บท
ตั้งค่า

ไม่สู้ก็ไม่รอด

สายตาของซูจิ่นเหยามองชายตรงหน้าที่เล่นไม่ซื่อนิ่งๆ หากนางเอาแต่เกรงกลัว ชีวิตในโลกนี้คงโดนข่มเหงไม่จบไม่สิ้น

“พวกท่านเป็นคนของทางการแต่เหตุใดจึงรังแกเพียงชาวบ้านตัวเล็กๆกัน วางอำนาจบาดใหญ่เช่นนี้…จริงๆแล้วท่านนายอำเภอรู้เรื่องนี้หรือไม่” นางมองกระดาษที่คนพวกนั้นเผลอทำหลุดมือ ใช้สายตากวาดดูข้อความในนั้นแค่แปปเดียวก็จับใจความได้…ละเว้นคนที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่สามีภรรยาหรือสายเลือดเป็นทุกข์!!…

“หรือว่า…การที่ให้คนส่งคนแก่ คนพิการไปที่ภูเขาผี เพราะว่า…พวกท่านรับเงินที่ทางอำเภอมอบไว้ให้กลุ่มอ่อนแอจุนเจือกันไปหมดแล้ว” เพียงเท่านั้นคนตรงหน้าอยู่ไม่สุข

“การดีใจที่ทางการมักให้ตรวจตราดู กลุ่มอ่อนแอพวกนี้ มันน่าสงสัยไม่น้อย ภูเขาผีมีสำนักสงฆ์มากมายก็จริง ส่งไปที่นั่นเท่ากับผลักภาระ ตอนนี้ข้าเองก็เริ่มสงสัย” ซ่านจื่อเยวียเอ่ยออกมาช้าๆชัดๆ

”จะ จริงหรือ“ ท่านผู้ใหญ่บ้านที่เงียบมาตลอดเอ่ยถามคนของทางการอย่างตกอกตกใจ

“งั้นดีเลย” นางเดินตรงไประฆังอันเล็ก พร้อมยกขึ้นมาเตรียมตี คนพวกนั้นเดาทางนางไม่ถูกได้แต่มองหน้ากันไปมา

“หากข้าประกาศออกไป หมู่บ้านนี้โดนตรวจสอบทั้งหมู่บ้าน พวกท่านโดนตรวจสอบ โกงเงินแผ่นดิน มีโทษถึงประหารชีวิต!!” กล่าวจบนางเตรียมเคาะระฆัง บุรุษที่มีท่าทียโสในคราแรกรีบเอ่ยอย่างลนลาน

“เจ้าไม่มีหลักฐาน!!” มือหนายกขึ้นมาชี้หน้าอย่างโกรธเคือง

“ข้าไม่จำเป็นต้องมีหลักฐาน เพียงข้ารวมคนไปร้องเรียนแน่นอนว่ากรมอาญาจะหาหลักฐานเพิ่มเอง ทุกข์ของประชาชน ใครที่ไหนเขาจะมองข้ามกันเล่า!” ครั้งนี้ยอมเงียบเสียงลงไม่อาจหาคำไหนมาเอื้อยเอ่ยแย้งนางอีก

“พวกท่าน ทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร แม้ข้าเป็นผู้ใหญ่บ้านที่นี่ ความหวังเดียวของข้าคือให้คนในหมู่บ้านผาสุข ท่านหลอกให้ข้าทำร้ายคนในหมู่บ้านตัวเองไปแล้วตั้งเท่าไหร่!!“ คนโดนหลอกมาหลายปีหันไปเอ่ยกับคนที่มาด้วยอย่างเจ็บแค้นในใจ

”แผนการทั้งหมดเจ้าเล่อหยางคิดมาเองคนเดียว หากท่านจะโทษก็โทษเขาเถอะ ไป!!พวกเรากลับ!“ นางหรี่ตามองคนพวกนั้นเตรียมจะพุ่งตัวไปหาแต่ซ่านจื่อเยวี่ยจับแขนนางเอาไว้พร้อมส่ายหน้า

“ปล่อยเขาไป” นางถอนหายใจก่อนจะยอมนั่งลง ร่างสูงใหญ่ของเจ้าของบ้านมองดูผู้ใหญ่บ้านและผู้นำตรวจนิ่งๆเขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา

“เรื่องนี้ข้ามีส่วนผิดที่ไม่รอบครอบ” เป็นฝ่ายผู้มาเยือนที่เอ่ยด้วยความหนักใจ

“ในตอนนี้ข้าเองร่างกายอ่อนแอและไร้ที่พึ่ง เพราะท่านแม่พึ่งสิ้นลม รวมถึงมีกลอุบายของคนภายนอกเข้ามา ท่านลุงจึงต้องเลือกคนส่วนมาก เรื่องนั้น…เข้าใจได้ขอรับ” เขาไม่ได้นอบน้อม หรือแข็งกระด้างจนเกินไป

“หลายปีมานี้เจ้าอยู่ข้างนอกคงลำบากไม่น้อย เอาเป็นว่าในส่วนที่ต้องรับผิดชอบ ข้าจะส่งคนนำของมาทดแทน” เขากำลังจะปฏิเสธแต่นางกระตุกแขนเสื้อเอาไว้ก่อน

“ขอบคุณท่านลุงผู้ใหญ่ที่เมตตา” ของที่ได้มาอาจประทังชีวิตต่อไปได้ นางไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือเด็ดขาด!

“อาเหยียน ข้าขอถามเจ้าเพียงครึ่งคำ เจ้า…เจอเล่อหยางบ้างหรือไม่“ คนที่คอยสังเกตุการณ์ดูคนนั้นคนนี้ คนที่นางเข้าใจว่าเป็นผู้นำพาคนตรวจการตรวจสอบตามหมู่บ้าน เอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบมานาน

”ไม่ขอรับ แต่เขาได้เงินไปมากโข ไม่แน่ว่า…อาจเข้าไปสอบบัณฑิตในเมืองหลวง“ ความทุกข์ใจของอีกฝ่ายฉายชัดผ่านแววตาก่อนจะถอนหายใจ

”ข้าเองก็ต้องทำตามหน้าที่ เรื่องเงินที่กรมคลังให้เป็นค่าชดเชย พวกข้าไม่รู้เรื่อง คงเป็นเจ้าพวกนั้นที่จัดการ แต่ว่า…ในจดหมายประกาศจากในอำเภอก็ชัดแล้ว ว่าหากมีบุคคลไร้ซึ่งความสามารถ และไม่มีญาติพี่น้องดูแล อย่างไรก็อยู่ร่วมกับคนอื่นไม่ได้“ ชายชราสองคนดูหนักใจ

”หากแผลเจ้าหายดีก็พาภรรยาของเจ้าไปขึ้นทะเบียนเป็นในหมู่บ้าน และข้าหวังว่า…นางจะไม่หนีเอาตัวรอดจนทิ้งเจ้าไว้ที่นี่ ให้พวกข้าเข็ญเจ้าไปไว้ที่ภูเขาปีผีอีก“ พูดจบเขาก็เดินออกไปจากเรือนของนาง ซูจิ่นเหยารีบวิ่งไปผูกเชือกประตูก่อนวิ่งกลับมาหาเจ้าของบ้าน

”เหตุใดคนที่นี่จึงใจดำนัก!!“ เสียงบ่นของนางทำเขาถอนหายใจ

“ที่นี่อาศัยกันอย่างตัวใครตัวมัน เพราะต่างคนต่างถิ่นฐาน ไม่ได้มีใจหนึ่งเดียวเช่นที่อื่น” ซ่านจื่อเยวี่ยคิดว่าเรื่องแบบนี้ต้องให้เวลานางได้ปรับตัว

“ท่านหมายถึงว่า คราก่อนเพราะมารดาท่านสิ้นอายุขัย จึงโดนคนพวกนั้นจับไปขาย แล้วเหตุใด ท่านจึงบาดเจ็บกลับมาแต่ไม่บอกคนพวกนั้นว่าท่านแข็งแรงดีจนสู้รบได้” นั่นคือสิ่งที่นางสงสัยมาตลอดเวลาที่สนทนากับคนพวกนั้น

”เพราะว่า…การที่ข้าเป็นคนพิการอ่อนแอตามที่คนอื่นเข้าใจ จะถูกมองข้ามและไม่นำภัยมาสู่ตัว อยู่ไปเรื่อยๆ วันนึงเจ้าจะรู้เอง“ มีอีกหลายเรื่องที่เขาพูดไม่ได้และตอนนี้ยังไม่ไว้ใจนางเท่าใดนัก

”ประสาทสัมผัสของเจ้าไวเกินไป เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่ใช่ใส้ศึกเข้ามาสอดแนม“ พูดถึงตรงนี้เขาก็ถามในสิ่งที่สงสัยทันที

”อย่าปรักปรำข้าหน่า หากข้าเป็นคนสอดแนมจริงจะรักษาท่านทำไมกัน!! คือ…เวลาที่มีภัยหรือมีเหตุการณ์ที่ต้องสู้ ข้าทำมันออกมาเองเหมือนกับว่าคุ้นชิน แต่ก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะเป็นไปตลอดหรือไม่ หรือจะเป็นแค่ช่วงนี้“ นางเองก็ยังสับสนขอเวลานางได้คิดบ้าง

”ซูจิ่นเหยา ที่นี่มีแต่การต่อสู้ดิ้นรน แต่เพราะมีเหตุการณ์บางอย่างที่ข้าจำเป็นต้องซ่อนตัวอยู่ที่นี่ เจ้าเอง…อาจต้องปะทะกับใครหลายคนบ่อยๆ“ เขาไม่ได้ห่วงใยเพียงแต่ย้ำเตือนว่าคนที่นี่ไม่มีไมตรีนัก หากนางยืนยันจะอยู่ต้องรักษาชีวิตเอาไว้ให้ได้ แต่หากจะไป ก็ไปได้เลย เพราะเขาสามารถส่งสัญญานให้ กวนซีซี ศิษย์น้องของเขามาที่นี่ได้ หากนางไม่อยู่หน้าที่ดูแลเขาจะเป็นของกวนซีซีทันที แต่หากเลือกได้เขาก็ไม่อยากเรียกกลับมา เพราะตอนนี้มีเรื่องลับที่คนของเขาทำอยู่ที่ชายแดน

”ข้ารู้!! หากไม่สู้ก็ไม่รอดและที่สำคัญ ข้าไม่มีที่ไป หากจะอยู่ที่นี่ข้าต้องสู้ ข้าเข้าใจความหมายท่านดี“

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel