ตอนที่ 4 หาเงิน3
ตอนที่ 4 หาเงิน3
หลี่เลี่ยงหลิงขึ้นรถของหมู่บ้านไปยังตัวอำเภอเพื่อหาหนทางเข้าตลาดมืดที่เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ส่วนใด และใช้รหัสใดในการเข้าไป เพราะจากที่ทราบว่าการเข้าตลาดมืดจะต้องเอ่ยโค้ดลับจึงจะสามารถเข้าไปด้านในได้
หญิงสาวชาวบ้านใบหน้างดงามที่แต่งกายดีหน่อยมักตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนเสมอ ด้วยหญิงสาวมองซ้ายขวาหันรีหันขวางอยู่นานก็มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาหา
“แม่หนูมองหาอะไรหรือ ป้าเห็นหนูมองซ้ายขวาอยู่นานแล้ว” หลี่เลี่ยงหลิงหันไปมองสตรีที่ทักเธอก่อนจะยิ้มด้วยความเป็นมิตร เพราะนี่คือสิ่งที่เธอกำลังต้องการอยู่พอดี
“คะ...คือหนู...กำลังมองหา...เนื้อค่ะ” หญิงสาวเม้มปากไม่กล้าพูด แต่เมื่อหันไปมองรอบตัวไม่มีคนของทางการก็เอ่ยออกมาเสียงเบาอย่างหวาดกลัว
“อ่า...ป้าเข้าใจ คนเราก็ต้องมีความจำเป็นในบางเวลา” เฉินหรูอี้ซึ่งเป็นเพียงแม่บ้านของคนรวยตระกูลหนึ่ง เธอเองก็มีความจำเป็นนั้นบ่อยครั้งเช่นกัน
“พี่สะใภ้รอง...เพิ่งคลอดลูกชายต้องการบำรุงร่างกายเรียกน้ำนมสักหน่อย แต่ก็จนใจเพราะไม่มีคูปองเหลือเลย” หลี่เลี่ยงหลิงตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จอย่างไม่ตะกุกตะกักเลยแม้แต่น้อย หญิงวัยกลางคนอย่างเฉินหรูอี้ที่เห็นท่าทางเช่นนั้นก็รู้สึกสงสารจับใจ
‘สะใภ้คนไหนคลอดหลานชายก็มักจะได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่ดีเสมอ ทุกครอบครัวย่อมเป็นเช่นนี้ ครอบครัวเธอก็เช่นกัน แต่ที่น่าทุกข์ใจเธอกลับไม่สามารถคลอดลูกชายได้จึงทำได้เพียงมองแม่สามีเอาใจบรรดาสะใภ้คนอื่น’
“หลังตรอกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าตลาดมืด หากแม่หนูสนใจ ป้าบอกวิธีเข้าไปให้หนูได้นะ” เฉินหรูอี้เอ่ยอย่างใจดี เพราะดูท่าทางแล้ว แม่หนูคนนี้คงจะเป็นสะใภ้เล็กที่ยังไม่สามารถคลอดลูกจึงถูกใช้ให้ออกมาโดยไม่รู้อะไรเช่นนี้
“จะ...จริงเหรอคะ ขอบคุณคุณป้ามากค่ะ บุญคุณครั้งนี้ของคุณป้า...เอ่อ” หลี่เลี่ยงหลิงแสร้งเนียนถามชื่อหญิงวัยกลางคน เพราะหากคราวหน้าเจอกัน เธอจะได้ตอบแทนน้ำใจในครั้งนี้
“ป้าชื่อ‘เฉินหรูอี้’ เรียกว่าป้าเฉินเถอะ” หญิงวัยกลางคนยิ่งเห็นใบหน้าที่ยิ้มกว้างมีความหวังของหญิงสาวก็ยกยิ้มออกมา เธอมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเอ็นดู
‘ช่างน่าเอ็นดูเหมือนลูกสาวของเธอจริงๆ’
“ค่ะ ป้าเฉิน”
เฉินหรูอี้เดินพาแม่หนูหลี่เลี่ยงหลิงเข้าไปในตรอกซอยขนาดเล็กที่ทอดยาวเข้าไปค่อนข้างลึก แต่ตลอดเส้นทางก็มีผู้คนเดินเข้าออกมากมาย และตรอกแห่งนี้ก็เป็นประตูทางเข้าตลาดมืด หญิงวัยกลางคนที่เดินเข้าตรอกนี้เกือบจะทุกวันก็ได้บอกโค้ดลับซึ่งถือเป็นใบเบิกทางเข้าประตู
‘ดื่มเดียวดายใต้เงาจันทร์’ เป็นชื่อบทกวีของหลี่ไป๋ซึ่งเดิมเคยเป็นชาวเสฉวน และท่านนี้เองก็ถือเป็นนักกวีคนสำคัญในประวัติศาสตร์
‘ช่างหาโค้ดลับที่มีความเป็นมาลึกซึ้งเสียจริง’
หลี่เลี่ยงหลิงโบกมือลาหญิงวัยกลางคนที่มาส่งเธอถึงหน้าประตูทางเข้าซึ่งเป็นเหมือนหอตำราเก่าแก่ของอำเภอ หญิงสาวเดินเข้าไปที่เคาท์เตอร์เจ้าหน้าที่ และเอ่ยโค้ดลับที่ได้รับมา
พนักงานชายผายมือให้หญิงสาวเดินไปทางประตูอีกด้านหลังที่สามารถทะลุไปสู่อีกโลกหนึ่งที่มีความคึกคักแบบย่านการค้า ที่เธอเห็นยังต้องอ้าปากค้างและไม่คิดว่าจะมีสถานที่แห่งนี้ซ่อนอยู่ด้านหลังความเงียบสงบของหอตำรา
หญิงสาวเดินสำรวจตลาดก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเธอยังใหม่ต้องดูรุ่นพี่เสียก่อน และอีกอย่างราคาของตลาดมืดเธอเองก็ยังไม่รู้ว่ามีเรทอยู่ที่เท่าไหร่ ขืนขายตัดหน้าตัดราคาคนอื่นจะแย่เอาได้
“โธ่...พ่อหนุ่ม ขายให้ป้าเถอะ ป้าจำเป็นต้องใช้จริงๆ สามีป้าไม่สบายหนักมาก หมอแนะนำให้ซื้อมันไปต้มกับโสมป่า ไม่อย่างนั้นสามีป้าคง...ฮือ!!!!!!” หญิงวัยเกือบชรากอดขาอ้อนวอนชายคนหนึ่งที่ทำสีหน้าลำบากใจอย่างที่สุด เพราะเขาเองก็จำเป็นต้องใช้มันเพื่อรักษาอาการป่วยของภรรยาเช่นกัน
“คุณป้าครับ มิใช่ว่าผมจะใจจืดใจดำแต่ผมเองก็จำเป็นต้องใช้มันรักษาอาการป่วยของภรรยาเช่นกัน” ชายผู้นั้นรู้สึกหนักใจเป็นอย่างมาก แม้ว่าภรรยาเขาจะต้องใช้แต่อาการของเธอก็ยังพอรอได้ แต่สามีของคุณป้าอาจจะจำเป็นมากกว่า
“ป้าคงหมดหวังแล้วสินะ โธ่....ตาเฒ่า...ฮือ ฮือ ฮือ” สตรีผมขาวยังคงรำพันอย่างน่าสงสารจนชายผู้นั้นลังเลมากยิ่งขึ้น สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจบางอย่างได้ และยื่นกล่องเห็ดหลินจือไปตรงหน้าหญิงชรา
“พ่อหนุ่มจะดีเหรอ” หญิงชราแม้ปากจะว่าอย่างนั้นแต่ก็ดึงกล่องเห็นหลินจือเข้าไปกอดในอ้อมแขนแล้ว ก่อนจะหยิบเงิน 1,500 หยวนยื่นให้ชายคนนั้นและรีบออกจากตลาดมืดไป แต่จังหวะที่หญิงชราเดินออกไปหลี่เลี่ยงหลิงกลับได้ยินประโยคหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ
“โง่เสียจริง ฉันจะเอาไปต้มน้ำแกงไก่บำรุงร่างกายให้หลานชายไปสอบทหารต่างหาก” หญิงชรายิ้มร่าออกไปอย่างมีความสุขที่เห็ดดอกนี้ในที่สุดก็ตกมาอยู่ในมือของเธอ
หลี่เลี่ยงหลิงมองด้วยสายตาขุ่นเคืองตามร่างอ้วนเตี้ยของหญิงชราที่เดินตัวปลิวหายไปโดยไม่สำนึกอะไรเลย และเหลือบไปมองชายวัยกลางคนที่กำลังมีสีหน้าสลดเสียใจที่ไม่ได้เห็ดที่มีค่ากลับไปต้มยาให้ภรรยาที่ป่วยอ่อนแอมานานหลายปี
‘ภรรยาของคุณลุงคนนั้นคงจะไม่สบายจริงๆ น่าสงสารเหลือเกิน ยายแก่นั่น...ร้ายจริงๆ’
หญิงสาวรู้สึกหดหู่ได้ไม่นานก็เกิดไอเดียขึ้นมาทันที เธอเปิดช่องว่างมิติเพื่อมองหาเห็ดหลินจือแห้งดอกโต เมื่อได้สิ่งที่ต้องการก็แตะไปที่ตะกร้าวางมันลงซุกใต้ผ้าขาวที่คลุมไข่เอาไว้
“เอ่อ...คุณลุงคะ”
