ตอนที่ 5 เลือกไม่ถูก
ตอนที่ 5 เลือกไม่ถูก
สองวันถัดมา
มหาวิทยาลัยxxx
เรียนคาบสุดท้ายจบในเวลาบ่ายโมงกว่าๆ ส่วนวิชาที่เหลืออาจารย์ไม่เข้าสอน ดังนั้นวันนี้จึงเลิกเรียนเร็วและกลับบ้านได้
ฉันเดินอ้อยอิ่งอยู่ภายในรั้วมหาวิทยาลัย รู้สึกเบื่อๆ ยังไม่อยากกลับบ้าน พี่มินกว่าจะกลับก็เย็นบ้างดึกบ้าง เอาจริงก็เหงานะ
“น้องมุก”
“…” ฉันหยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงคนเรียก
“มาเดินทำอะไรครับ”
“เดินเล่นค่ะ พอดีเรียนคาบสุดท้ายเสร็จแล้ว” ฉันตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
“เหรอ แล้วกลับบ้านยังไง?”
“ว่าจะนั่งรถเมล์ค่ะ”
“ให้ไปส่งมั้ยครับ”
คนนี้ที่ฉันคุยอยู่เขาชื่อพี่นิว เป็นรุ่นพี่ในมหา’ลัย เรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ปีสี่ พอดีเรารู้จักกันแบบบังเอิญน่ะ เรื่องมันยาว ขี้เกียจจะเล่า
“ไม่เป็นไรค่ะ มุกขอตัวก่อนนะคะ” ก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินมาต่อ
เป็นเวลาบ่ายสองโมง ฉันเดินออกมารอรถประจำทางที่หน้ามหาวิทยาลัย ไม่นานนักก็เห็นใครบางคนกำลังจะเดินข้ามถนนมาหาจากอีกฝั่ง
จริงๆ เลย ลุงเตย์จอมตื๊อ~
“ไงน้องมุกคนสวย”
“สวัสดีค่ะคุณเตย์”
“เมื่อไหร่จะเรียกพี่เตย์ล่ะคะ”
“…” ฉันยิ้ม อายุมากกว่าตั้งสิบห้าปี จะให้ฉันเรียกเขาว่าพี่มันก็ยังไงๆ อยู่
“ยิ้มอะไร”
“เปล่าค่ะ”
“อย่าเรียกลุงก็พอ”
“ค่ะ”
“แล้วนี่เลิกเรียนแล้วใช่มั้ย”
“ใช่ค่ะ”
“อย่าพึ่งกลับบ้านได้เปล่า พอดีพี่อยากพามุกไปเดินห้างน่ะ”
“มุกไปบ่อยแล้วค่ะ” ฉันไปห้างจนเอียนแล้วล่ะ ไปเกือบจะทุกวัน ชอบไปเดินตากแอร์เล่น
“ไปหน่อย อยากได้อะไรพี่เตย์คนนี้จะซื้อให้หมดเลยค่ะ” คุณเตย์คว้ามือฉันไปจับไว้ข้างหนึ่ง “วันนี้พี่อุตส่าห์เบี้ยวงานเพื่อมาหาน้องมุกโดยเฉพาะเลยนะ” ทำหน้าตาออดอ้อนใส่
ให้ตายสิ คนแก่มีมุมแบบนี้ด้วย
คิดอีกทีก็ดีเหมือนกันนะ อยากจะรู้นักว่าสายเปย์แค่ไหนกันเชียว?
“ก็ได้ค่ะ”
“น่ารักที่สุด” คุณเตย์กำลังจะจูงมือฉันข้ามถนนเพื่อไปขึ้นรถของเขาที่จอดอยู่อีกฝั่ง
ทว่าดันมีคนมาใหม่เข้ามาขัดจังหวะไว้ “น้องมุก” พี่นิวเรียกชื่อฉันแล้ววิ่งปรี่เข้ามาหา “จะไปไหนเหรอ?”
“คือมุกจะ…”
“คนนี้พ่อใช่มั้ยครับ”
“คือ…”
“สวัสดีครับพ่อ ผมนิวเป็นรุ่นพี่อยู่มหา’ลัยเดียวกับมุกครับ”
ไม่ทันได้พูดอะไร พี่นิวดันคิดว่าคุณเตย์คือพ่อของฉันแถมยังยกมือไหว้เสร็จสรรพ
“ใครพ่อวะ?!” คุณเตย์ถามกลับด้วยน้ำเสียงเข้ม
“คุณพ่อ?” พี่นิวทำหน้างงแล้วหันมามองหน้าฉัน
“ไม่ใช่ค่ะ” ฉันตอบแล้วยิ้มแห้งใส่พี่เขา
“อ้าวเหรอ แล้วใครอะ?”
“เป็นใครไม่ต้องสาระแน แต่มึงอะมีสิทธิ์อะไรมาหาว่ากูเป็นพ่อวะ!” คุณเตย์บอกพี่นิวอย่างคนหัวร้อน
ก็น่าหัวร้อนอยู่ ไปหาว่าเขาเป็นพ่อนี่เนอะ
“เอ้า ก็เห็นแก่ๆ ผมก็เลยนึกว่าเป็นพ่ออะดิ งั้นขอโทษละกันครับ”
“ขอโทษละจบเหรอวะ” คนอายุเยอะกว่าเหมือนจะไม่ยอม
“จะ ใจเย็นๆ นะคะ” ฉันรีบปรามแล้วยืนคั่นกลางไว้ ดูทรงไม่น่าไว้ใจ กลัวมีจะคนต่อยกัน “แค่เรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยเองค่ะ”
“ก็ได้ค่ะ เราไปกันเถอะ” คุณเตย์ยอมอย่างว่าง่าย ก่อนจะจับมือฉันไว้แน่น
“น้องมุกจะไปไหนเหรอ?” พี่นิวเอ่ยถาม
“ไปห้างค่ะ”
“ดีเลย พี่ก็ว่าจะไปห้างพอดี งั้นเราไปด้วยกันเถอะ” พี่นิวจับมือฉันไว้อีกข้างเช่นกัน
“ไม่ได้ น้องมุกจะไปกับกู!” คุณเตย์ไม่ยอม
“ผมไม่รู้คุณเป็นใคร แต่ว่าน้องมุกจะไปกับผมต่างหาก” พี่นิวก็ยอมที่ไหน
ตอนนี้สองมือถูกพันธนาการจากผู้ชายสองคน แถมผู้คนยังมองมาที่พวกเราเป็นตาเดียว
“…” ฉันรู้สึกอึดอัดและทำตัวไม่ถูกเลยแฮะ อยู่ๆ ก็มีผู้ชายสองคนมาแย่งมายื้อกันแบบนี้
ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง
หลังจากที่โดนฉุดยื้ออยู่พักใหญ่ และการตัดสินใจของฉันจบลงด้วยการมาเดินห้างพร้อมกันทั้งสามคน มีฉัน คุณเตย์ และพี่นิว เพราะถ้ามากับใครคนใดคนหนึ่งคงได้มีมวยเกิดขึ้นแน่นอน ดูทรงแล้วนิสัยแรงทั้งคู่
“น้องมุกอยากได้อะไรคะ” คุณเตย์ถามพร้อมเดินแนบชิดลำตัวข้างขวาของฉัน
“ไม่ค่ะ มุกไม่อยากได้อะไร”
“เสื้อผ้ามั้ยครับ เดี๋ยวพี่ซื้อให้” พี่นิวก็ถามฉันเช่นกัน และตอนนี้เขาเดินขนาบอยู่ข้างซ้าย
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“กระเป๋าดีกว่าค่ะ เอาไว้สะพายสวยๆ เวลาไปมหา’ลัย” คุณเตย์ไม่รอฉันตอบ เขาพาฉันเดินเข้าไปในร้านขายกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงทันที
“คือมุก…”
“ขอใบที่แพงที่สุดทีครับ!” ผู้ชายทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน
ว้าว! ชีวิตฉันดูมีวาสนาดีจัง
“ใบนี้เลยค่ะ เป็นคอลเลคชันใหม่และแพงที่สุด ราคาอยู่ที่ห้าแสนบาทค่ะ” พนักงานเข้ามาบริการแล้วหยิบกระเป๋าราคาแพงใบนั้นมาให้ดู
“…” มันสวยมาก แต่ราคาจะแรงไปไหน ตั้งห้าแสนเชียวแน่ะ
“เอาใบนี้ครับ!” และผู้ชายทั้งคนก็พูดขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง
“บ้าเหรอคะ ไม่เอาค่ะ” ฉันรีบปฏิเสธทันทีทันใด ใครมันจะไปบ้าใช้กระเป๋าราคาครึ่งล้าน และประเด็นจะมีตั้งสองใบอะนะ ไม่ไหวๆ
“เอาครับ”
“ผมก็เอาครับ”
“ได่ค่ะ รบกวนรอสักครู่นะคะ” พนักงานเดินไปที่เคาน์เตอร์ทันที
“มุกบอกว่าไม่เอาไง”
“พี่อยากซื้อให้ค่ะ” คุณเตย์พูดขึ้นแล้วยิ้มให้ฉัน
“อยากให้น้องมุกสะพายสวยๆ” พี่นิวพูดขึ้นอีกคน
สองคนนี้นี่นะ!
เดินออกมาจากร้านกระเป๋าได้ ฉันก็โดนสองหนุ่มลากไปร้านรองเท้าบ้าง ตามด้วยร้านเสื้อผ้าบ้าง และจบที่ร้านเครื่องเพชร
ที่เป็นเพชรแท้ๆ!
“มุกว่าพอแล้วดีกว่าค่ะ” มันเยอะเกินไปแล้ว แถมยังมีแบบเดียวกันถึงอย่างละสองอัน และฉันจะใช้ยังไงล่ะทีนี้ “แค่นี้ก็เยอะแล้ว เกรงใจ”
“ไม่เป็นไร พี่เปย์ได้ค่ะคนสวย” คุณเตย์บอกพร้อมใช้มือลูบแก้มฉันแผ่วเบา
“แค่นี้จิ๊บๆ ครับ” พี่นิวก็ไม่มียอม เขาจะลูบผมฉันบ้าง แต่ดันโดนอีกคนปัดมือออก “มาปัดมือออกทำไมครับ?!”
“อย่าสะเออะมาแตะต้องน้องมุก!”
“อ้าว แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องมุกอะ!”
“…” เฮ้อ ฉันไมเกรนจะขึ้นสมอง
“ก็กูชอบน้องมุกว่ะ”
“ผมก็ชอบมุก”
หะ หา!
คุณเตย์ชอบฉันอันนั้นพอรู้ แต่พี่นิวก็ชอบฉันอย่างนั้นเหรอ?
“กูไม่ให้ชอบ!”
“ผมจะชอบ!”
“พอเถอะค่ะ พอๆ” ดึงสติกลับมาแล้วเอ่ยห้ามคนใจร้อนทั้งสอง ตอนนี้พนักงานขายเพชรมองตาปริบๆ แล้วมีสีหน้าเจื่อนลง “จะพามาซื้อเพชรไม่ใช่เหรอคะ”
“…”
“…”
สองหนุ่มมองเขม่นใส่กัน
“ว้าว เส้นนั้นสวยจังเลยค่ะ” ฉันชี้ไปที่เพชรเส้นหนึ่งเพื่อดึงความสนใจให้สองคนนั้นเลิกแยกเขี้ยวใส่กัน
“เส้นนี้เหรอคะ เดี๋ยวหยิบให้ดูค่ะ” พนักงานหยิบขึ้นมาให้ดู “เส้นนี้เก้าล้านสองแสนบาทค่ะ”
“กะ เก้าล้าน!” พระเจ้า สร้อยเส้นแค่เนี้ยนะเก้าล้านบาท ไม่อยากจะเชื่อ
“เก้าล้านเหรอครับ?” คุณเตย์ถามพนักงานอีกครั้ง
“…” พี่นิวนี่หน้าเหวออย่างเห็นได้ชัด
“ค่ะ เก้าล้านสองแสนบาทค่ะ ราคานี้ดีมากนะคะ” พนักงานทวนราคาให้อีกครั้ง
“…” ฉันเงียบแล้วตีเนียนค่อยๆ เดินออกมา ไม่ไหวๆ ราคาเก้าล้านเชียว
“น้องมุกคนสวยคะ” คุณเตย์เดินตามหลังมาติดๆ เขากระซิบกระซาบข้างหูฉัน “ไปร้านทองก่อนเถอะนะ สร้อยทองก็สวย”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“…” ส่วนพี่นิวก็ตามมาเงียบๆ เช่นกัน
แต่ก็แอบขำในใจนะ สายเปย์ไม่จริงนี่นาสองคนนี้ หน้าซีดเหงื่อตกกันใหญ่
