ตอนที่ 2 ชีวิตใหม่ที่เลวร้าย1
ตอนที่ 2 ชีวิตใหม่ที่เลวร้าย1
หลี่เลี่ยงหลิงก่อนจะประสบพบเจอกับเชื้อโรคร้าย เธอเป็นหญิงสาวที่ค่อนข้างใช้ชีวิตเรียบง่าย แม้จะร่ำรวยแต่ก็ไม่เคยอวดในสิ่งที่มีนอกจากจะมีงานสำคัญเท่านั้น เธอมีแฟนหนุ่มที่คบกันตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย อาจจะเพราะเพื่อนเชียร์จึงทำให้เธอตกลงคบหากับเขาจนจวบเข้าปีที่ 4 ของการคบกัน แฟนหนุ่มที่เธอเห็นว่าเหมาะสมกลับไม่เป็นอย่างนั้นเมื่อเขาลอบคบหากับน้องสาวบุญธรรมลับหลังเธอ
หลี่เลี่ยงหลิงสูญเสียบิดามารดาไปในคราวเดียวกันเพราะอุบัติเหตุที่ไม่ใช่อุบัติเหตุ เธอเศร้าโศกเสียใจอยู่หลายเดือนจนสุดท้ายน้องสาวบุญธรรมกลับฉกฉวยโอกาสปลอมแปลงพินัยกรรม ซึ่งหญิงสาวรู้ดีว่าไม่มีทางเลยที่พ่อกับแม่จะยกทุกอย่างให้น้องสาวได้ เธอจึงเริ่มรวบรวมหลักฐานตั้งแต่นั้นมาอย่างเงียบๆ
โรคร้ายเริ่มระบาดอย่างหนักจนมีการปิดประเทศ และเธอก็ติดโรคร้ายนั้นเข้าด้วยการจัดการของน้องสาวกับแฟนหนุ่มที่ร่วมมือกันนำเชื้อมาให้เธอสัมผัส แม้จะป่วยแต่เธอก็พยายามหาหลักฐานมาเปิดโปงความผิดของทั้งสอง จนเจอหลักฐานบางอย่างเข้าโดยบังเอิญ...หลักฐานที่สองคนนั้นจ้างวานให้คนสร้างอุบัติเหตุขึ้นมาเพื่อคร่าชีวิตบิดามารดาที่เธอรัก
เฮือก....
หลี่เลี่ยงหลิงตื่นขึ้นมาในกลางดึกด้วยสภาพเหงื่อโทรมกาย เธอมองไปรอบๆที่มืดสลัวก่อนจะหลับตาลงเพื่อปรับสภาพอารมณ์จากความฝัน หัวใจของเธอเต้นอย่างบ้าคลั่งจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก หญิงสาวลูบวนหน้าอกเล็กน้อยให้มันคลายตัวลง
“ทำไมถึงฝันถึงเรื่องเก่าๆนั่นด้วย แค่ก แค่ก” หญิงสาวพึมพำแผ่วเบาก่อนจะไอออกมา เธอรู้สึกเจ็บอกเล็กน้อยจึงพยายามนวดมันเบาๆอีกครั้ง แต่เหมือนความเจ็บปวดนั้นจะไม่ทุเลาลงเลย มีแต่ทวีคูณขึ้นและมากขึ้น
“หนังสือ...ไม่ ไม่ ฉันจะตายตอนนี้ไม่ได้!!!” แม้ความเจ็บปวดจะมากมายเพียงใดแต่หญิงสาวก็ไม่ยอมแพ้ โคมไฟถูกเปิดจนสว่างเพียงพอ มือบางสั่นระริกที่กำลังระงับความเจ็บปวดเปิดนิยายบทสุดท้ายขึ้นอ่านอย่างยากลำบาก
ดวงตาคมเฉี่ยวลุ่มลึกกวาดสายตาอย่างรวดเร็วเพื่ออ่านบทสุดท้ายที่เหลือเพียงไม่กี่หน้าเท่านั้น แต่มันกลับเป็นบทสรุปของตัวละครหลักเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะพระเอก นางเอก และตัวร้ายของเรื่อง.....
‘สุดท้ายแล้วก็เหมือนนิยายทั่วไป ที่พระนางมีความสุขบนเส้นทางที่เหยียบย่ำผู้อื่น’ หลี่เลี่ยงหลิงดวงตาแดงก่ำด้วยความเสียใจที่ตัวร้ายผู้น่าสงสาร สุดท้ายก็ไม่เหลือแม้ลมหายใจ
“ความผิดนี้...มันเกิดจากพวกที่คิดว่าตัวเองถูกที่สุด ถูกเสมอ จนมองข้ามคนอื่น ด้อยค่าคนอื่น ไม่ยุติธรรมเลย ไม่ยุติธรรม!!!” ความรู้สึกเสียใจของหญิงสาวพวยพุ่งออกมาโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเพียงนิยายเรื่องหนึ่งจะทำให้หญิงสาวรู้สึกถึงความเจ็บแค้นได้ถึงขนาดนี้
“โอ๊ย!!!!” ความเจ็บปวดที่เสียดแทงร่างกายจนเกินกว่าร่างเล็กบอบบางจะทนไหว หญิงสาวดิ้นทุรนทุรายบนเตียงกว้างอย่างทรมาน เธอกัดริมฝีปากจนเลือดซึมพยายามบังคับร่างกายให้ชินกับความเจ็บปวดนี้เหมือนอย่างที่ผ่านมา พร้อมกับกอดหนังสือนิยายเล่มนั้นจนแน่น หลังมือบางเกร็งจนเส้นเอ็นปูดโปน
หลี่เลี่ยงหลิงเอื้อมมือข้างหนึ่งไปที่หัวเตียงเพื่อกดปุ่มเรียกพยาบาล แต่กลับไม่สามารถคว้ามันได้แม้จะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม ความอึดอัดหายใจไม่ออกคืบคลานเข้ามาอย่างน่าใจหาย หญิงสาวพลิกกายกลับมานอนหงายในท่าทางสงบนิ่ง และหลับตาลงปล่อยให้ลมหายใจสุดท้ายของเธอปลิดปลิวไปอย่างไม่อาจหวนคืน
‘นี่สินะ ความรู้สึกของลมหายใจสุดท้ายของชีวิต’
ท่ามกลางความหนาวเย็นของช่วงผลัดเปลี่ยนฤดูกาลทำให้ชาวบ้านที่ประสบกับภัยแล้งมาอย่างยาวนาน อย่าว่าแต่เงินเลย แม้แต่อาหารจะประทังชีวิตยังหามาอย่างยากลำบาก บางคนต้องกินแม้กระทั่งเปลือกไม้เพื่อประทังชีวิตก็ยังมี
กระท่อมไม้หลังหนึ่งแนวชายป่าของเมืองกว่างอันมีร่างหญิงสาวผอมบางกำลังนอนคุดคู้ด้วยความหนาวเย็น เสื้อผ้าอาภรณ์ของหญิงสาวแม้จะสวยงามแต่มันก็แลกมาจากเงินเกือบครึ่งที่บิดามารดาทิ้งไว้ หญิงสาวผู้นี้เดิมทีมีครอบครัวครบถ้วนบริบูรณ์ และเป็นบุตรสาวคนเดียวจึงถูกตามใจจนเคยชินแต่เคราะห์ร้ายต้องสูญเสียครอบครัวไป เงินที่เหลืออยู่ถูกใช้จ่ายจนหมดสิ้นเพราะหญิงสาวเป็นคนไม่เอางานเอางาน จนชาวบ้านไม่มีใครเข้าใกล้หรือแม้แต่จะทาบทามมาเป็นลูกสะใภ้
‘หลี่เลี่ยงหลิง’ คือชื่อของหญิงสาวที่คนต่างรังเกียจ และเป็นเพราะพฤติกรรมของหญิงสาวเอง ทำให้ยามที่เธอป่วยไข้ก็ไร้ซึ่งคนเหลียวแล ด้วยไข้ที่ขึ้นสูง ขาดสารอาหาร และอาการแทรกซ้อนต่างๆ ทำให้หลี่เลี่ยงหลิงคนนี้ต้องสิ้นลมไปอย่างโดดเดี่ยวในยามราตรีที่หนาวเย็นโดยไม่มีใครรับรู้.....
แต่เพียงไม่นานร่างกายก็เย็นชืดก็กลับมาอุ่นอีกครั้งราวกับปาฏิหาริย์
หน้าอกที่หยุดขยับไปนานก็กลับมาขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจอีกครั้ง ความปวดเมื่อยตามร่างกายทำให้หลี่เลี่ยงหลิงจำต้องลืมตาขึ้น และบิดกายไปมาไล่ความเมื่อยขบนั้นไป
“มืดจังเลย โรงพยาบาลปิดไฟทางเดินงั้นเหรอ” หลี่เลี่ยงหลิงหลับตาลงเพื่อปรับสายตาและลืมตาช้าๆอีกครั้ง แต่ภาพที่ปรากฏรางเลือนทำให้ร่างกายของเธอต้องแข็งทื่ออย่างตกใจ
“อะไรกัน...ที่นี่ที่ไหน...” หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง กวาดสายตามองไปรอบกายที่ค่อนข้างมืด และน่าจะเป็นช่วงย่ำรุ่ง เพราะเธอได้ยินเสียงไก่ขันอยู่ไกลๆ
“โอ๊ย!!!!!” เมื่อเธอพยายามนึกก็รู้สึกปวดหัวจนแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ มันเหมือนกับมีภาพอะไรบางอย่างหลั่งไหลเข้ามาต่อเนื่อง รวดเร็ว จนร่างกายบอบบางไม่อาจจะทนรับความเจ็บปวดนี้ไหวจึงทิ้งตัวลงบนเตียงไม้ไผ่เก่าๆ ดวงตากลมโตค่อยๆปิดลง พร้อมกับภาพลมหายใจสุดท้ายของเธอที่โรงพยาบาลหรู
‘ฉันตายไปแล้ว ที่นี่...มันคืออะไรกัน’
