บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 10 เปลี่ยนไปมาก

ตอนที่ 10 เปลี่ยนไปมาก

เมื่อมาถึงบ้านแล้ว เหอหยวนก็จัดการเปิดประตูและเดินเข้าไปในบ้านทันที หนิงเยียนเดินตามเขาเข้าไปแล้วก็ตรงไปที่ห้องครัว นางหยิบเมล็ดพันธุ์ผักที่อยู่ในถุงผ้าออกมาวางบนโต๊ะไม้ด้วยความหวังอันยิ่งใหญ่ แต่พอนึกภาพแปลงผักเล็ก ๆ รอบบ้านแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะพื้นที่แค่นี้ถ้านางปลูกผักขายคงเก็บขายได้แค่ไม่กี่ครั้ง

“ท่านพี่” นางหันไปหาเหอหยวนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “เรามีที่ดินเพาะปลูกไหม?”

คำถามของนางทำให้เหอหยวนเลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ของวันนี้

“เจ้า...จำไม่ได้หรือ?” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ “ตอนที่แยกบ้าน ท่านแม่แบ่งที่นาให้เราสิบสองหมู่ และไร่ปลูกมันเทศอีกเจ็ดหมู่”

สีหน้าของหนิงเยียนเปลี่ยนเป็นอึ้งกิมกี่ นางจำเรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ ความทรงจำของหนิงเยียนคนเดิมเต็มไปด้วยเรื่องไร้สาระที่ไม่เป็นประโยชน์ แต่เรื่องสำคัญ ๆ อย่างที่ดินทำกินกลับไม่มีอยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อย

“อ๋อ...ใช่ ๆ ข้าจำได้แล้ว” นางรีบพูดกลบเกลื่อนพลางพยักหน้าถี่ๆ

“แล้วตอนนี้มันเป็นอย่างไรบ้างหรือ?”

“ก็ไม่มีอะไร” เหอหยวนตอบเสียงเรียบ “เจ้าให้ครอบครัวของจินหลินทำแทนแล้วแบ่งผลผลิตกันสิบต่อสาม”

“สิบ...ต่อสาม?” หนิงเยียนทวนคำอย่างงุนงง ‘ให้ครอบครัวเขาได้ตั้งเจ็ดส่วน ส่วนเราได้แค่สามเนี่ยนะ! หนิงเยียนคนเดิมนี่นาง...โง่หรือบ้ากันแน่’ นางนึกในใจ

“ใช่แล้ว” เหอหยวนพยักหน้า “นางบอกว่าค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูกนั้นสูงมาก ต้องลงทุนลงแรงเยอะ เจ้าก็เลยให้พวกเขาไปเยอะหน่อย”

หนิงเยียนได้ยินดังนั้นก็ถึงกับกลอกตาไปมาในใจ นางนึกถึงใบหน้าของจินหลินที่ปากว่าตาขยิบแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ หนิงเยียนคนเดิมคงกลัวจะทะเลาะกับเพื่อนสนิทเลยยอมยกผลประโยชน์ให้ขนาดนี้

“อ้อ...เข้าใจแล้ว” นางตอบเสียงอ่อยก่อนจะเดินไปที่เตาไฟเพื่อจุดไฟ แล้วนำข้าวสารกับปลาแห้งที่เหลืออยู่มาทำเป็นข้าวต้มเช่นเดิม

เหอหยวนไม่ได้พูดอะไร เขาเดินออกจากห้องครัวไปอย่างเงียบ ๆ

เหอหยวนเดินออกมาจากบ้านของตัวเองด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและความเจ็บปวดที่ไม่อาจซ่อนเร้นได้ ในใจของเขามีแต่ความรู้สึกผิดและสงสารมารดา เขาจึงตัดสินใจที่จะไปหาพี่ชายคนที่สองของเขา

เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านใหญ่ เหอหยวนก็เห็นเหอเหลียงกำลังนั่งอยู่หน้าบ้าน ลับมีดอย่างตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและเคร่งเครียด

เหอเหลียงเงยหน้าขึ้นมาเห็นน้องชายคนเล็กยืนอยู่ตรงหน้าประตูก็ประหลาดใจ “อาหยวน...เจ้ามีอะไรหรือเปล่า?”

“ข้า...ข้านำเงินมาให้” เหอหยวนยิ้มบาง ๆ พลางยื่นถุงเงินในมือให้พี่ชาย

เหอเหลียงมองเงินในมือสลับกับมองหน้าน้องชายด้วยความรู้สึกที่หลากหลายในอก “แต่...เจ้าเองก็ยังลำบากอยู่ไม่ใช่หรือ? แล้วหนิงเยียนเล่า? ถ้านางรู้เข้าจะไม่เกิดเรื่องขึ้นอีกหรือ?”

เหอหยวนส่ายหน้าอย่างอ่อนล้า “ข้าไม่เป็นไรขอรับ ส่วนเรื่องของนาง...ข้าจะจัดการเอง เงินจำนวนนี้รบกวนพี่เก็บไว้ไปซื้อข้าวสารให้ทุกคนในบ้านกินด้วย”

“แต่ทำไมเจ้าถึงไม่ให้ข้าบอกทุกคน?” เหอเหลียงถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เหอหยวนแอบเอาเงินมาให้เขาไว้ซื้ออาหารให้ทุกคนได้กิน แต่เขาทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว

“ข้าไม่อยากให้เรื่องมันวุ่นวายไปมากกว่านี้” เหอหยวนตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย “ท่านยังจำครั้งก่อนได้หรือไม่? ที่พี่สะใภ้ทั้งสองคนไปพูดให้ชาวบ้านฟังว่าข้าแอบเอาเงินมาให้ท่านแม่ ทำให้หนิงเยียนโกรธและมาอาละวาดที่บ้านใหญ่จนท่านแม่ไม่พอใจ”

เหอเหลียงพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขานึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นแล้วรู้สึกโกรธเคืองในตัวน้องชาย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมน้องชายของเขาถึงยังอยู่กินกับนังผู้หญิงบ้านั่นอีก ทั้งที่คนในสกุลเหอไม่ได้ชอบนางเลยสักคน แต่เขาก็รับเงินมาเก็บไว้ในกระเป๋าอย่างเงียบ ๆ

“ข้าจะไปซื้อข้าวสารมาให้ทุกคนเอง” เหอเหลียงพูดเสียงแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความซึ้งใจ

“ขอบใจท่านมาก” เหอหยวนยิ้มบาง ๆ แล้วหันหลังเดินกลับบ้านไปอย่างเงียบ ๆ

เขายังคงทำเช่นนี้มาโดยตลอด แม้ว่าตัวเขาเองกับภรรยาจะยังคงลำบากในเรื่องการเงินอยู่ แต่เขาก็จะแบ่งเงินที่หามาได้ให้กับครอบครัวของเขาเสมอ

เมื่อเหอหยวนกลับมาถึงบ้านก็พบว่าหนิงเยียนจัดการทำอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขานั่งลงบนม้านั่งอย่างเงียบ ๆ มองดูภรรยาที่กำลังตักข้าวต้มปลาแห้งใส่ชามให้เขา

“ท่านไปไหนมา?” หนิงเยียนถามเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าเมื่อก่อนมาก

“ข้าไปเดินเล่นมา” เหอหยวนตอบสั้น ๆ เขาไม่สามารถบอกความจริงให้นางรู้ได้ เพราะเขากลัวว่านางจะโกรธและกลับไปอาละวาดที่บ้านใหญ่เหมือนที่เคยทำ

หนิงเยียนไม่ได้ถามอะไรต่อ นางยื่นชามข้าวต้มให้เขา แล้วทั้งสองคนก็นั่งกินข้าวต้มกันอย่างเงียบ ๆ

หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จแล้ว หนิงเยียนก็จัดการล้างจานชามให้สะอาด แล้วจึงเดินกลับเข้ามาในห้องนอน เห็นเหอหยวนกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง นางเดินเข้าไปหาเขาแล้วนั่งลงข้าง ๆ

“ท่านพี่...” นางเอ่ยเรียกเขาเสียงเบา

เหอหยวนเงยหน้าขึ้นมามองนางด้วยสีหน้าเรียบเฉย “มีอะไร?”

“พรุ่งนี้...เราไปหาของป่าบนเขากันไหม? ” นางถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง ที่นางชวนเขาขึ้นเขาเพราะอยากเข้าไปในป่าลึกขึ้น ไปคนเดียวมันระแวงและก็กลัวว่าจะหลงป่าด้วย

เหอหยวนมองดูใบหน้าที่มุ่งมั่นของนางแล้วรู้สึกสับสนในใจ ‘นางเปลี่ยนไปจริง ๆ หรือ? หรือว่านางแค่แกล้งทำ?’

“เจ้า...ไม่กลัวแดดหรือ?” เขาถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“ถ้าข้ากลัววันนี้คงไม่เดินเท้าเข้าเมืองไปกับท่านหรอก หากท่านไม่อยากไปข้าไปคนเดียวก็ได้” นางตอบด้วยรอยยิ้มที่สดใส

คำพูดของนางทำให้เหอหยวนเงียบไป เขามองใบหน้าที่มุ่งมั่นของนางแล้วรู้สึกว่านางไม่เหมือนเดิมจริง ๆ แล้ว

“ก็ได้...ข้าจะไปกับเจ้า” เขาตอบรับในที่สุด

หนิงเยียนยิ้มกว้างอย่างดีใจ “งั้น...ท่านไปอาบน้ำนอนพักเถิด พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้า”

เหอหยวนมองดูท่าทีของภรรยาแล้วได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเงียบ ๆ เขาไม่เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้นางเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ แต่ในใจลึก ๆ แล้วเขาก็รู้สึกยินดีกับการเปลี่ยนแปลงของนาง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel