ตอนที่5 ตอบแทน
ตอนที่ 5 ตอบแทน
สายลมโหมพัดดังกระหน่ำ เสียงฟ้าคำรามสะท้อนก้องทั่วผืนฟ้าในยามค่ำคืนที่มืดสนิท
เหอหยางสะดุ้งลืมตา เปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ เปิดขึ้น ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนภาพของชายชราผมขาวในอาภรณ์ที่ยังเปียกชื้นบางส่วนจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น แสงตะเกียงอ่อน ๆ ที่ตั้งอยู่กลางห้องส่องให้เห็นรอยยิ้มเมตตาอ่อนโยนของหมอจาง
“ฟื้นก็ดีแล้ว ๆ ”
หมอจางกล่าวเสียงนุ่ม
หมอจางมองเจาก่อนจะถอนหายใจแผ่วที่เต็มไปด้วยความปิติ
“ภรรยาเจ้าน่ะ… นางรักเจ้ามากจริง ๆ รู้หรือไม่? นางฝ่าสายฝนไปตามข้ามา ทั้งตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนเนื้อตัวสั่นเทาจนข้ากลัวว่าจะล้มเสียก่อนจะถึงเรือนเจ้า อาการของเจ้าคือพิษเย็นที่ยังคงตกค้างอยู่… แต่ข้าขับออกให้เรียบร้อยแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว”
สิ้นคำหมอจางก็ก้มหน้าจัดเจ็บแผงเข็มของตนเองและขวดยาลงกระเป๋าผ้าเก่า ๆ ด้วยท่าทางสงบและเชี่ยวชาญ
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากประตูห้อง หลิงอันก้าวเข้ามา ร่างกายของนางเปียกโชกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เส้นผมเปียกแนบใบหน้า ดวงหน้าซีดเซียว มือเล็กยังคงถือถ้วยยาสมุนไพรอุ่น ๆ ไว้
เหอหยางหันไปมองนาง สายตาเย็นชาของเขาในยามนี้กลับสั่นไหวเล็กน้อย
หมอจางเดินเข้ามาหาหลิงอัน พลางควักกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นให้นางพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“จัดยาตามนี้ให้เขาดื่มวันละสามเวลา ไม่นานความจำเขาก็จะค่อย ๆ ฟื้นคืนมา”
หลิงอันรีบวางถ้วยยาสมุนไพรลงบนโต๊ะ ก่อนจะยื่นมือไปรับแผ่นกระดาษนั้นอย่างระมัดระวัง นางพยักหน้ารับอย่างช้า ๆ
“เจ้าค่ะ… ขอบคุณท่านหมอมาก ขอบคุณจริง ๆ ”
หมอจางพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยขึ้น
“อืม เช่นนั้นไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อน”
เอ่ยจบ หมอจางก็แบกกระเป๋ายาเล็ก ๆ ของตนแล้วหมุนกายออกจากห้องไป
หลิงอันมองตามแผ่นหลังของหมอจางที่ลับหายไปหลังประตูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาวางแผ่นกระดาษลงบนโต๊ะไม้เก่าอย่างระมัดระวัง นางสูดลมหายใจเบา ๆ เพื่อข่มความเหนื่อยล้าซึ่งแล่นขึ้นมาทั่วกาย แล้วจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับสายตาคมของเหอหยางที่กำลังจับจ้องนางอยู่อย่างไม่วางตาทำเอาหัวใจของนางเต้นสะดุดไปวูบหนึ่ง
นางยิ้มบาง ก่อนจะหยิบถ้วยยาสมุนไพรที่ยังอุ่นอยู่ขึ้นมา ก้าวเข้าไปหยุดยืนเบื้องหน้าเขาอย่างเงียบงัน แล้วยื่นให้เขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
เหอหยางยกสายตามองถ้วยยาสมุนไพรที่กำลังส่งกลิ่นขมลอยอบอวล ก่อนจะค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งพิงหมอนด้านหลังอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าของเขายังคงความสงบนิ่งเยือกเย็นเช่นเดิม แต่ดวงตาคมคู่นั้นกลับสั่นไหวเล็กน้อย เขายื่นมือใหญ่ไปรับถ้วยยาจากนาง ดื่มรวดเดียวจนหมด จากนั้นจึงคืนถ้วยให้นางแล้วเอ่ยเสียงทุ้ม
“เจ้า… รีบไปเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ แล้วอุ่นร่างกายเสีย”
แม้ถ้อยคำนั้นจะดูเรียบง่าย แต่กลับแฝงความห่วงใยที่ทำให้หลิงอันชะงักไปชั่วขณะ ใบหน้าที่ซีดเซียวเพราะฝนกลับปรากฏรอยยิ้มละมุนขึ้นทันที นางพยักหน้าตอบรอบเบา ๆ
“อืม”
กล่าวจบ นางหมุนกายก้าวออกจากห้องไป
…..
สายลมเย็นยะเยือกพัดลอดประตูไม้เก่าเข้ามาแผ่ว ๆ ความหนาวชื้นหลังพายุฝนยังไม่จางหาย เหอหยางนั่งพิงหมอนอยู่บนเตียง ดวงตาเรียวยาวทอดมองไปยังบานประตูที่แง้มอยู่เล็กน้อย เขารอแล้วรอเล่า ทว่ายังไม่เห็นเงาของหลิงอัน
ความเงียบงันยิ่งเร้าให้คิ้วเข้มของเขาขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดเขาก็ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยันกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าแล้วก้าวตรงไปยังประตู
เมื่อเขาก้าวออกสู่ด้านนอกประตู กลิ่นดินหลังฝนลอยคลุ้ง สายฝนแม้จะหยุดลงแล้ว แต่ยังคงเหลือหยาดน้ำและไอความหนาวเย็นที่ลอยวนรอบเรือนเล็ก ๆ นั้น เสียงฟ้าคำรามเบา ๆ ดังขึ้นเป็นระยะ
เหอหยางกวาดสายตามองทั่วลานเรือน แต่ไม่พบเงาของสตรีที่เขาเพิ่งสั่งให้ไปเปลี่ยนเมื่อครู่ จนกระทั่งสายตาเขาสะดุดเข้ากับแสงตะเกียงริบหรี่จากห้องครัวเก่า ๆ
ชายหนุ่มขยับตัวก้าวตรงไปตามแสงนั้น ก่อนจะผลักประตูเรือนครัวแล้วก้าวเข้าไปด้านใน กลิ่นควันไฟจาง ๆ และความอุ่นจากเตาเก่าก็ลอยมาแตะปลายจมูกเขาทันที
เบื้องหน้าคือหลิงอันที่นั่งฟุบอยู่บนโต๊ะไม้เก่ากลางห้อง ผมยาวของนางยังหมาดจากฝนแผ่ลงบนบ่า ร่างเล็กสั่นไหวเพียงน้อยด้วยลมหนาวที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง
เหอหยางหยุดยืนมองนาง ใบหน้างดงามแม้จะซีดเซียวแต่กลับทำให้หัวใจเขาสั่นไหวอย่างไม่คุ้นเคย
เขาก้าวเข้าไปช้า ๆ ยืนเคียงข้างนางก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว
“นี่… เจ้าหลับแล้วหรือ… ”
เสียงทุ้มของเขาขาดหายไปขณะจ้องมองนางที่ยังคงนิ่งสงบ ใบหน้างดงามนั้นยามหลับใหลช่างน่าเอ็นดูจนเขาเผลอเผยรอยยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว เขาเม้มริมฝีปากแน่น ถอนหายใจแผ่ว กวาดสายตามองดูห้องครัวเก่า ๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้นางอีกก้าวหนึ่ง แล้วโน้มกายอุ้มร่างบางขึ้นมาแนบอกอย่างนุ่มนวล ใบหน้างามนั้นยังคงหลับใหลด้วยความเหนื่อยล้า สายตาเขาเฝ้ามองนางไม่ละสายตา
“… ถือว่าตอบแทนที่เจ้าช่วยข้าหลายครั้งแล้วกัน”
น้ำเสียงเขาราบเรียบแต่เผลอเผยรอยยิ้มอ่อนโยน
แขนของเขาโอบนางแน่นขึ้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหมุนกาย แล้วก้าวช้า ๆ ออกไปจากเรือนครัวตรงไปยังห้องนอน
เหอหยางอุ้มร่างบางแนบอก พลางก้าวผ่านความมืดเงียบสงบในยามค่ำคืน เสียงลมหายใจแผ่วเบาของหลิงอันอิงแนบอกเขา ความอบอุ่นนั้นซึมเข้าลึกถึงอกเขา
เมื่อถึงเตียง เขาก้มกายลงอย่างระมัดระวัง วางนางลงบนเตียงนุ่มอย่างนุ่มนวล หลิงอันขยับกายมุดเข้าไปด้านในอย่างน่าเอ็นดู ผ้าห่มผืนบางพลิ้วตามแรงขยับนั้น
เหอหยางนั่งลงข้างเตียง เอื้อมมือใหญ่หมายจะดึงผ้าห่มให้เข้าที่ แต่ยังไม่ทันได้แตะปลายผ้า มือเล็กของนางกลับยกขึ้นมาคว้าตัวเขาไว้แน่น
แรงดึงเพียงนิดของนางกลับทำให้ร่างกายกำยำของเหอหยางเสียหลัก เอนลงนอนเคียงข้างนางอย่างเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของหญิงสาวลอยแผ่วมาปะทะปลายจมูก ร่างเล็กรีบขยับเข้าหาความอบอุ่นจากเขาราวกับลูกแมวที่เจอไออุ่นจากกองไฟ
เหอหยางชะงักนิ่ง หัวใจที่ไม่เคยหวั่นไหวกลับสั่นวูบเบา ๆ เขาหลุบตาลงมองนาง ใบหน้าซีดจากการตากน้ำฝนนั้นยังคงเรียบนิ่งอยู่ในห้วงนิทรา
เขานอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ยกมือขึ้แกะมือเล็กที่กอดแขนเขาไว้อย่างแน่นหนา แต่ยิ่งเขาขยับ ถอนมือออกเพียงน้อย นางกลับยังรัดแน่นกว่าเดิม
เหอหยางนิ่งงัน ชะลอการเคลื่อนไหวในที่สุด ลมหายใจของนางอุ่นรินอยู่ที่อกเขา เขาหลุบตาลงมองมือเล็กที่กำลังโอบกอดเขาไว้แน่น ก่อนจะปล่อยให้เป็นไปตามใจนาง
……
ภายในห้องที่เงียบสงบ ม่านบางเบาปลิวไหวตามสายลม แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ลอดผ่านเข้ามาแตะผิวหน้าคมสันของเหอหยางที่กำลังหลับไหลอยู่บนที่นอนนุ่ม เขาขยับกายเล็กน้อย ฝ่ามือใหญ่กอดกระชับร่างอรชรในอ้อมอกอย่างไม่รู้ตัว เนื้ออุ่นภายในอ้อมกอดเขาราวกับซึมผ่านผิวเข้มมาจนทำให้เขาขมวดคิ้ว เมื่อรับรู้ถึงสิ่งผิดแปลกบางอย่าง
เมื่อค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ใบหน้าคมก้มลงทอดมองสตรีในอ้อมแขน ที่บัดนี้เนื้อตัวเปลือยเปล่า ผิวนวลต้องแสงอ่อนจนดูราวไข่มุกชั้นดี เขาเหลือบลงมองตนเองก็พบว่าร่างท่อนบนไร้อาภรณ์เช่นกัน ยังไม่ทันที่ความคิดจะประติดประต่อ สตรีในอ้อมแขนเขาก็ขยับกายเบา ๆ เปลือกตางามค่อย ๆ ขยับเปิดขึ้น มือเล็กรีบกอดเขาแน่น ก่อนจะปล่อยออกแล้วแตะร่างหนาตรงหน้าอีกครั้ง เพื่อให้แน่นใจว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้าคือคนจริง ๆ ไม่ใช่ความฝัน
ครั้นดวงตาของนางยกขึ้นสบเข้ากับสายตาคมของเขา นางถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกใจ ก่อนจะรีบหลบสายตาคมนั้นอย่างลนลาน ผละกายออกจากกายหนาของเขาทันที ก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เมื่อก้มมองเห็นว่าตนสวมเพียงชั้นในบางเฉียบ นางก็รีบกระชากผ้าห่มขึ้นโอบกายทันที
เหอหยางเบิกตาอย่างงุนงง พลางยันกายลุกขึ้นนั่งช้า ๆ ดวงตาคมทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยความสับสนยิ่ง ทว่าเสียงสะอื้นแผ่วเบาพร้อมทั้งมือเล็กที่คอยปาดน้ำตาไม่ขาดสายกลับทำให้หัวใจเขาบีบแน่น เจ็บร้าวอย่างบอกไม่ถูก
มือใหญ่ของเขายื่นไปแตะไหล่บางของนางอย่างลังเล ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำติดขัดราวคนไม่รู้จะวางตัวเช่นไร
“ข้า ข้า… จะรับผิดชอบเจ้า… ”
หลิงอันที่กำลังสะอื้นเบา ๆ ช้อนตามองเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ ดุจบุปผาที่กำลังสั่นระริกใต้ลมหนาว
เหอหยางเห็นดังนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้นางอีกนิด ในทันใด นางก็หันกลับมาแล้วโน้มกายซบลงบนอ้อมกอดเขา แก้มเนียนแตะแผงอกอุ่นความอุ่นแผ่ซ่านทั่วกายนาง ใบหน้างามเผยรอยยิ้มที่พึงพอใจ ดวงตาคู่สวยสะท้อนประกายวาววับพลันนึกย้อนเหตุการณ์เมื่อคืน
ยามค่ำคืนเงียบสงัด ภายในห้องที่สลัวด้วยแสงตะเกียงริบหรี่ สายลมเย็นพัดเข้ามาเบา ๆ ทำให้นางที่กำลังหลับใหลค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเหอหยางที่กำลังหลับสนิท มือเล็กยกขึ้นลูบใบหน้าคมที่กำลังหลับสนิท แววตาครุ่นคิด ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง
มือเรียวของนางค่อย ๆ ลูบสัมผัสเนื้อผ้า ปลดอาภรณ์ชั้นนอกของตนเองออกอย่างแผ่วเบา ร่างนวลในชุดชั้นในสีขาวบางเบาเคลื่อนเข้าแนบอกแกร่งของเขาอย่างตั้งใจ มือเล็กค่อย ๆ ปลดเสื้อผ้าชิ้นบนของเขาออกอย่างระมัดระวัง ปล่อยให้ร่างกายทั้งสองสัมผัสความอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวเนื้อของกันและกัน มือเล็กลูบไล้อกเขาแผ่วริมฝีปากเล็กขยับเอื้อนเอ่ยอย่างแผ่วเบา
“สามีจ๋าวันนี้ท่านต้องเสร็จข้าแล้วล่ะ”
ริมฝีปากนางเผยรอยยิ้มบางก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงอย่างช้า ๆ
…
