บท
ตั้งค่า

ตอนที่8 เสียใจ

ตอนที่ 8 เสียใจ

ภายในห้องที่เงียบสงัด สายลมเย็นพัดลอดบานหน้าต่างเข้ามากระทบใบหน้างามที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงไม้ ผ้าม่านปลิวไหวตามแรงลมอย่างแผ่วเบาภายใต้แสงจันทร์

หลิงอันค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความเย็นจากสายลม แต่สายตานางกลับไม่พบร่างของเหอหยางผู้เป็นสามี หัวใจนางพลันเต้นแรงขึ้นมาทันที ร่างบางลุกขึ้นนั่ง พลางมองไปรอบห้อง ทุกซอกมุมยังคงว่างเปล่า

“เขาไปไหนกัน… ”

นางพึมพำเสียงแผ่วน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย

ด้วยความไม่อาจทนสงสัย นางจึงลุกขึ้นจากเตียงก้าวออกจากห้องไปอย่างเงียบงัน สายตาจับจ้องทุกทิศทาง เมื่อถึงลานกว้างหน้าเรือนจู่ ๆ นางก็เห็นร่างของสามีของตนเองแม้เขาจะอยู่ในชุดชาวบ้านเรียบง่ายแต่ท่วงท่ายามนี้กลับองอาจเต็มไปด้วยอำนาจเขายืนเหนือร่างบุรุษผู้หนึ่งที่สวมชุดรัดกุมสีดำสนิท ราวองครักษ์ในวังหลวง บุรุษผู้นั้นคุกเข่าแม้ขณะพูดคุยกับสามีนางก่อนจะยื่นป้ายสีทองให้เขา

หลิงอันชะงักไปชั่วครู่ความสับสนแล่นขึ้นในใจ เสียงพึมพำแผ่วสั่น

“เขาจำได้แล้ว… จำได้แล้ว ข้า… ข้า ควรดีใจมิใช่หรือ ถึงเวลาที่ข้ารอแล้วนี่ ชีวิตที่เต็มไปด้วยอิสระและเงินทอง”

นางยิ้มออกมาอย่างฝืน ๆ ก่อนจะหันหลังพยายามก้าวกลับแต่ความตื่นเต้นกลับทำให้นางสะดุดล้มลง เสียงดังนั้นทำให้ เหอหยางที่กำลังคุยอยู่กับองครักษ์อยู่ได้ยินและหันมาทางนาง แววตาเขาเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าให้ องครักษ์ เพียงพริบตา องครักษ์ก็หายวับไปจากที่นั้นทันที

เหอหยางหมุนกายก้าวตรงมาหานางอย่างเร่งรีบ พร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ

“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่”

หลิงอันที่ทรุดลงกับพื้นรีบส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะรีบลุกขึ้น เหอหยางก้าวเข้าไปประคองนางอย่างระมัดระวัง นางลุกขึ้นยืนเงยหน้ามองเขา แววตานางสั่นเล็กน้อย เหอหยางมองนางเพียงครู่ก่อนจะช้อนร่างบางนั้นขึ้นอุ้มในอ้อมแขน เขาไม่ได้เอ่ยคำใดเพียงก้าวตรงไปยังห้องนอน

เมื่อถึงห้องนอนเขาก้าวพาร่างบางในอ้อมแขนไปวางลงบนเตียงอย่างระมัดระวังหลิงอันนั่งนิ่งอยู่บนเตียงครู่หนึ่งไม่ได้เอ่ยคำใด

เหอหยางก้าวตรงไปรินน้ำชาอุ่นใส่ถ้วยใบเล็กก่อนยื่นให้นางอย่างใส่ใจเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ

“ดื่มหน่อย น้ำค้างเย็นนักเดี๋ยวจะเป็นหวัด”

หลิงอันพยักหน้าตอบแล้วยื่นมือเล็กทั้งสองขึ้นไปประคองถ้วยชาใบเล็กจากมือเขา

เหอหยางนั่งลงเคียงข้างนั่งด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เขา เป็นองครักษ์ของข้า ความทรงจำของข้าฟื้นคืนแล้ว”

“อืม”

หลิงอันพยักหน้าตอบช้า ๆ ค่อย ๆ ยกถ้วยชาขึ้นจิบ

“ข้าคงต้องเข้าวัง”

มือเล็กของหลิงอันชะงักครู่หนึ่ง แววตาสับสนก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ เหอหยางหันไปสบตานาง มือใหญ่รับถ้วยชาไปวางไว้โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะขยับเข้าไปโอบร่างบางแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ

“นอนเถอะ”

หลิงอันพยักหน้าตอบก่อนจะขยับขึ้นไปบนเตียง ร่างบางเอนกายนอนลงบนเตียงอย่างว่าง่าย เหอหยางดึงผ้าห่มมาคลุมร่างนางก่อนจะเอนกายนอนเคียงข้างนาง มือใหญ่ดึงร่างบางเข้ามากอด เขาก้มหน้าสูดดมกลิ่นหอมจากศีรษะนางก่อนจะหลับตาลงช้า

หลิงอันซบแนบอกกว้างของเขา น้ำตาเอ่อคลอก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลง

…..

แสงแดดยามสายสาดลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาแตะผิวแก้มนุ่มของหลิงอันผู้ยังหลับไหลอยู่บนเตียง ไออุ่นของแสงทองปลุกให้นางค่อย ๆ ขยับเปลือกตา ลืมตาขึ้นแผ่วเบานางหันสายตาตามแถบแสงนั้นราวถูกชักนำก่อนจะค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งบนขอบเตียง

ภายในห้องที่เงียบสงบ หลิงอันทอดมองไปรอบห้องที่ไร้เงาของผู้เป็นสามีของนาง ก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบา มือเล็กยื่นไปหยิบปิ่นปักผมทองใต้หมอนออกมา ปลายนิ้วเรียวลูบสัมผัสบนปิ่นอย่างแผ่วเบา

“ไปแล้วสินะ… ”

นางเม้มริมฝีปากแน่นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเรียบ

“คนสารเลว”

นางก้มลงทอดสายตามองปิ่นทองในมือ มือเล็กกำมันไว้แน่น เขาช่างไร้หัวใจตามในเนื้อเรื่องไม่มีผิดเมื่อยามอยากได้นางพูดคำหวานล่อลวงจนนางเกือบเชื่อ บุรุษในยุคไหน ๆ ก็เหมือนกันทั้งนั้น

นางถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยพึมพำ

“ช่างเถอะอย่างไร ข้าก็—”

“แม่นางหลิง! แม่นางหลิง!!”

ยังไม่ทันบ่นจบ เสียงเรียกจากนอกเรือนก็ดังแทรกขึ้น น้ำเสียงอ่อนที่ชายก็ไม่ใช่หญิงก็ไม่เชิงนั้นทำให้นางรู้ทันทีว่าเป็นเสียงของขันทีเป็นแน่น

หลิงอันขมวดคิ้วเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มแน่นเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว

“มาเร็วดี”

นางยืดกายลุกขึ้นยืนอย่างสงบ มือเล็กที่กำลังถือปิ่นทองอยู่ยกขึ้นม้วนเรือนผมยาวสลวยขึ้นเป็นระเบียบ ก่อนจะปักปิ่นใส่เรือนผมอย่างเรียบร้อย ก่อนจะก้าวไปยังประตู แล้วค่อย ๆ เปิดมันออกอย่างช้า ๆ

สายลมอ่อนพัดต้องชายอาภรณ์ของหลิงอันให้พลิ้วไหว นางก้าวออกจากห้องก่อนจะยกสายตาทอดมองไปยังลานกว้างเบื้องหน้า ภาพที่เห็นคือทหารในชุดเกาะยืนเรียงรายเป็นระเบียบ เบื้องหน้าเหล่าทหารคือขันทีอาวุโสผู้หนึ่ง สายตานางยังคงกวาดหาบุรุษผู้หนึ่งแต่กลับไร้ซึ่งเงาของเขา

หลี่หานเซียวท่านช่างไร้ใจยิ่งนัก ได้เช่นนั้นข้าก็จะเล่นละครฉากนี้ให้จบ

ริมฝีปากบางเม้มแน่น มือเล็กกำแน่นก่อนจะผ่อนลมหายใจแผ่วเบาแล้วก้าวตรงไปผู้มาเยือนหน้าลานกว้าง ด้วยดวงตากลมใสที่ไร้เดียงสา ปรับสีหน้าให้งุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า

“พวกท่าน… ”

เสียงแผ่วเบาเปล่งออกมาอย่างฉงน เมื่อหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าขันทีอาวุโสท่านนั้น

ขันทีอาวุโสยิ้มแย้มก้าวเข้าหานางอีกก้าวด้วยกิริยานอบน้อม ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“แม่นางหลิง พวกข้ามาจากวังหลวง บัดนี้องค์ชายสามทรงฟื้นคืนความทรงจำแล้ว พระองค์จึงมีรับสั่งให้นำสิ่งของเหล่านี้มาให้ท่านเพื่อเป็นสิ่งตอบแทนที่ท่านช่วยชีวิตพระองค์เอาไว้”

หลิงอันวาดคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อยราวไม่เข้าใจ ก่อนจะเปล่งเสียงแผ่วเบา

“องค์ชายสาม…?”

ขันทียิ้มบางก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

“เอ่อ… สามีของท่าน เหอหยางที่จริงแล้วเขาก็คือองค์ชายสาม หลี่หานเซียน”

หลิงอันพยักหน้ารับอย่างช้า ๆ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวเล็กน้อย

“แล้วเขาล่ะ?”

ขันทีหยุดไปครู่หนึ่งเหมือนลังเลที่จะตอบ ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงนุ่มเรียบ

“องค์ชายสามทรงพระกรณียกิจมากเกินกว่าจะเสด็จมาด้วยพระองค์เองได้ ขอแม่นางโปรดอภัย”

นางพยักหน้ารับช้า ๆ ริมฝีปากนางสั่นเล็กน้อย

ขันทีอาวุโสเมื่อเห็นเช่นนั้น ก็รีบเอ่ยต่อด้วยถ้อยคำชัดเจน

“ส่วนเรื่องระหว่างพระองค์กับท่าน…

โปรดถือว่าเป็นเพียงบุญคุณช่วยชีวิตเท่านั้น บัดนี้พระองค์กลับสู่ฐานะองค์ชาย ย่อมไม่อาจมีความผูกพันใดติดค้างต่อกันได้อีก”

เขาก้าวหลีกเล็กน้อย ผายมือไปยังหีบใหญ่ที่วางเรียงกันอยู่สามหีบใหญ่ ที่ทหารยกมาเปิดออกต่อหน้านาง แสงทองคำด้านในสว่างวาบจนต้องหรี่ตา เงินแท่งเรียงเป็นระเบียบ

ขันทีกล่าวอย่างราบเรียบ

“ดังนั้น พระองค์ทรงรับสั่งให้มอบทองคำและเงินเหล่านี้ เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณของท่าน หวังว่าแม่นางหลิงจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างสงบสุขอยู่ในที่ของตน”

คำพูดจบลง เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านลานว่างเปล่า

หลิงอันยืนนิ่ง ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา นางกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะพยักหน้ารับช้า ๆ มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาที่รินไหลลงมาบนแก้มนวล แล้วยกมือที่สั่นระริกเลื่อนไปแตะปิ่นทองบนเรือนผม ปิ่นทองที่เขามอบให้นางแทนความรักของทั้งคู่ นิ้วเรียวปลดมันออกมาอย่างช้า ๆ

นางมองปิ่นทองนั้นอยู่ครู่หนึ่งด้วยน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม นางกัดฟันสะอื้นจนไหล่สั่น นางสูดหายใจแรงครั้งหนึ่ง ก่อนจะยื่นปิ่นให้ขันทีอาวุโสที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยใบหน้าที่สองไปด้วยน้ำตา

“คืนไปให้เขา… บอกเขาว่า หลิงอันผู้นี้ขอตัดขาดสัมพันธ์สามีภรรยากับเขาตั้งแต่วันนี้… เขาไม่ใช่เหอหยางของข้าอีกแล้ว”

แม้เสียงนางจะสั่นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ทุกคำก็ชัดเจนราวคมมีด

มือที่ยื่นไปรับปิ่นของขันทีสั่นเล็กน้อย ก่อนเขาจะรับมันไว้ด้วยความนอบน้อม ดวงตาที่มองนางนั้นเต็มไปด้วยความเวทนา

“เช่นนั้นพวกข้าคงต้องกลับแล้ว”

หลิงอันพยักหน้าช้า ๆ สายลมพัดผ่านมาเบา ๆ เส้นผมนางปลิวไหวตามแรงลม

ขันทีและทหารค้อมตัวลงเล็กน้อยก่อนจะหมุนกายแล้วก้าวจากไป ทิ้งไว้เพียงหีบใหญ่สามหีบไว้กลางลานบ้าน

หลิงอันทรุดกายลงอย่างหมดเรี่ยวแรง เข่าทั้งสองแตะพื้นดินเบา ๆ อาภรณ์เบาบางปลิวไหวตามแรงลม นางยกมือเล็กขึ้นกุมหน้าอกแน่น เสียงลมหายใจสะท้อนความเจ็บปวดลึกถึงกระดูก น้ำตาเอ่อรินไหลอาบแก้มนวล เสียงสะอื้นของนางขาดหายเป็นช่วง ๆ แต่แล้วนางก็เงยหน้าขึ้น เปล่งเสียงสั่นระริกปานใจจะขาด

“คนสารเลว! จากนี้ไปท่านกับข้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก!”

ดวงตาที่พร่าเลือนด้วยม่านน้ำตาของหลิงอันค่อย ๆ เฝ้ามองแผ่นหลังของเหล่าทหารและขันทีซึ่งกำลังก้าวห่างออกไปเรื่อย ๆ เงาของพวกเขาถูกกลืนหายไปตามระหว่างต้นไม้ใหญ่ตามทางที่คดเคี้ยว

เมื่อเสียงฝีเท้าสุดท้ายเลือนลับ สายลมเย็นก็พัดวูบเข้ามากระทบผิวแก้มอุ่นที่ยังคงเปรอะเปื้อนด้วยหยาดน้ำตา หลิงอันยกมือเล็กขึ้นปาดน้ำตาออกอย่างช้า ๆ ปลายนิ้วบางยังสั่นน้อย ๆ

นางสูดลมหายใจลึก ก่อนจะขยับกายเข้าไปใกล้หีบใหญ่เบื้องหน้า เปิดผาหีบกว้างออกจนแสงทองคำภายในสะท้อนแวววาวบาดตา รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนริมฝีปากแดงระเรื่อ นางยื่นมือเล็กไปหยิบทองคำแท่งหนึ่งขึ้นมา กัดปลายเบา ๆ

ทันใดนั้นดวงตาที่เพิ่งร้องไห้จนแดงก็เปล่งประกาย

“ว้าว… ทองคำจริง ๆ ด้วย ถือว่าเขาก็มีน้ำใจอยู่”

นางกล่าวเสียงเบา แต่มีแววตาพึงพอใจฉายชัด ก่อนจะรีบใช้หลังมือเช็ดน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่ให้หมดสิ้น นางถอนหายใจแผ่วพึมพำเสียงแผ่ว

“ในที่สุดข้าก็จะได้เป็นสาวงามที่ร่ำรวยและอิสระที่สุดในโลกนิยายนี้แล้ว”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel