บทที่ 9 กลับมาเยี่ยมบ้าน
บทที่ 9
กลับมาเยี่ยมบ้าน
หัวหน้าหมู่หยางป๋อประจำการอยู่ที่ค่ายทหารชายแดนได้รับอนุญาตให้ลาพักเป็นเวลาสั้นๆ เพื่อกลับมาเยี่ยมบ้านหลังจากที่เขาต้องใช้ชีวิตในค่ายทหารมากว่าหกปี ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
หยางป๋อเดินทางมาด้วยรถไฟใช้เวลาร่วมสามวันสามคืน เมื่อรถไฟหยุดที่สถานีในเมืองเขาก็ก้าวลงจากรถไฟด้วยท่าทางองอาจ มาดมั่น ชุดเครื่องแบบทหารที่ตัดเย็บอย่างดีทำให้ดูมีสง่าราศี รูปร่างสูงใหญ่ของเขาและกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งจากการฝึกซ้อมที่หนักหน่วงทำให้ผู้คนรอบข้างต่างต้องชื่นชม หยางป๋อในวัยยี่สิบหกปีนั้นเป็นหนุ่มหล่อที่มีเสน่ห์อย่างมาก ใบหน้าคมเข้มและดวงตาที่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น ทำให้สาวๆ ที่เดินผ่านไปมาต่างพากันมองตามด้วยความสนใจ
สายลมเย็นๆ ของฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านมาพร้อมกับใบไม้ที่ร่วงหล่น หยางป๋อสูดลมหายใจลึกๆ รู้สึกสดชื่นที่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากที่ต้องอดทนกับการฝึกซ้อมและภารกิจหนักหน่วงที่ค่ายทหารมาตลอด หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความสุขที่ได้กลับมาเจอครอบครัว
เขามองไปรอบๆ สถานีรถไฟที่คุ้นเคย เห็นร้านค้าขนาดเล็กที่ยังคงตั้งอยู่ในที่เดิม ๆ ผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของกันอย่างคึกคัก บรรยากาศในเมืองยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง การกลับมาบ้านครั้งนี้ทำให้เขานึกถึงความทรงจำในวัยเด็กที่เคยวิ่งเล่นอยู่ในเมืองนี้
ขณะที่เขาก้าวเดินไปตามถนนในเมือง สายตาของชาวเมืองต่างหันมามองเขาด้วยความชื่นชม หลายคนจำเขาได้และทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม หญิงสาวที่ยืนอยู่ริมทางเดินต่างพากันส่งสายตาให้เขา บางคนถึงกับกระซิบกระซาบกับเพื่อนๆ อย่างเขินอาย ความหล่อเหลาและท่าทางที่องอาจของหยางป๋อทำให้เขากลายเป็นที่สนใจของสาวๆ ในเมืองในทันที
หยางป๋อยิ้มบางๆ ให้กับทุกคนที่ทักทายเขา เขารู้สึกอบอุ่นใจที่ได้รับการต้อนรับอย่างดี แม้จะไม่ได้กลับบ้านนานแต่ความรักและความห่วงใยที่เขามีต่อเมืองนี้ยังคงเหมือนเดิม
สถานีรถไฟอยู่ไม่ไกลจากตลาดมากนัก หยางป๋อคิดว่าน่าจะดีถ้าได้ซื้ออาหารเช้าไปฝากพ่อแม่และน้องสาวก่อนกลับบ้าน เพราะเช้าขนาดนี้คงยังไม่มีใครตื่นมาทำอาหารอย่างแน่นอน เขาเดินเข้ามาในตลาดที่เริ่มคึกคักกับพ่อค้าแม่ค้าที่จัดเตรียมสินค้ากันแต่เช้าตรู่
กลิ่นหอมของอาหารเช้าโชยมาแตะจมูกเขาทันที หยางป๋อเดินตามกลิ่นไปจนมาหยุดอยู่หน้าร้านขายน้ำเต้าหู้ร้านหนึ่ง ร้านนี้ดูเรียบง่ายแต่มีความสะอาดเรียบร้อย โต๊ะไม้ถูกตั้งเรียงรายไว้หน้าร้าน ตอนนี้เป็นเวลาที่เช้ามาก ๆ จึงยังไม่มีลูกค้าคนอื่นมาที่ร้าน
สายตาของหยางป๋อมองไปที่หม้อน้ำเต้าหู้ใบใหญ่ที่กำลังเดือดพล่านอยู่บนเตา กลิ่นหอมของถั่วเหลืองต้มที่อบอวลในอากาศทำให้เขารู้สึกหิวขึ้นมาทันที เขามองเห็นว่าข้างๆ กันนั้นมีถาดปาท่องโก๋ที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ วางอยู่ด้วย ปาท่องโก๋ตัวใหญ่อวบอ้วนสีเหลืองทองน่ากินมาก
ที่ร้านขายน้ำเต้าหู้แห่งนี้มีบรรยากาศอบอุ่น เด็กชายวัยห้าขวบกำลังนั่งปั้นแป้งปาท่องโก๋ลงทอดอย่างขะมักเขม้น เด็กน้อยผู้นี้มีความขยันขันแข็งเกินวัย ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มสดใส หยางป๋อมองดูเด็กชายด้วยความเอ็นดู เขาสั่งน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋กับเด็กชายที่กำลังทำงานอย่างคล่องแคล่ว
“น้องชาย ขอน้ำเต้าหู้สี่ขวดกับปาท่องโก๋สิบตัวหน่อย” หยางป๋อพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“รอแป๊บนึงนะครับ”เด็กชายเงยหน้ามองแล้วพยักหน้ารับคำ ก่อนจะวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อเรียกให้แม่ของเขาออกมาขาย
ไม่นานนักเว่ยเถียนเถียนก็ออกมาพร้อมกับแป้งสองห่อในมือ ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น บนแก้มมีฝุ่นแป้งเปรอะเปื้อนเล็กน้อย
“ขอโทษค่ะ รอสักครู่นะคะ” เธอพูดพร้อมกับวางแป้งลงแล้วเริ่มตักน้ำเต้าหู้ให้เขา
แต่การปรากฏตัวของเว่ยเถียนเถียนนั้นถึงกับทำให้หยางป๋ออึ้งจนแทบจะพูดอะไรไม่ออก เป็นเพราะว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้คือคนที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้พบกับเธออีก
“ไม่...ไม่เป็นไรครับ” หยางป๋อตอบพร้อมรอยยิ้ม พลางมองดูเธอที่กำลังทำงานอย่างขยันขันแข็ง เว่ยเถียนเถียนตักน้ำเต้าหู้ใส่ขวดแล้วปิดฝาขวดอย่างเรียบร้อย ก่อนจะหยิบปาท่องโก๋ใส่ถุงกระดาษให้เขา
เมื่อหยางป๋อเห็นเว่ยเถียนเถียนยืนอยู่ที่ร้านขายน้ำเต้าหู้ในตลาดก็ถึงกับตกใจไปชั่วขณะ ด้วยเหตุผลที่ลึกซึ้งและซับซ้อนในใจ เพราะเขาจำได้ว่าเธอคือลูกสาวของเพื่อนท่านนายพลที่เคยมาเยี่ยมค่ายทหารของเขาเมื่อหลายปีก่อน ในตอนนั้นเขายังเป็นแค่พลทหาร และแม้จะมีโอกาสได้พบกันเพียงชั่วครู่แต่เขาก็ไม่สามารถลืมความงามของเธอได้เลย
ในวันนั้นเว่ยเถียนเถียนมาที่ค่ายทหารพร้อมกับพ่อแม่ของเธอ โดยมีการพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองกับนายทหารระดับสูงที่ค่าย การมีโอกาสได้พบกับลูกสาวของเพื่อนท่านนายพลทำให้หยางป๋อรู้สึกตื่นเต้นและประทับใจ แต่ในขณะนั้นเขายังเป็นแค่พลทหารที่ไม่สามารถทำอะไรได้มากนักนอกจากเฝ้าดูเธอจากระยะไกล
สายตาของทหารคนอื่น ๆ ที่เห็นเว่ยเถียนเถียนก็ไม่ต่างจากหยางป๋อเลย ทุกคนต่างพากันมองเธอด้วยความสนใจ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาไม่กี่วันที่เธอมาเที่ยวชมที่ค่าย ทหารในค่ายต่างพากันแอบมองเธออยู่แทบทุกครั้งที่เธอเดินผ่าน หยางป๋อในตอนนั้นมองตามเธอจนลืมไม่ได้ยินที่คำสั่งครูฝึกสั่งให้ทำ ทำเอาเขาถูกลงโทษให้วิ่งรอบสนามอยู่หลายรอบ
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เขาเคยพบกับเธอที่ค่ายทหาร ถึงแม้ว่าเธอจะจำเขาไม่ได้แต่เขาก็จำได้ว่าเธอมีท่าทีที่สง่างามและเป็นมิตร แต่ตอนนี้สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือเหตุผลที่ทำให้เธอถึงต้องมาขายน้ำเต้าหู้ที่ตลาดในเมืองนี้
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเธอกันแน่ทำไมถึงได้เปลี่ยนจากการเป็นคุณหนูมาขายของในตลาด เขาตั้งข้อสงสัยว่าชีวิตของเธอว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง และสิ่งที่เขาสามารถเดาได้ก็คือเด็กชายที่กำลังปั้นแป้งปาท่องโก๋อยู่ที่ร้านน่าจะเป็นลูกชายของเธอ
“ขายดีไหมครับ” หยางป๋อถามขึ้นขณะรับถุงจากเธอ
“ค่อนข้างขายดีค่ะ ตอนนี้เริ่มมีลูกค้าประจำเข้ามาซื้อทุกเช้า ลูกค้าบอกว่าน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ของเราหอมอร่อยและสะอาด” เว่ยเถียนเถียนยิ้มและตอบ
“ผมก็ว่าอย่างนั้นครับ กลิ่นหอมจนอดใจไม่ไหวเลย” หยางป๋อพูดพลางยิ้ม
เว่ยเถียนเถียนรู้สึกปลื้มใจที่ได้รับคำชมจากลูกค้า “ขอบคุณมากค่ะ ถ้าชอบก็แวะมาซื้อบ่อยๆ นะคะ เราทำสดใหม่ทุกวัน”
“แน่นอนครับ” หยางป๋อตอบรับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน เขาจ่ายเงินและขอบคุณเว่ยเถียนเถียนก่อนจะเดินออกจากร้านไป แต่ก่อนที่จะไปเขาหันไปมองเด็กชายที่กำลังปั้นแป้งปาท่องโก๋ต่อด้วยความเอ็นดู
ระหว่างที่หยางป๋อนั่งอยู่ในเกวียนที่กำลังเคลื่อนตัวกลับไปยังหมู่บ้าน เขาก็ไม่สามารถปัดความคิดเกี่ยวกับเว่ยเถียนเถียนออกไปจากหัวใจได้ เขานั่งคิดซ้ำไปซ้ำมาเกี่ยวกับชีวิตของเธอที่เปลี่ยนไปถึงขนาดนี้ เขาเริ่มสงสัยว่าเหตุใดเธอถึงได้เลือกเส้นทางนี้และที่ผ่านมานั้นมีสิ่งไหนเกิดขึ้นกับชีวิตของเธอกันแน่
เขาพยายามนึกถึงสามีของเธอ เพราะที่ร้านเมื่อสักครู่ก็เห็นว่ามีแค่เธอกับลูกชายแค่สองคนไม่เห็นจะมีคนอื่นอีก พอคิดถึงเรื่องนี้เขาก็ยิ่งสงสัยว่าสามีของเธออยู่ที่ไหน หรือว่าเขาอาจจะออกไปทำงานหรือมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เขาไม่สามารถอยู่ที่บ้านได้
ภายใต้ความสงสัยนั้นกลับมีความรู้สึกเป็นห่วงอยู่ท่วมท้น อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกลึก ๆ ที่เขาเคยแอบชอบเธอมาก่อนจึงทำให้เป็นห่วงเธอมาก และการที่ได้มาพบเธอในครั้งนี้ก็เหมือนกับว่าจุดประกายความหวังให้เขาอีกครั้ง ดังนั้นเขาจึงคิดว่าระหว่างที่พักอยู่ที่บ้านจะต้องสืบเรื่องราวของเธอให้ได้
