ตอนที่1ซื่อหลัน
ตอนที่ 1 ซื่อหลัน
ข้า ชื่อ ซื่อหลันอายุ29 เป็นคุณครูในโรงเรียน เจียงติง สอนอยู่ชั้นอนุบาล และในยามว่างหลังเลิกสอน งานอดิเรกคืออ่านนิยาย โดยเฉพาะนิยายจีนโบราณ ชอบมาก ชอบมาก ๆ
แต่ถึงคราวเคราะห์ของข้าจริง ๆ เพียงเพราะช่วยเด็กที่กำลังทะเลาะกันอยู่เลยสะดุดขาตัวเองล่วงลงมาจากตึกสูงของโรงเรียน…
…….
สายลมอ่อนพัดผ่านม่านโปร่งของรถม้าที่กำลังเคลื่อนที่ช้า ๆ ลมเย็นพัดมากระทบเรือนกายบอบบางของหลิงอันที่ยังหลับไหลอยู่บนรถม้า เสียงล้อไม้บดกับพื้นดินดังกึกกักเป็นจังหวะช้า ๆ
“หลิงอัน… หลิงอัน”
เสียงเรียกที่คุ้นหูดังขึ้นชิดข้างแก้ม นางขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมตา ครั้นมองเห็นเงาร่างเบื้องหน้าเบื้องหน้าอย่างชัดเจน นางพลันเบิกตากว้าง
เบื้องหน้านางคือสตรีในอาภรณ์โบราณสีอ่อนละมุน เส้นผมถูกรวบด้วยปิ่นจนเรียบร้อย
“ทำไม… ทำไมถึงได้แต่งตัวอย่างนี้ล่ะ”
ชูเฟยที่นั่งเคียงข้างนางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเลิกคิ้วด้วยความฉงน
“ทำไมหรือ”
สิ้นคำ นางก็ก้มลงสำรวจอาภรณ์ของตนเองอย่างสงสัย หัวคิ้วขมวดยิ่งกว่าเดิม
แต่หัวใจของซื่อหลันกลับเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม ภาพความทรงจำที่ตนเองตกจากตึกโรงเรียนลงมากระแทกพื้นผุดขึ้นเลือดนองเต็มพื้นทำเอานางหายใจติดขัดทันที
“หลิงอัน! หลิงอัน!”
ชูเฟยเมื่อเห็นอาการนางไม่ดีเลยเขย่าตัวนางเบาพร้อมร้องเรียกอย่างตกใจ
เสียงนั้นทำให้สติของ ซื่อหลันกลับมานางหอบหายใจเหนื่อย กลื่นน้ำลายเฮือกใหญ่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้าแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย
“ที่นี่สวรรค์หรือนรกล่ะ ข้าแม้ไม่ใช่คนดีเท่าไรแต่ก็ไม่ได้ก่อกรรมทำชั่วใด ๆ เลยนะ”
ชูเฟยชะงัก คิ้วขมวดด้วยความงุนงงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงฉงนกับอาการของญาติผู้พี่ของนาง
“หลิงอันเจ้าไม่สบายหรือ”
ซื่อหลันขมวดคิ้วด้วยความงุนงงเหตุใดสตรีตรงหน้านี้ถึงเอาแต่เรียกนางว่า หลิงอัน นางคือ ซื่อหลันต่างหากแล้วหลิงอันที่จริงคือใครกันแน่
นางยกสายตาขึ้นมองรอบกาย ผนังรถม้าที่กำลังเคลื่อนที่ ม่านผ้าบางที่กำลังพลิ้วไหวตามแรงลม แสงแดดอ่อน ๆ ส่องกระทบผ้าม่านบางนางยกมือเล็กขึ้นปัดผ้าม่านออก นัยน์ตาของนางพร่าไหวเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
บ้านเรือนราวอยู่ในยุคโบราณ รถม้าเคลื่อนที่ผ่านไปทีละคัน ผู้คนสวมชุดโบราณเดินตามเส้นทางอย่างคึกคัก ไม่มียานพาหนะสมัยใหม่ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของโลกปัจจุบันที่นางจากมา นี่นางตายไปแล้วจริงหรือ
“หลิงอัน… ”
เสียงของเรียกนั้นดึงนางให้ได้สติ ซื่อหลันหันหน้ากลับไปมองสตรีข้างกายด้วยดวงตาสั่นระริก ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเอ่ยถามออกมาอย่างไม่แน่ใจ
“หลิงอัน?… ใครหรือ?”
ปลายเสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปเวยความสับสน
ชูเฟยที่นั่งอยู่ด้านข้างชะงักไปทันที คิ้วเรียวขมวดเป็นปมด้วยความเป็นห่วง นางรีบโน้มตัวเข้ามาใกล้เอื้อมมือแตะแขนของญาติผู้พี่เบา ๆ พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ
“เจ้าเจ็บตรงไหนหรือ? เหตุใดถึงจำแม้แต่ชื่อตนเองมิได้เล่า”
คำถามนั้น เป็นดั่งค้อนที่ทุบลงกลางหัวใจของ ซื่อหลัน ผู้ที่กำลังครอบครองร่างบางนี้อยู่ นางหลุบตาลง ก่อนจะรู้สึกถึงความปวดร้าวแล่นวาบขึ้นกลางอกในชั่วพริบตา
แล้วภาพหนึ่งก็ผุดขึ้นในห้วงสำนึก เสียงหนึ่งซ้อนทับเข้ามาเหมือนตีเกลียว
ภาพเหล่านั้นพุ่งเข้ามาแบบไม่ปรานี ทำให้ลมหายใจของซื่อหลันสะดุดไปชั่วขณะ นางก้มหน้า พึมพำแผ่วเบา
“ที่แท้ ข้าก็มาเกิดใหม่ในนิยายเรื่อง ศึกรักทรราช ที่เพิ่งอ่านใกล้จะจบไปเมื่อคืนนี้… เฮ้อ… เป็นเพียงตัวประกอบน้อยที่ถูกย่ำยีในวังแล้วก็ต้องตายอย่างอนาถอีก… ”
นางถอนหายใจแผ่วเบา แววตาฉายแววเหนื่อยล้า แต่ภายในกลับมีความคิดมากมาย ว่าจะทำเช่นไรถึงจะมีชีวิตรอดในนิยายเรื่องนี้ได้นะ เข้าวังไปต้องตายแน่ ๆ นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเมื่อสัมผัสถึงสายตาที่จ้องมองตนอยู่ นางจึงเงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้าแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่ม
“เจ้าชื่ออะไร?”
ชูเฟยตอบอย่างไร้เดียงสา
“ข้า ชูเฟย”
“อืม ๆ ”
ซื่อหลันพยักหน้าช้า ๆ พลางครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เคยอ่านมาเมื่อคืน ริมฝีปากขยับเอื้อนเอ่ยเบา ๆ
“ชูเฟย… ”
สตรีผู้มั่นคงในรักสินะ เป็นตัวละครที่น่าสงสารเช่นกันนะ แต่ว่าหากเป็นข้า…
ดวงตานางเบิกกว้าง รอยยิ้มบางโผล่ขึ้นที่มุมปาก สายตาคมยกขึ้นจ้องใบหน้าของชูเฟยที่นั่งอยู่เบื้องหน้า แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขนั้นค่อย ๆ เปล่งประกายออกมาเมื่อนางคิดที่จะฉีกบทนั้น แล้วเขียนชะตาใหม่ของตนเองขึ้นมาเอง
….
