรง จนเสียงกระดูกลั่น "กร๊อบ!" ดาบของแม่ทัพแคว้นเป่ยที่กำลังพุ่งหมายสังหารก็หลุดจากมือกระเด็นไปตกไกลบนพื้นดิน
"อ๊าก!" แม่ทัพแคว้นเป่ยร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
ไม่รอให้ศัตรูได้ตั้งตัว เซียวเหยียนหลงก็ตวัดดาบในมืออย่างรวดเร็วและเด็ดขาด แทงสวนเข้ากลางแผ่นหลังของแม่ทัพแคว้นเป่ยในดาบเดียว เสียงเนื้อฉีกขาดดัง "ฉึก!" ก่อนจะถอนดาบออกมาอย่างรวดเร็ว ปลายดาบนั้นเต็มไปด้วยโลหิตสีแดงฉานที่ไหลหยดเป็นทาง
"อึก..." เสียงสุดท้ายของแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามดังขึ้น ดวงตาเบิกโพลงค้าง ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนที่เรี่ยวแรงทั้งหมดจะมลายหายไป ร่างที่เคยแกร่งทรุดลงกับพื้นอย่างช้า ๆ และแน่นิ่งไปในที่สุด
ไม่นานเสียงตะโกนจากทหารต้าเหลียงนายหนึ่งจะระเบิดขึ้น "แม่ทัพแคว้นเป่ยตายแล้ว" เสียงนั้นทำให้ทหารต้าเหลียงโห่ร้องกึกก้องไปตาม ๆ กัน ทหารแคว้นเป่ยที่กำลังต่อสู้ถึงกับชะงัก แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ทำให้ทหารต้าเหลียงมีจังหวะสังหารศัตรูแบบไม่ทันตั้งตัวได้โดยง่าย
ในที่สุดการป้องกันก็พังทลายลง รองแม่ทัพของแคว้นเป่ยคนหนึ่งก็หันหลังวิ่งหนีไปที่ชายแดนของตนทันที ไม่นานกองทัพแคว้นเป่ยก็แตกพ่าย
เซียวเหยียนหลงไม่แม้แต่จะชายตามองร่างไร้วิญญาณที่นอนอยู่แทบเท้า นัยน์ตาสีแดงจับจ้องไปยังธงของทัพศัตรูที่อยู่ไกลออกไป ก่อนจะขี่ม้าทะยานนำทหารที่เหลือบุกตะลุยไปข้างหน้า เพื่อไล่ต้อนทหารของข้าศึกที่แตกพ่ายให้พ้นออกไปจากเขตดินแดนแคว้นต้าเหลียง
เมื่อขับไล่ศัตรูให้พ้นจากดินแดนได้แล้ว เซียวเหยียนหลงยืนนิ่งอยู่กลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องยินดีของเหล่าทหารหาญที่ยังคงมีชีวิตรอด พวกเขากู่ร้องกึกก้องเรียกชื่อ "แม่ทัพเซียว! แม่ทัพเซียว!" ด้วยความเคารพและชื่นชมในชัยชนะอันยิ่งใหญ่
แต่สายตาของผู้เป็นนายกลับไม่ได้มองไปยังทหารที่กำลังเฉลิมฉลอง หากแต่ทอดมองไปยังร่างไร้วิญญาณของเหล่าพี่น้องร่วมรบที่นอนเกลื่อนอยู่บนพื้นดิน ผสมปะปนกับร่างของศัตรูที่แน่นิ่ง เลือดสีแดงฉานอาบย้อมผืนแผ่นดินที่เคยเขียวขจีให้กลายเป็นสีแดง กลิ่นคาวเลือดและดินโคลนยังคงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
นี่คือภาพอีกด้านของชัยชนะ ความสูญเสียอันมหาศาล ความเจ็บปวดที่ไม่อาจลืมเลือน และราคาที่ต้องจ่ายด้วยชีวิตของทหารผู้กล้าหาญนับไม่ถ้วน เพื่อแลกมาซึ่งความสงบสุขเพียงชั่วคราว
เซียวเหยียนหลงกวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะกำหมัดแน่น ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับหม่นหมองและเจ็บปวด เขารู้ดีว่าชัยชนะทุกครั้งย่อมทิ้งร่องรอยของความตายและน้ำตาไว้เบื้องหลังเสมอ นี่คือชะตากรรมของนักรบ และนี่คือภาระที่เขาต้องแบกรับในฐานะแม่ทัพ
