
บทย่อ
นางเอก: สาวยุคปัจจุบัน ฉลาด มีไหวพริบ ไม่อ่อนแอ • พระเอก: ท่านอ๋องใหญ่ เย็นชา เจ้าแผนการ ไม่เชื่อใจใคร • นางร้ายหลัก: บุตรสาวขุนนางใหญ่ วางแผนมาเป็นมเหสีโดยเฉพาะ • ฮองเฮา / พระสนม / ขันที: ตัวแปรเกมอำนาจ
ตอนที่ 1 โผล่กลางพิธีเลือกมเหสี
เสียงระฆังสำริดดัง กัง—กัง—กัง ก้องกังวาน ราวกับสั่นสะเทือนมาถึงห้วงลึกของสติ
กลิ่นธูปหอมฉุนแปลกประหลาดลอยเข้าจมูก ก่อนที่หญิงสาวจะรู้สึกตัวว่าลมหายใจของตนเองขาดห้วงไปชั่วขณะ
“นี่มัน…ที่ไหน?”
ประโยคนั้นยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปาก โลกทั้งใบกลับหมุนคว้าง ร่างของเธอเหมือนถูกแรงบางอย่างกระชากอย่างรุนแรง ร่วงหล่นจากความว่างเปล่า—
แล้ว โครม!
เสียงดังสนั่นท่ามกลางความเงียบสงบ
หญิงสาวล้มลงกับพื้นหินเย็นเฉียบ เสื้อผ้าสมัยใหม่ของเธอ—เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์—ดูแปลกแยกอย่างสิ้นเชิงท่ามกลางทะเลผ้าแพร ผ้าไหม และชุดยาวสีอ่อนที่เรียงรายอยู่ตรงหน้า
ความเงียบงันปกคลุมทั่วบริเวณ
ก่อนจะถูกฉีกออกด้วยเสียงสูดลมหายใจพร้อมกันนับสิบ
“กรี๊ด—!”
“นั่นใคร?!”
“นาง…นางแต่งกายประหลาดนัก!”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นช้า ๆ หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกจากอก ภาพตรงหน้าทำให้สมองของเธอเหมือนถูกแช่แข็ง
ลานกว้างโอ่อ่า เสาหินสลักมังกร หลังคาโค้งแบบจีนโบราณ ธงราชวงศ์สะบัดไหวตามลม และ…หญิงสาวหลายสิบคนในชุดงดงาม นั่งคุกเข่าเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ
ทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่เธอ
“เธอคือใคร! กล้าดีอย่างไรบุกเข้าพิธีคัดเลือกมเหสี!”
เสียงเข้มดังขึ้นจากด้านข้าง ชายชราในชุดขุนนางก้าวออกมา ดวงตาเฉียบคมเหมือนพร้อมจะตัดสินโทษในทันที
มเหสี?
คำคำนั้นกระแทกเข้าโสตประสาทของหญิงสาวอย่างแรง
“เดี๋ยวก่อนนะคะ—” เธอพยายามลุกขึ้น “ต้องมีอะไรผิดพลาด ฉันแค่—”
ยังไม่ทันพูดจบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้า
เสียงนั้นไม่เร่ง ไม่รีบ แต่กลับทำให้ลานทั้งลานเงียบลงราวกับถูกกดทับด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ
และสบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่ง
ดวงตาสีดำล้ำลึก เย็นชา และนิ่งสนิทราวกับผืนน้ำในฤดูหนาว
ชายหนุ่มในชุดฉลองพระองค์สีดำปักลายทองยืนอยู่ตรงนั้น รูปร่างสูงสง่า ไหล่ผึ่ง ท่วงท่าสงบแต่แฝงแรงกดดันมหาศาล พระพักตร์หล่อคม แต่ไร้รอยยิ้มแม้เพียงเสี้ยวเดียว
เขาคือคนที่ไม่จำเป็นต้องเอ่ยนาม…ทุกคนก็รู้ว่าเป็นใคร
“ท่านอ๋อง…”
เสียงกระซิบดังแผ่วรอบลาน
หญิงสาวกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกหลายเท่า
ท่านอ๋อง?
นี่ไม่ใช่ฝันใช่ไหม…
ชายหนุ่มมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สายตานั้นไม่ได้แสดงความโกรธหรือรังเกียจ มีเพียงความสนใจบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกเกินคาดเดา
“เจ้า” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “เข้ามาได้อย่างไร”
คำถามนั้นไม่ดัง แต่กลับทำให้ทุกคนรอบข้างก้มหน้าลงโดยพร้อมเพรียง
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก พยายามควบคุมสติ เธอไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ใด ไม่รู้ว่าชายตรงหน้ามีอำนาจมากแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้คือ—ถ้าพูดผิด เธออาจไม่มีโอกาสพูดอีกเลย
“ข้า…” เธอหยุดไปชั่วครู่ แล้วตัดสินใจใช้คำแทนตัวแบบเดียวกับคนรอบข้าง “ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้ากำลังจะกลับบ้าน แต่พอลืมตาขึ้นมาก็อยู่ที่นี่แล้ว”
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง
“เหลวไหล!”
“คิดจะโกหกท่านอ๋องหรือ!”
ขุนนางคนเดิมก้าวออกมาอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันเอ่ยต่อ ชายหนุ่มในชุดดำก็ยกมือขึ้นเล็กน้อย
เพียงเท่านั้น เสียงทั้งหมดก็เงียบลง
เขาก้าวเข้ามาใกล้เธออีกสองก้าว ระยะห่างที่ใกล้พอจะทำให้หญิงสาวรู้สึกถึงแรงกดดันที่แทบหายใจไม่ออก
“เจ้าบอกว่า…ไม่รู้ว่ามาที่นี่ได้อย่างไร” เขาทวนคำช้า ๆ
หญิงสาวพยักหน้าอย่างระมัดระวัง
สายตาของท่านอ๋องหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดของเธอ
“แปลก” เขาพูดเบา ๆ กับตัวเอง “ในวันคัดเลือกมเหสี…กลับมีคนปรากฏตัวขึ้นโดยไร้ประวัติ”
เขาเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยคำที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวแทบหยุดเต้น
“ในเมื่อมาแล้ว ก็จงอยู่”
ทุกคนในลานเบิกตากว้าง
“ท่านอ๋อง!” ขุนนางอุทาน “นางผู้นี้ไม่อยู่ในรายชื่อ—”
“ข้ารู้” เขาตัดบทเสียงเรียบ “แต่พิธีคัดเลือกยังไม่สิ้นสุด”
สายตาคมกริบหันกลับมาที่หญิงสาวอีกครั้ง
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” เขากล่าวชัดถ้อยชัดคำ
“เจ้า…คือหนึ่งในตัวเลือกของข้า”
หัวใจของหญิงสาวหล่นวูบลงสู่ก้นบึ้ง
อะไรนะ…
ท่ามกลางสายตาอาฆาต ความตกตะลึง และความไม่พอใจจากหญิงสาวคนอื่น เธอได้แต่นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น รับรู้เพียงสิ่งเดียว—
ชีวิตของเธอ…ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
และนี่
เพิ่งจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
