ตอนที่ 1
ตอนที่1 ไป๋หยา
วังหลวง
ณ ตำหนักกุ้ยเฟยซูเยี่ยน
แสงแดดอุ่นแผ่วรินทอผ่านไหมบางเบา เงาแสงสะท้อนถ้วยชาหยกในมือของ กุ้ยเฟยซูเยี่ยนในอาภรณ์แพรบางสีฟ้าสง่างาม
นางเอนกายพิงเบาะปักลายหงส์ มือเรียวยกถ้วยชาเล็กแนบริมฝีปากบาง จิบชาอย่างช้า ๆ ใบหน้างดงามราวนางล่มเมืองในตำนาน
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ย่างก้าวเข้ามาทำลาย บรรยากาศที่เงียบสงบนั้นทันที พร้อมกับเสียงหวานอันคุ้นเคย
“ท่านน้าเจ้าค่ะ”
ร่างอรชรของไป๋ซูเหยา เยื้องย่างเข้ามาพร้อมกับ ถิงหลันสาวใช้คนสนิท
กุ้ยเฟยซูเยี่ยนผินพระพักตร์ขึ้น รอยยิ้มผุดขึ้นบนเรียวปาก
“เหยาเอ๋อร์”
ไป๋ซูเหยารีบก้าวเข้าไปคุกเข่าข้างกาย โอบแขนกุ้ยเฟยซูเยี่ยนแนบแน่นดั่งเด็กน้อยออดอ้อนมารดา แววตาฉายประกายความตื่นเต้นดีใจ
“ท่านพ่อบอกว่าท่านหาวิธีให้ข้าได้สมรสกับแม่ทัพเว่ยหยางได้แล้วหรือเจ้าคะ”
เสียงของนางเต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจ กุ้ยเฟยพยักหน้าแผ่วเบา เผยรอยยิ้มอ่อนโยน
“พรุ่งนี้ ในงานเฉลิมพระชนมพรรษา เจ้าตั้งแต่งตัวให้งดงามที่สุดแล้วร่ายรำในเพลงนางฟ้าประทานพร ถวายต่อหน้าพระพักตร์ ข้าจะกราบทูลให้ฝ่าบาทพระราชทานสมรสให้เจ้ากับแม่ทัพเว่ยหยาง”
ไป๋ซูเหยาเบิกตากว้าง ใบหน้างามเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนสังเกตได้
“ท่านน้า…ท่านดีต่อข้าเสมอ”
นางโผล่เข้ากอดผู้เป็นน้าสาว หัวใจเต้นรัวเมื่อจิตนาการถึงภาพวันแต่งงานกับแม่ทัพหนุ่มที่ตนเองหลงรักมาตั้งแต่เด็ก
“อืม…นางก็รักของนางนะเนี่ย แม้จะเป็นได้แค่นางร้ายตัวประกอบก็เถอะ”
ไป๋หยาพึมพำพยางยกหนังสือนิยายขึ้นแนบอก ดวงตาทอดมองตัวละครในหน้ากระดาษอย่างเข้าอกเข้าใจ เธอนั่งอยู่หน้ากระจกเล็ก ๆ ภายในห้องเช่าขนาดพอเหมาะ เสียงนาฬิกาปลุกเงียบไปนานแล้วแต่เธอยังไม่รู้ตัว จนเมื่อเหลือบสายตาไปมองเห็นนาฬิกาดิจิทัลตรงมุมโต๊ะ
“แปดโมงแล้ว?! สายแล้ว ๆ ”
ว่าจบก็รีบยัดหนังสือนิยายกับเครื่องสำอางลงกระเป๋าผ้าอย่างลวก ๆ ผมเผ้ายังไม่เรียบร้อยดี แต่เจ้าตัวก็ไม่สน รีบก้าวออกจากห้องพร้อมเสียงปิดประตูดังปัง!
เธอวิ่งไปริมถนนสายคุ้นเคย หน้าอพาร์ตเมนต์ในย่านฝูเฉิง ตาเหลือบเห็นรถแท็กซี่สีเหลืองกำลังผ่านมา เธอรีบโบกทันที
“ลุงคะ ไปบริษัทเทียนอวี่กรุ๊ปค่ะ!”
ชายชรารูปร่างผอมสูงที่นั่งอยู่เบาะคนขับ หันมาพยักหน้าให้เล็กน้อย ไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกไปตามถนน ไป๋หยาเอนหลังพิงเบาะ ถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปหยิบหนังสือนิยายออกมาเปิดอ่านเนื้อหาข้างในเพื่อฆ่าเวลา
สาวพนักงานออฟฟิศอย่างเธอนั้นแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง เข้างานแปดโมงครึ่ง เล็กหกมงเย็นบางทีงานไม่เสร็จต้องอยู่ยาวจนดึกดื่น ความสุขอย่างเดียวของเธอคือการอ่านนิยายแล้วจิตนาการว่าตนเองเป็นนางเอก….
ทันใดนั้น….
รถสิบล้อที่กำลังเสียหลักพุ่งเข้ามา…
เสียงแตรดังสนั่นขึ้นจากทิศทางตรงกันข้ามในเสี้ยววินาทีที่รถแท็กซี่กำลังเลี้ยวเข้าสี่แยก
บี๊บ!!
เสียงโครมสนั่นดังขึ้นพร้อมแรงกระแทกมหาศาลจากด้านข้าง
ปังงง!!!
รถแท็กซี่สั่นสะเทือนทั้งคัน กระจกด้ายซ้ายแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ตัวเธอถูแรงกระแทกเหวี่ยงเข้ากับประตูรถอีกฝั่งอย่างรุนแรง ร่างบางกระเด็นไปข้างหน้าก่อนถูกสายรัดเข็มดึงกลับ พริบตาต่อมาโลกทั้งใบก็ดับวูบไปทันที…
…..
จวนแม่ทัพเว่ยหยาง
ภายในเรือนฮูหยินแม่ทัพที่เงียบสงบ สายลมเย็นพัดโชย ผ้าแพรบางเบาไหวปลิวไปตามแรงลม ในห้องที่ตกแต่งเครื่องเรือนหรูหรา กลิ่นหอมของกำยานลอยอบอวลทั่วห้อง
ไป๋ซูเหยานั่งอยู่เบื้องหน้ากระจกทองเหลือง ขนนกขาวแตะขี้ผึ้งแต่งคิ้วเบาบาง มือเรียวค่อย ๆ ลากเส้นคิ้วโค้งงามอย่างพิถีพิถัน
ขณะนั้น ลี่อิง สาวใช้คนสนิทก็ก้าวเข้ามาในห้อง ในมือประคองถาดเงินที่วางกาน้ำชา กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของชาฮวาเหมยลอยอบอวลทั่วห้อง นางเดินเข้ามาวางถาดลงบนโต๊ะไม้หอมเบื้องข้าง ก่อนจะย่อตัวอย่างนอบน้อมเมื่อก้าวมาหยุดอยู่ข้าง ๆ ไป๋ซูเหยา
“คุณหนูเจ้าค่ะ น้ำนมแพะสด และครีมน้ำนมผสมไข่มุกบดจากแดนใต้ มาถึงแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้บ่าวให้พ่อบ้านซุนเก็บไว้ที่เรือนรับรองเจ้าค่ะ”
“อืม”
ไป๋ซูเหยาเงยหน้าขึ้นจากกระจก ทอดสายตามองเงาสะท้อนของตนในกระจกทองเหลือง แล้วจึงหันมาทางลี่อิง เอ่ยเสียงเรียบ
“เที่ยงนี้…ให้ห้องครัวปรุงไป๋ซือถังที่ท่านน้าประทานมาให้ข้าด้วย”
“เจ้าค่ะ”
ลี่อิงประสานมือรับคำอย่างนอบน้อม
ไป๋ซูเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนเอ่ยถาม
“วันนี้ ใบหน้าข้าเป็นอย่างไรบ้าง”
ลี่อิงชำเหลืองมองชั่วครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“วันนี้ผิวของคุณหนูเปล่งปลั่งนัก งามราวนางล่มเมือง หากท่านแม่ทัพเว่ยกลับมาคงมิอาจละสายตาได้เป็นแน่เจ้าค่ะ”
ไป๋ซูเหยายิ้มบางอย่างพึงพอใจ ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้
“ไปเถอะ ข้าจะไปดูเสียหน่อย”
“เจ้าค่ะ”
กล่าวจบ ไป๋ซูเหยาก็ก้าวนำ ลี่อิงก้าวเดินตามอย่างสุภาพ ขณะที่ทั้งสองก้าวผ่านสะพานไม้ซึ่งทอดตัวเหนือสระกลางสวน
ทว่าเพียงไม่กี่ก้าว ฝ่าเท้าของไป๋ซูเหยากลับเหยียบลงบนคราบลื่นบนสะพานไม้ นางเซถลาไปด้านข้าง แขนขาวพุ่งไปคว้าขอบสะพานไม้ แต่ขอบสะพานไม้ที่ดูเหมือนจะแข็งแรงก็หักกระจาย ก่อนร่างบางจะร่วงลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่างทันที
ตูม!!!
เสียงสายน้ำสาดกระจายดังลั่น ลี่อิงกรีดร้องตกใจ
“คุณหนู!!”
นางวิ่งไปยังขอบสระอย่างลนลาน ก้มลงชะโงกมองแล้วตะโกนเสียงสั่น
“ช่วยด้วย! คุณหนูตกน้ำ! ช่วยด้วย!!”
เสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่ดังวุ่นวายเร่งรุดเข้ามา ทุกคนกรูกันเข้าช่วยเหลือ จนในที่สุดก็สามารถพาร่างของไป๋ซูเหยาขึ้นจากน้ำได้
“ไป…ไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้! คุณหนู…ท่านอย่าเป็นอะไรนะเจ้าค่ะ”
ลี่อิงเอ่ยเสียงสั่น ขณะประคองร่างเปียกชื้นที่หมดสติ ของไป๋ซูเหยาแนบอก ดวงตาแดงก่ำหยดน้ำตาไหลริน
……..
