ตอนที่8หนี
ตอนที่8หนี
จวนแม่ทัพเว่ย
สายลมค่ำพัดเอื่อย แสงจันทร์นวลสาดส่องลงมากระทบร่างบางที่กำลังก้าวเดินเข้ามาในจวน
ไป๋ซูเหยาก้าวฉับเข้ามาภายในเรือนของตนเองอย่างเร่งรีบ ลี่อิงที่นั่งรออยู่ในห้องรีบลุกขึ้นเมื่อเห็นเจ้านายสาวของตนกลับมา นางรีบก้าวไปหาพร้อมเอ่ยเสียงแผ่วเบา
“คุณหนู…ท่านไปที่ใดมาหรือเจ้าคะ”
ไป๋ซูเหยาไม่ตอบ พอก้าวพ้นขอบประตูมือเรียวทั้งสองรีบเอื้อมไปปิดประตูไว้แน่นหนา แล้วหมุนกายก้าวไปยังเตียงนอน มือขาวหยิบผ้าผืนหนึ่งกางออก ก่อนจะรีบกวาดเครื่องประดับและของมีค่าใส่ลงไปโดยไม่รีรอ
ลี่อิงเบิกตากว้างเข้ามาใกล้
“คุณหนู…นี่ท่าน…”
ไป๋ซูเหยาเงยหน้าขึ้น ดวงหน้างามเคร่งเครียด นางคว้ามือลี่อิงให้นั่งลง แล้วเหลียวมองรอบกายคล้ายเกรงว่าจะมีคนมาแอบฟัง ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว
“ลี่อิง…เราอยู่ที่นี่อีกไม่ได้แล้ว เราต้องหนีไปให้ไกล”
ลี่อิงขมวดคิ้วด้วยความงุนงง ไป๋ซูเหยากำชายเสื้อแน่น ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วโน้มกายกระซิบ
“ข้า…ล่วงเกินอ๋องปีศาจเข้าเสียแล้ว…เขาต้องไม่ปล่อยข้าไปแน่…”
เพียงได้ยินคำว่าอ๋องปีศาจ ลี่อิงก็หน้าเปลี่ยนสีในบัดดล มีใครเล่าไม่รู้จัก อ๋องปีศาจที่แสนจะโหดเหี้ยม ฆ่าคนไม่กระพริบตา
“จิ้นอ๋องหรือเจ้าคะ”
นางทวนเสียงสั่น
ไป๋ซูเหยาพยักหน้าช้า ๆ แววตานางฉายแววหวาดหวั่น ลี่อิงจับมือนางไว้แน่น
“ถ้าเช่นนั้น…เราไปกันเถิดเจ้าค่ะ”
ไป๋ซูเหยาพยักหน้า นางยื่นห่อผ้าให้ลี่อิงหนึ่งห่อ ตนเองสะพายอีกห่อไว้แนบแน่นกับบ่า สองสาวค่อย ๆ แง้มประตูแผ่วเบา ก่อนแทรกกายออกจากเรือน
ขณะจะมุ่งตรงไปยังประตูใหญ่ ไป๋ซูเหยากลับชะงักกึก เอ่ยเสียงหนักแน่น
“ไม่ได้!”
ลี่อิงหันกลับมาทันที
“ไม่ได้อะไรเจ้าคะ”
ไป๋ซูเหยาหันซ้ายแลขวาอีกครา แล้วกระซิบเสียงกดต่ำ
“เราต้องไปเงียบ ๆ อย่าให้ผู้ใดรู้เด็ดขาด”
ลี่อิงพยักหน้าหงึก ๆ ดวงตาใสแป๋ว
“แล้วจะออกไปทางใดหรือเจ้าคะ”
ไป๋ซูเหยาขบริมฝีปากน้อย ๆ แล้วพึมพำ
“กำแพง…”
นางหมุนกายก้าวนำลี่อิงไปอีกทางไม่นานนักทั้งสองก็มาหยุดยืนอยู่หน้ากำแพงสูงใหญ่ในจวนแม่ทัพ
สายตาทั้งคู่เงยขึ้นมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ดวงตาเปี่ยมไปด้วยลังเลและท้อแท้
ลี่อิงเอ่ยเสียงกล้า ๆ กลัว ๆ
“คุณหนู…จะปีนจริงหรือเจ้าคะ”
“อืม”
ไป๋ซูเหยาพยักหน้าแน่วแน่ แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว นางกวาดตามองรอบกาย ครั้นแล้วสายตาก็หยุดลงที่ท่อนไม้ใหญ่ที่วางพิงอยู่กับพุ่มไม้ นางยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง…
สายลมยามดึกโชย กระทบร่างบางที่ปีนขึ้นมาอยู่บนกำแพงหนา มือเรียวจับห่อผ้าที่สะพายบ่าไว้แน่น สูดอากาศด้านนอกที่เต็มไปด้วยอิสระ
ไป๋ซูเหยาออกแรงกระโดดลงจากกำแพงจวนแม่ทัพ ร่างบางตกลงมากระแทกพื้นดัง ตุบ
“โอ้ย…”
นางอุทานเบา ๆ พลางขมวดคิ้ว
ลี่อิงที่ยังเกาะอยู่บนกำแพงด้านบน ถึงกับร้องถามเสียงตื่น
“คุณหนู! ท่านเป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะ”
ไป๋ซูเหยาสายหน้าน้อย ๆ พลางขานตอบ
“ไม่เป็นไร…ข้าแค่เจ็บก้นเท่านั้นเอง”
กล่าวพลางลูบชายกระโปรงแล้วค่อย ๆ ปัดฝุ่นออกจากชุด ก่อนจะก้มลงหยิบห่อผ้าของตน
ทว่า มือหนึ่งกลับคว้าห่อผ้าขึ้นก่อน
นางชะงัก มองตามมือไปจนถึงใบหน้าของบุรุษตรงหน้า
“อี้เซ่อ!”
ไป๋ซูเหยาเบิกตากว้าง รีบยื่นมือไปรับห่อผ้ากลับมา
องค์รักษ์อี้เซ่อประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม พร้อมเอ่ยเสียงเรียบ
“ท่านอ๋องทรงมีรับสั่งให้ข้าอยู่ที่นี่ ดูแลความปลอดภัยของท่าน”
ไป๋ซูเหยากระตุกยิ้มฝืด ๆ
“ดูแลหรือ…มาเฝ้ามากกว่าเถอะ”
นางพึมพำเบา ๆ พลางถอนหายใจ
อี้เซ่อไม่ได้กล่าวอะไร เพียงยกมือชี้ไปยังทางประตูใหญ่ของจวนแม่ทัพเว่ย
“เชิญกลับจวนเถิดขอรับ”
ไป๋ซูเหยาจำต้องพยักหน้ารับ
“ได้…ได้ ข้าจะกลับก็ได้”
กำลังก้าวเดินออกไป นางก็ชะงักกลางคัน แล้วหันหลังกลับไปมองยังยอดกำแพง
“คุณหนู…”
เสียงลี่อิงแผ่วเบา ลอยมาตามสายลมยามค่ำ
“อืม…”
ไป๋ซูเหยาตอบรับ ก่อนจะหันไปเอ่ยกับอี้เซ่อ
“ไปช่วยรับนางลงมาที”
“ขอรับ”
องค์รักษ์หนุ่มก้าวไปยืนใต้กำแพง เงยหน้าขึ้นคอยรอรับ
ไป๋ซูเหยาเงยหน้าตามแล้วพูดขึ้นเสียงอ่อน
“ลงมาเถิด ลี่อิง ไม่ต้องกลัว อี้เซ่อจะรับเจ้าไว้”
ลี่อิงพยักหน้าตอบ แล้วสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง นางหลับตาแน่น กัดฟันแล้วกระโดดลงมาอย่างไม่คิดชีวิต
อี้เซ่อยื่นแขนรับไว้เต็มสองแขน ร่างบางล่วงลงแนบอกเขาพอดี สายตาทั้งสองสบกันโดยไม่ตั้งใจ ต่างคนต่างนิ่งงันไปชั่วขณะ
ลี่อิงหน้าร้อนวาบ รีบเบือนหน้าหนีเอ่ยเสียงเบา
“ข…ขอบคุณเจ้าค่ะ…”
พูดจบก็รีบถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วหมุนตัววิ่งตามไป๋ซูเหยาไปแทบจะทันที
อี้เซ่อยืนนิ่ง ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
